พิมพ์หน้านี้
|
เงาจันทร์บนแผ่นน้ำ นวนิยายโดย: วุฐิศานติ์ จันทร์วิบูล ------------------------------------- ผู้มาเยือน บ่ายวันหนึ่งของปลายฤดูฝน แสงจ้าจากดวงอาทิตย์แผดเผาก้อนหินบนทางรถไฟ เปลวแดดเต้นระยับในอากาศเหนือรางเหล็กตั้งระเกะระกะ กองหมอนไม้ผุพัง อาคารเก่าร้าง กำแพงรั้วแบ่งแยกท้องทุ่งออกจากสถานี บนชานชาลาคลาคล่ำด้วยผู้คนรอคอยการเดินทาง บ้างยึดม้านั่งระหว่างกองสัมภาระ ก้มหน้านิ่ง ประสานมือระหว่างเข่า บ้างยืนคุยเป็นกลุ่ม หรือเดินไปเดินมาด้วยความกระวนกระวาย นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศวางเป้สัมภาระใบโตข้างเรือนไทยไม้สักจำลอง กางแผนที่ออกดูจุดหมายปลายทาง ขณะเจ้าพนักงานเดินตรวจความเรียบร้อยด้านหน้าสถานี บางคนวุ่นวายหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ในห้องจำหน่ายตั๋วที่ผู้โดยสารยืนต่อคิวยาวเหยียด เสียงนายสถานีประกาศถึงรถไฟเที่ยวต่อไปซึ่งล่าช้ากว่ากำหนดการ ทุกคนต่างอดทนและรอคอย ท่ามกลางอากาศอันร้อนอบอ้าว เสียงหวูดรถไฟดังสะท้านยาวนาน มองเห็นหัวรถจักรเคลื่อนร่างเหยียดยาวมาจากทางเหนือ มุ่งหน้าไปสู่เมืองใหญ่ ล้อเหล็กเบียดรางส่งเสียงกึงกัง วาดตัวโค้งเข้ามาจอดนิ่งสนิท ขณะเดียวกับเสียงผู้ประกาศแผดก้องจากลำโพง ที่นี่สถานีอยุธยา...ท่านผู้โดยสารมีความประสงค์ลงที่สถานีอยุธยา โปรดเตรียมสิ่งของ สัมภาระของท่านลงจากขบวนรถให้ถูกต้องครบถ้วน...รถจอดเทียบชานชาลาที่สอง เป็นรถเร็วเที่ยวล่อง...รับส่งผู้โดยสารจากสถานีเชียงใหม่ ปลายทางสถานีกรุงเทพฯ ท่านที่ยังไม่มีตั๋วโดยสาร โปรดซื้อตั๋วและขึ้นนั่งบนขบวนรถ...ขบวนรถไฟเมื่อออกจากสถานีไปแล้ว จะหยุดรับส่งผู้โดยสารที่สถานี...การรถไฟขอขอบคุณ... ผู้โดยสารเดินกันขวักไขว่หน้าสถานี เสียงพ่อค้าเร่ร้องขายอาหารดังโหวกเหวก เสียงหวูดกังวานขึ้นอีกครั้ง ในเวลาไม่นานนัก ขบวนรถไฟเริ่มเคลื่อนจากสถานี หลงเหลือชายหนุ่มยืนอยู่กับเครื่องหลัง มองขบวนรถไฟเคลื่อนห่างออกไปจนลับสายตา เขายิ้ม ขณะจ้องมองขอบฟ้าเปื้อนเมฆฝนด้านหนึ่งเหนือหลังคาสถานีรถไฟ ราวกับมันเป็นสิ่งแรกที่ได้พบเห็นหลังการถือกำเนิด เขายืดบิดกายขับไล่ความเมื้อยขบ ก้าวข้ามทางรถไฟขึ้นมาบนชานชาลาด้วยความรู้สึกโปร่งโล่ง คล้ายดังความปรีดาเมื่อแรกเห็นฟากฝั่งแผ่นดินอีกครั้ง หลังจากพลัดหลงอยู่ในความเวิ้งว้างแห่งท้องทะเลมายาวนานหลายมรสุมแห่งชีวิต ใช่แล้ว มันเป็นฟากฝั่งแผ่นดินที่เขาเคยใฝ่ฝันถึงการได้มาเหยียบยืนบนแผ่นดินของบ้านเกิดอีกครั้ง สายตาหลายคู่จับจ้องมายังเครื่องหลังของเขาอย่างใคร่รู้ กางเกงยีนส์ซีดเก่า รองเท้าผ้าใบคร่ำคร่า เสื้อแขนยาวสีเทา ใบหน้าเข้มเกรียมแดด ร่างสูงบางของชายหนุ่มเดินผ่านกลุ่มคนพลุกพล่านในห้องจำหน่ายตั๋ว ทะลุออกหลังสถานี ชายฉกรรจ์สามสี่คนปรี่เข้ามาล้อมถาม ชักชวนให้เหมารถรับจ้าง ชายคนหนึ่งพยายามฉุดย่ามที่เขาสะพาย ไม่... คำปฏิเสธเล็ดลอดจากริมฝีปากหนักแน่น ชายหนุ่มเดินมุ่งตรงไปยังท่าเรือข้ามฟาก แม่น้ำป่าสักสีสนิมเหล็กพลิกเพื่อมอยู่ในประกายแดด เขาหลีกทางให้คนที่ข้ามฟากจากเกาะเมืองไต่บันไดสูงชันขึ้นมาก่อน แล้วจึงก้าวลงบันไดมายังแพข้ามฟาก สายลมรื้น ไอแม่น้ำสดชื่น ยินเสียงระริกไหลได้อย่างชัดเจน มันทำให้บางภาพในอดีตเคลื่อนผ่านห้วงคำนึง เขามองเห็นภาพสายน้ำและการล่องเรือโยงในสมัยที่ยังเป็นเด็ก ก่อนก้าวลงบนหัวเรือข้ามฟากเมื่อเจ้าของเรือร้องเรียก มือข้างหนึ่งเกาะหลังคาเรือ ดวงตาจับจ้องสายน้ำปะทะหัวเรือแตกซ่านกระเซ็น เขาพยายามค้นลึกลงในความทรงจำว่ายังหลงเหลือภาพใดให้ได้รำลึกนึกถึง ทว่ามันกลับหายไปเมื่อหัวเรือพุ่งเข้าชนยางรถยนต์ซึ่งผูกไว้รอบแพ เขาก้าวขึ้นจากเรือพร้อมกับผู้โดยสารอื่น วางเหรียญตรงช่องทางเดิน ก้าวขึ้นบันไดปูน เดินทะลุสู่ปากตรอก เขาข้ามถนนมายังตลาดเจ้าพรหม รถตุ๊กตุ๊กจอดเรียงรายรอคอยผู้โดยสาร ผู้คนพลุกพล่านอยู่ตามบาทวิถีซึ่งแออัดด้วยร้านค้าแผงลอย เขาแวะร้านอาหารและแผงหนังสือ แล้วเดินต่อมายังท่ารถประจำทาง บ้านเมืองแปรเปลี่ยนไปมากจนแปลกตา ถนนหนทางขยายเลนกว้างขวาง สถูปและเจดีย์หลายแห่งได้รับการบูรณะซ่อมแซมและปรับปรุงให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ เขาหวนนึกถึงซากเจดีย์โบราณและความขรึมขลังมีมนต์เสน่ห์ของกรุงเก่า วูบหนึ่งเขามองเห็นสภาพบ้านเมืองกลับกลายเป็นซากปรักหักพัง รกร้างไร้ผู้คน มีกลุ่มควันลอยขึ้นจากร่องรอยการเผาผลาญ มโนภาพที่เห็นทำให้เขาหวนนึกถึงชั่วโมงเรียนประวัติศาสตร์ แม้จะไม่ชอบวิชานี้มากนัก แต่เขาก็มองเห็นภาพการสูญเสียและล่มสลายลงของอาณาจักรที่เคยรุ่งเรืองในอดีต นำมาซึ่งความพลัดพรากอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และไม่มีทางกลับมาเป็นเหมือนเดิม รถเลี้ยวขึ้นสะพานวัดกษัตราธิราชวรวิหาร มุ่งหน้าไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๖๓ ครั้นเลยผ่านวัดวรเชษฐ์ สองฟากถนนแปรเปลี่ยนเป็นท้องทุ่งกว้าง บางแห่งถูกปล่อยร้าง รกเรื้อด้วยวัชพืชนานาชนิด บางแห่งอวดรวงข้าวงามทั่วท้องทุ่ง และมีถนนสายเล็กๆ มากมายทอดยาวลึกเข้าไปสู่พื้นแผ่นดินแห่งชนบท เขามองภาพทุ่งนา ปล่อยให้สายลมเย็นปะทะกับใบหน้าและเส้นผม สายลมซึ่งหอบพัดมาจากท้องทุ่งกว้างใหญ่ของแผ่นดินเกิด แผ่นดินที่ครั้งหนึ่งเคยพรากจากไกล ดูเหมือนมันกำลังเปิดกว้างต้อนรับการมาเยือนของเขา ภาพสายน้ำและการโยงเรือผ่านเข้ามาอีกครั้ง ค่ำคืนสุกสกาวด้วยแสงดาว เรื่องเล่า ความฝัน สายน้ำขับกล่อมจนเขาหลับใหลในคืนวันแห่งเยาว์วัย อดีตที่หวนคำนึงตลอดเวลา บัดนี้ เส้นทางที่เคยนำเขาพรากจากไปนั้น ได้พาเขาเดินทางย้อนคืนสู่อ้อมกอดอันอบอุ่นอีกครั้ง... พลันนั้น ความรู้สึกอ้างว้างหดหู่อย่างประหลาดได้ไหลบ่าถาโถมใส่เขา เป็นความรู้สึกเฉยชาเหินห่าง เมื่อเหม่อมองท้องทุ่งเบื้องหน้า และนึกถึงเรื่องราวต่างๆ ที่เขาทิ้งไว้เบื้องหลัง เส้นทางที่พาเขาย้อนกลับมาสู่อดีตนั้น มันช่างยาวไกลเหลือเกิน... |
| ห้องหนังสือส่วนตัว | ||
เรื่องเล่าที่ยังไม่เคยมีใครเล่า |
||
|
View All |
||
| << | กันยายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | ||||