พิมพ์หน้านี้
|
เพราะความรักของสายลม ต้นหญ้าจึงสั่นไหว ๓๐ ตุลาคม ๒๕๔๖ Packers Cafe พี่สาว แสงเช้าจับประกายบนปุยเมฆ พยายามขับต้อนตัวเองให้กระจายหายในริ้วแดดร้อนแรง ยามเช้าเริ่มขึ้นอีกครั้งพร้อมกับการตื่นฟื้นของชีวิต แสงเช้า จับละอองทอง เหนือฟองเมฆ การเดินทางครั้งนี้ทำให้ฉันเกิดคำถามกับตัวเองมากมาย ถึงสิ่งที่พบเห็นได้ในเมืองท่องเที่ยว มันไม่ได้แตกต่างไปจากบ้านเมืองของเรามากนัก เพราะมันเต็มไปด้วยกระแสแห่งความขัดแย้งอันรุนแรง วิถีชีวิตดั้งเดิมซึ่งถูกคุกคามด้วยระบบทุนอย่างเต็มเหนี่ยว เมืองโบราณจึงกลับกลายเป็นเพียงแค่สถานที่ท่องเที่ยวเท่านั้น หลายครั้งฉันพบว่า ชีวิตคนเราถูกแบ่งแยกอยู่ด้วยความขัดแย้งมากมายที่ไม่น่าไปด้วยกันได้ หรือว่าชีวิตจำต้องเป็นไปอยู่เช่นนี้ บนระนาบแห่งความขัดแย้ง ฉันไม่อาจคิดหาคำตอบได้ว่า ชีวิตที่เคลื่อนไหลอยู่ในกระแสธารของระบบทุนโลก กับชีวิตอันสงบงันด้านใน ระหว่างจิตใจกับวัตถุเงินตรา หลายครั้งฉันพบว่า หัวใจของเราไม่ได้ใหญ่ไปกว่ากำปั้น และเราไม่อาจเป็นอิสระได้อย่างแท้จริง แล้วอะไรคืออิสระอันแท้จริง ดูเหมือนฉันต้องทำความเข้าใจใหม่กับทุกความหมายนิยาม คำแต่ละคำที่เราใช้จนเคยชิน ความหมายอันแท้จริงคือสิ่งใดกัน หัวใจของถ้อยคำอยู่ที่ใดกัน แสงแดดร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ วันนี้เพื่อนนักศึกษาจากคุนหมิงแยกกันออกไปเที่ยวเทือกเขาหิมะมังกรหยก(Jade dragon
ยามวันที่นี่ยังสดกระจ่าง ความหนาวเย็นยังไม่จางหายจากอากาศ กาแฟและชาร้อนจึงช่วยให้เรารู้สึกอบอุ่นขึ้น โลกภายนอกเริ่มเคลื่อนไหวและดูมีชีวิตชีวาอีกครั้งด้วยนักท่องเที่ยว เรามานั่งศึกษาแผนที่ปั่นจักรยานรอบๆ เมือง มีทะเลสาบอยู่สองแห่งห่างออกไปราวสิบกว่ากิโลเมตร เราจึงเลือกที่จะไปทะเลสาบที่อยู่ใกล้ที่สุด ระยะทาง ๑๕ กิโลเมตร เพราะจากระยะทางที่เราออกไปปั่นจักรยานเมื่อวานนี้ ทำให้วันนี้เรารู้สึกฮึกเหิมมากขึ้น คาดหวังอยู่ลึกๆ ว่าเราจะไปให้ถึงทะเลสาบ วันวาน หลังอาหารจีนมื้อแพงที่สุด เราทั้งหกคนเช่ารถจักรยานจากที่พัก ขี่ออกไปยังหมู่บ้านไป่ชา ชุมชนเผ่านาซี อยู่ทางทิศเหนือของเมืองลี่เจียงไป ๘ กิโลเมตร โดยมีเทือกเขามังกรหยกตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ครั้นเราปั่นจักรยานออกไปนอกเมือง จนมาถึงสามแยก เราปั่นไปตามถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ซึ่งทอดตรงออกไปเบื้องหน้าราวกับไร้ที่สิ้นสุด ระหว่างท้องทุ่งนาและเทือกเขายาวเหยียด ขนานคู่กับถนนลาดยางสายใน เราเลือกถนนเส้นในที่ไม่มีรถวิ่งมากนัก ปล่อยให้แสงแดดอบอุ่นและสายลมหนาวเย็นอาบรินเรือนกายของเรา พูดคุย หัวเราะ และโห่ร้องอย่างอิสระ ไป่ชาเป็นชุมชนเกษตรกรรมเล็กๆ อีกแห่งหนึ่ง เหมือนชุมชนเล็กๆ ที่กระจัดกระจายอยู่ในมณฑลยูนนาน ศูนย์กลางการท่องเที่ยวของไป่ชา มีร้านขายของที่ระลึกจำพวกเครื่องประดับเงินและหยก ของเก่าโบราณของชนเผ่า โปสการ์ด และหนังสือภาพ หรืออักษรภาพตงปา มีโรงเรียนชั้นประถม ซึ่งนักเรียนกำลังเรียนวิชาพละศึกษาอยู่กลางสนาม มีพิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมสองแห่ง แห่งหนึ่งเป็นวัดโบราณ เราเสียค่าผ่านประตูคนละ ๘ หยวน เจ้าหน้าที่ห้ามเราถ่ายรูปในเขตวัด ภายในมีการแสดงดนตรีพื้นเมือง และการแสดงการเต้นรำพื้นเมืองของนาซี มีภาพเขียนบนฝาผนังในโบสถ์ทั้งสามด้าน เป็นเรื่องราวทางพุทธศาสนานิกายวัชรญาณของทิเบต ทางออกของวัดโบราณยังมีร้านขายของที่ระลึกดักรอนักท่องเที่ยวอยู่อีกแห่งหนึ่ง อักษรภาพตงปา (Dongba) เป็นคัมภีร์ทางศาสนาของชนเผ่านาซี ซึ่งมีรากเหง้ามาจากลัทธิบอนเก่าแก่ของทิเบต มีศัพท์กว่า ๒,๐๐๐ คำ เขียนเป็นรูปลักษณ์สิ่งของตามธรรมชาติ บันทึกเรื่องราวความเชื่อทางศาสนา เพลงและนิทานพื้นบ้าน สุภาษิต ความรู้ด้านดาราศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมประเพณี เราพบอักษรภาพได้เกือบทุกหนแห่งในเมืองโบราณแห่งนี้ จากวัด เราออกมาเดินในหมู่บ้าน มีนักศึกษาหลายสิบคนมานั่งเขียนภาพสีน้ำอยู่ตามที่ต่างๆ เราเดินดูบ้านเรือน จนมาถึงร้านหมอยา ชายชราในชุดคลุมยาวสีขาวออกมาเชิญเราเข้าไปข้างในร้าน พร้อมกับแนะนำ ตัวเอง ลุงโฮหรือ ดร.โฮ เป็นแพทย์สมุนไพรวัย ๘๐ ปี ซึ่งมีชื่อเสียงไปทั่วโลก ลุงโฮเป็นหมอที่เก่ง รักษาได้หลายโรค แต่แกบอกว่าไม่ได้เป็นหมอเทวดา ที่จะสามารถรักษาได้ทุกโรค เริ่มแรกลุงโฮเรียนรู้เรื่องสมุนไพรและการรักษาโรคจากพ่อซึ่งเป็นหมอยาในหมู่บ้าน และเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น เมื่อมีฝรั่งเข้ามาและให้แกช่วยรักษาจนหาย พอเราเข้าไปในบ้าน ภรรยาของลุงโฮยกเอาน้ำชาสมุนไพรออกมาให้เราดื่ม ภายในห้องมีหนังสือพิมพ์ และนิตยสารตัดแปะมากมายลงเรื่องราวของลุงโฮ เพื่อนเล่าให้ฟังว่า หากมีคนไข้ที่ไม่มีเงินมาให้รักษา ลุงโฮก็จะรักษาให้ฟรี ลุงโฮว่าจิตใจเป็นเรื่องที่สำคัญมากกว่าเรื่องอื่น เพียงแต่ว่า คนไข้ต้องมาพบเพื่อทำความรู้จักกันอย่างน้อยสองสามครั้ง เป็นการศึกษาและเรียนรู้ลักษณะทั้งภายนอกและภายในของคนไข้ เราออกจากไป่ชาเมื่อเย็นมากแล้ว การจากลาเป็นไปอย่างอบอุ่น แม้ว่าอากาศจะหนาวเย็นมากขึ้น เมื่อเราขี่รถจักรยานกลับเข้ามายังที่พัก พี่จุ้น นักศึกษาญี่ปุ่นอีกคนหนึ่งที่มาเรียนภาษาจีนที่คุนหมิง เดินทางมาสมทบที่ลี่เจียง พี่จุ้นพูดภาษาไทยได้เล็กน้อย เพราะเคยมาเรียนที่เมืองไทยและท่องเที่ยวไปเกือบทั่วทั้งประเทศ พี่จุ้นชวนเราไปกินอาหารญี่ปุ่นที่ร้านซากุระ อาหารที่นี่อร่อย ราคาไม่แพงเกินไปนัก เราเลือกสั่งอาหารมาคนละอย่าง และแลกเปลี่ยนกันชิม หลังอาหารเราออกมาเดินเล่นในเมือง เที่ยวหาซื้อของฝากจนดึกดื่น อากาศยิ่งหนาวเย็นมากขึ้น พี่จุ้นแยกออกไปต่างหาก ชิเอะกับเถียนเถียนกลับไปยังที่พัก ส่วนเราคนไทยเดินหาร้านกาแฟเล็กๆ นั่งรอเวลาเกสต์เฮาส์ปิดตอนห้าทุ่มครึ่ง เราพบร้านกาแฟของหญิงสาวคนหนึ่ง เป็นร้านเดียวกับที่ฉันนั่งเขียนจดหมายถึงพี่สาวในเวลานี้นั่นแหละ เราได้เส้นทางขี่จักรยานแล้ว จ่ายเงินค่ากาแฟและกำลังจะออกจากร้าน อากาศข้างนอกหนาวเย็นเหลือเกินพี่ ไม่รู้ว่าที่บ้านของเราลมหนาวมาเยือนหรือยัง คิดถึง น้องชาย |
| ห้องหนังสือส่วนตัว | ||
เรื่องเล่าที่ยังไม่เคยมีใครเล่า |
||
|
View All |
||
| << | กันยายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | ||||