พิมพ์หน้านี้
|
เงาจันทร์บนแผ่นน้ำ นวนิยายโดย: วุฐิศานติ์ จันทร์วิบูล ------------------------------------- บรรพหนึ่ง: เด็กน้อยของกระจกเงา ความทรงจำเหนือสายน้ำ (2) ศรีฬาร์ค้นพบว่า ชีวิตในวัยเยาว์สุขสงบกว่าที่คิด ความทรงจำในอดีตค่อยๆ ก่อรูปขึ้นในใจ และหลั่งไหลออกมาไม่หมดไม่สิ้น ดั่งธารน้ำซับใต้พื้นดินโอบอุ้มมวลชีวิตนับหมื่นนับแสน มิต่างกับสายน้ำซึ่งหล่อเลี้ยงผู้คนริมสองฟากฝั่ง เขาจำได้ ประมาณสองสามสัปดาห์ก่อนล่องเรือไปซื้อมะพร้าวที่บางแค พ่อต้องเอาเรือไปขึ้นคาน๗ ตรงหน้าตลาดสด พ่อมักจะเอาเรือขึ้นคานปีละครั้งสองครั้ง เพื่อตรวจซ่อมแซมความเสียหายของท้องเรือที่ถูกตัวเพรียงเจาะกิน เริ่มต้นจากการขูดชันเก่าตามแนวเรือออกให้หมด ดูหมัน๘ ที่คลายตัวพองอืดมีกลิ่นเน่าเหม็นและชักหมันเก่าตามจุดที่ใช้การไม่ได้ออก จากนั้นจึงตอกหมันใหม่กลับเข้าไปตามแนวเรือด้วยเหล็กสกัดจนแน่น ส่วนแม่จะช่วยขัดท้องเรือด้วยกระดาษทรายน้ำจนมองเห็นเนื้อไม้สีขาวนวล เมื่อตอกหมันตามแนวเรือจนครบและซ่อมแซมในจุดที่เพรียงกินจนเสร็จ พ่อกับแม่จะช่วยกันยาเรือตามแนวหมันด้วยชันเหนียวข้น ซึ่งผสมน้ำมันยางกับปูนแดงที่กินกับหมากจนกลายเป็นสีชมพู และป้ายตามรอยปุ่มโปนของสลักไม้ด้วยเหล็กแบนทั่วทั้งลำ สุดท้ายจึงใช้น้ำมันยางพอนเรือ๙ จนทั่ว ตลอดทั้งสัปดาห์ที่เอาเรือขึ้นคาน ศรีฬาร์กับศรีพลอยจะปูเสื่อนั่งเล่นหลบแดดอยู่ใต้ท้องเรือ หรือไม่ก็เล่นกับลูกชาวเรือคนอื่นๆ อยู่ตามหมอนไม้ ตกเย็นพวกเขาจะเดินทักทายเรือลำอื่นที่มาขึ้นคาน ปีนป่ายไม้คานหรือขึ้นไปกระโดดโลดเต้นบนสาลี่๑๐ อย่างสนุกสนาน สำหรับศรีฬาร์แล้ว ทุกครั้งที่นำเรือมาขึ้นคานทำให้เขารู้สึกตื่นเต้น เมื่อมองดูสาลี่เคลื่อนจมหายลงไปในน้ำ และพาเรือเคลื่อนลอยขึ้นมาบนบก มันน่าอัศจรรย์มิใช่หรือ ขณะมองเห็นเรือเคลื่อนที่ราวกับลอยอยู่กลางอากาศ เมื่อเรือเอี่ยมอ่องอีกครั้ง พ่อจะหาฤกษ์ยามกำหนดวันเอาเรือลงน้ำ ซื้อผ้าเขียวผ้าแดงมาผูกหัวเรือ เจิมด้วยแป้งหอม จุดธูปบอกกล่าวแม่ย่านาง พร้อมอาหารคาวหวานเต็มสำรับ ส่วนเขาจะเดินสำรวจรอบๆ เรืออย่างภูมิใจ รอยวงสีชมพูเล็กๆ กระจัดกระจายทั่วท้องเรือ ดวงตาเรือถูกวาดทาใหม่ด้วยสีสดใส มันยังจ้องมองเขาอยู่เสมอ ดวงตาสีฟ้าที่จะนำเรือมุ่งสู่จุดหมายโดยปลอดภัย จากนั้นเขาจะรีบขึ้นเรือ กระไดพาดเรือถูกชักออก สาลี่ถูกเข็นมารองใต้ท้องเรือ เสียงพูดคุยกันโหวกเหวก เรือจะโคลงเล็กน้อย ก่อนเคลื่อนออกจากที่ไปตามแนวขวางจนมองเห็นแม่น้ำอยู่ข้างหลัง เรือเคลื่อนถอยหลังตรงไปยังแม่น้ำราวกับลอยอยู่ในอากาศ เขาจะเกาะพนักท้ายเรือไว้แน่น ชะโงกดูลวดสลิงใหญ่คอยรั้งดึงสาลี่ กว้านหมุนอย่างเชื่องช้าจากห้องเครื่อง ท้องเรือสัมผัสผิวน้ำทีละน้อย จนเรือทั้งลำยวบลงสู่แม่น้ำ น้ำแตกกระจายก่อระลอกเป็นวงกว้าง เรือลอยคว้างไปตามแรง พ่อกับแม่จะช่วยกันค้ำเรือด้วยไม้ถ่อยาวเพื่อไม่ให้ไปชนกับเรือลำอื่น สาลี่ถูกดึงขึ้นจากน้ำอย่างช้าๆ ผู้ชายสองสามคนนั่งโบกมืออยู่บนสาลี่ โชคดีนะ ขอให้โชคดี ทุกค่ำคืนที่นอนหลับและตื่นขึ้นมาพบกับเช้าวันใหม่ ดวงอาทิตย์ลอยสูงขึ้นหลังโรงสีข้าว เปล่งประกายจับแสงตามใบไม้ใบหญ้า หยาดฝนจากค่ำคืนค่อยๆ เหือดแห้ง ความร้อนขับไอระเหยขึ้นจากพื้นดินชุ่มชื้น นกเล็กๆ ส่งเสียงร้องอยู่ตามพุ่มไม้ แข่งกับเสียงหัวเราะเริงร่าของเด็กๆ บนถนนหน้าร้านขายยา เด็กๆ กำลังรุมล้อมรถเข็นขายไอติมของชายชราท่าทางใจดี แกเลือกหยิบไอติมในถังเย็นให้พวกเขาไม่ทัน จึงถอยออกมาปล่อยให้เด็กๆ เลือกกันตามใจชอบ จากนั้นพวกเด็กๆ พากันเดินไปยังสวนสาธารณะ ซึ่งมีโรงพัก ที่ว่าการอำเภอ และสถานีอนามัย ตั้งขนาบกับแนวสันเขื่อนประกาศิต พวกเขาจะพากันเข้าไปใต้ถุนโรงพัก ดูตำรวจนั่งโขกหมากรุก หรือขึ้นไปข้างบนเพื่อดูคนในห้องขัง แล้วนำมาล้อเลียนกันอย่างสนุกสนาน บางวันพวกเขาจะเล่นอยู่ในสนามเด็กเล่น หรือเล่นซ่อนแอบอยู่บริเวณหอนาฬิกาเก่าแก่ และบ่อน้ำพุที่มีน้ำฝนขังใบไม้จนเน่าเหม็น จากนั้นจะพากันขึ้นไปเดินบนสันเขื่อน เอาไม้เคาะราวเหล็กไปตลอดทาง ตลอดแนวเขื่อนปลูกต้นสน ตัดแต่งเป็นพุ่ม บางวันจะมีคนมานั่งตกปลาอยู่ริมเขื่อนด้านล่าง มีคลื่นน้ำซัดสาดอยู่ตลอดเวลา ฝั่งตรงข้ามเป็นโรงสีข้าว บางช่วงจะมีแกลบผสมขี้เถ้าเป็นละอองฟุ้งกระจายไปในอากาศและแม่น้ำ มองเห็นเรือบรรทุกข้าว กุลีแบกกระบุงเจ๊กขนข้าวเปลือกเดินขึ้นลงบนสะพานไม้แผ่นเดียวที่พาดระหว่างโรงสีกับลำเรือ พวกเขาชอบมานั่งตกปลาอยู่ที่นี่ แต่โดยมากสายเบ็ดราคาถูกจะขาดเพราะคมหิน หรือไม่ก็ขาดเพราะปลากระทิง หรือปลาปักเป้า เด็กๆ ชอบตะโกนคุยกับคนนั่งตกปลา ไถ่ถามว่าได้ปลาบ้างไหม ก่อนเดินลงไปตามขั้นบันไดปูน ไต่ไปตามก้อนหิน ดูปลาที่ขังไว้ในกระชัง ส่วนมากเป็นปลากราย ปลากา และปลากระสูบ พอเบื่อก็จะปีนกลับขึ้นมา เดินต่อไปจนสุดริมเขื่อน บริเวณนั้นมีแพลูกบวบ๑๑ จอดอยู่สองแพ เป็นของพนักงานดับเพลิง มีต้นตะขบใหญ่สองสามต้น พวกเด็กๆ ชอบปีนเก็บลูกตะขบกิน หรือขว้างปาใส่กัน และหัวเราะร่วนราวนกตัวเล็กๆ จนตะวันลอยเด่นกลางฟ้า บางคนจะรีบกลับบ้าน บางคนเดินออกทางสถานีอนามัย ผ่านศาลาประชาคม และสมาคมที่พวกผู้ใหญ่ชอบมาเล่นบิลเลียด เด็กๆ จะแอบมุดลงไปใต้ถุนซึ่งมีน้ำเน่าเจิ่งนอง เลือกเก็บซองบุหรี่ใหม่ๆ จากกองขยะที่ถูกกวาดลงมาจากด้านบน ก่อนแยกย้ายกันกลับไปกินข้าวกลางวัน ตอนบ่ายพวกเขาจะมารวมตัวกันอีกครั้งตรงหอนาฬิกา โอ้อวดซองบุหรี่ที่เก็บพับไว้อย่างดี แล้วหาพื้นที่ร่มเงาเล่นทอยเส้น๑๒ ไก่ต๊อก๑๓ เอาซองบุหรี่กัน ศรีฬาร์คิดคำนึงถึงชีวิตในวัยเด็กกับเพื่อนๆ ยังจดจำภาพเทศกาลกินเจได้ติดตา ฝูงชนเรือนร้อยยืนเบียดเสียด ส่งเสียงเซ็งแซ่หน้าโรงเจ แป๊ะยิ้มยืนโยกโบกพัดหลอกล่อสิงโตท่ามกลางวงล้อมของฝูงชน เสียงกลองเร่งเร้าจังหวะ เสียงประทัดแตกรัวถี่ ทั้งถนนเต็มไปด้วยกระดาษและผ้าหลากสีสันผูกระโยงระยางเขียนด้วยอักษรจีนสีดำสีแดง เวลาเคลื่อนผ่านไปจนกระทั่งมีสัญญาณเปิดประตูของโรงเจ คลื่นคนถาโถมผ่านช่องประตูแคบๆ เบียดเสียดเยียดยัดอยู่ในห้องโถงสูง มีเสากลมใหญ่ บนระเบียงชั้นสองเต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่ของโรงเจ และสิ่งของกองพะเนินเทินทึก บนปะรำพิธีมีคนตะโกนใส่ไมโครโฟนบอกถึงสิ่งของต่างๆ ที่ได้รับบริจาคมา ทว่าเสียงกลับกลืนหายเข้าไปในความอึกทึกของผู้คนที่เนืองแน่นอยู่ด้านล่าง และแล้วสิ่งของมากมายก็ถูกโปรยลงมาจากชั้นสอง ฝูงชนเข้ายื้อแย่งกันอลหม่านราวกับน้ำเดือดพล่านอยู่ในกาน้ำร้อน เสียงกลองรัวเร่งเร้าจังหวะหนักแน่น คนเชิดสิงโตโยกตัวไปมาอยู่หน้าช่องประตู ลำแดดส่องประกายกับพื้นถนน อีกนานกว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะตกอยู่ในความเงียบสงบ ตอนกลางคืน แม่พาเขากับน้องสาวไปดูงิ้วที่โรงเจ แม่ชอบดูงิ้วมาก แม้จะรู้ภาษาจีนเพียงไม่กี่คำ แต่สายตาที่จับจ้องดูการแสดงอันน่าตื่นเต้นนั้น ทำให้เขารู้ว่าแม่ชอบมากเพียงใด เขาและน้องจึงอดที่จะตื่นเต้นไปกับแม่ด้วยไม่ได้ เมื่อมีข่าวคณะงิ้วจะมาเปิดแสดงในอำเภอแห่งนี้ สายลมยะเยือกแผ่วพัดมาจากฟากตะวันออกเฉียงเหนือ แม่น้ำเอ่อสูงเพื่อมไหวครวญครางบทเพลง แลสะท้อนเงาท้องฟ้าสีเทา ขอบฟ้าค่อยๆ สุกปลั่งมลังเมลือง ดวงอาทิตย์โผล่พ้นเหนือสายน้ำ เสียงใบพายวาดหัวเรือมาตามริมฝั่ง เรือหางยาวแผดเสียงจนแม่น้ำปั่นป่วนไปทั้งสาย ศรีฬาร์เฝ้าเร่งวันเร่งคืนให้ถึงวันที่จะได้ล่องเรือไปบางแคเร็วๆ และแล้ววันที่รอคอยก็มาถึง ทุกคนตื่นแต่เช้ามืด พอฟ้าสว่าง แม่ชวนเขาไปซื้อดอกไม้และกับข้าวในตลาด ส่วนพ่อเอาเรืออีแปะ๑๔ และเรืออีป๊าบเข้าจอดริมตลิ่ง ผูกแน่นหนาในเพิงที่เอาทางมะพร้าวมาทำเป็นหลังคากันแดดไว้ตั้งแต่วันวาน เมื่อกลับมาจากตลาด เขาช่วยเตรียมสำรับคาวหวาน และเอาน้ำล้างหัวเรือจนสะอาด ในขณะที่พ่อกับแม่ช่วยกันผูกหลังคาสังกะสีให้กระชับโครงเหล็ก จากนั้นเขากับน้องสาวช่วยกันยกสำรับมาให้ พ่อจุดธูปปักตรงหัวเรือ รินเหล้าใส่แก้ว ยกสำรับขึ้นจรดหน้าผาก ตั้งจิตอธิษฐานให้แม่ย่านางช่วยคุ้มครอง แคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันตรายตลอดการเดินทาง พอถึงเวลาจะได้ยินเสียงเรือยนต์ครางแผ่วดังมาจากประตูน้ำ เปิดหวูดกังวาน ล่องเลียบมาตามลำคลอง ด้านหลังมีเชือกโยงกับเรือกระแชงลำเล็ก ถูกลากมาตามลำน้ำดูเหมือนหางว่าว โยกโคลงเคลงไปมาราวกับเจอพายุใหญ่ เมื่อเรือยนต์ชะลอตัว เครื่องยนต์ยิ่งดังกระหึ่ม ก่อระลอกน้ำขนาดใหญ่ตีเกลียวคลื่นเข้าหาฝั่ง เขากับน้องจะนั่งอยู่บนพนักสูง มองดูนายท้ายเรือปลดเชือกจากเรือกระแชง ปล่อยให้แล่นกลับไปตามลำน้ำ พวกเขาคอยโบกมือให้คนขับเรือกระแชงราวกับเป็นนักกระโดดร่มที่ลงสู่พื้นดินโดยปลอดภัย แกมองมาส่งเสียงหัวเราะลั่น ก่อนล่องเรือจากไป เสียงคนเรือตะโกนกันโหวกเหวก ขณะถอยเรือออกจากแนวจอด เหวี่ยงเชือกให้นายท้ายเรือผูกกับตะขอเหล็ก และจัดแจงมัดปลายเชือกเข้ากับแอกหัวเรือทั้งสองข้าง เรือยนต์เดินหน้าจนเชือกปอเปียกน้ำรัดตัวตึงแน่น ขณะเรือเอี้ยมจุ๊นอีกลำพ่วงต่อจากเรือลำแรก คนในเรือดูวุ่นวายตลอดเวลา เรือลำที่สามพ่วงต่อลำที่สอง ขณะเดียวกัน พ่อเอาถ่อค้ำท้ายเรือออกจากช่องจอด ปล่อยให้บริเวณนั้นเป็นพื้นน้ำโล่ง แม่เหวี่ยงเชือกให้เรือลำท้าย คนเรือมัดเชือก ไขว้เป็นกากบาทแล้วโยนปลายเชือกกลับมา พ่อกับแม่ช่วยกันมัดเชือกจนแน่น เจ้าของเรือลำอื่นๆ ออกมายืนโบกมืออวยพรให้เดินทางโดยปลอดภัย เรือล่องเลียบผ่านหน้าเขื่อนที่เขามาเล่นเป็นประจำ พ่อเอาถังสังกะสีตักน้ำล้างหัวเรือ น้ำไหลเป็นทางมาตามกราบเรือทั้งสองข้าง ก่อนไหลลงตามท้องเรือคืนสู่แม่น้ำ ท่อนล่างของพ่อเปียกชุ่ม ท่อนบนชื้นเหงื่อ เขาหยิบผ้าขะม้ามาให้พ่ออาบน้ำ แล้วกลับมานั่งบนพนักกับน้องสาวอีกครั้ง จ้องมองสายน้ำหมุนวนตรงหางเสือเรือ และทอดสายตามองบ้านเรือนที่ตั้งอยู่ท่ามกลางดงไม้สองฟากฝั่ง ศาลาท่าน้ำ วัดอันเงียบสงบร่มรื่น หาดทรายลาดโค้ง อ่าวและคุ้งน้ำเต็มพืดด้วยป่าหญ้ารกชัฏ น้ำเอ่อสูงจนเห็นได้ชัดเจน พ่อบอกว่าน้ำเหนือเริ่มถูกปล่อยลงมาแล้ว เสียงนกร้องมาจากสุมทุมพุ่มไม้ชายฝั่ง เสียงหมาเห่ากรรโชก ใต้ตอไม้ผุริมฝั่งด้านหนึ่ง ตัวเงินตัวทองเดินขึ้นจากน้ำ มันเงี่ยหูฟังเสียงเครื่องยนต์ และเหลียวชำเลืองมองขบวนเรือโยง ท่าทางทำวางมาดของมันช่างน่าขัน เขาชี้ให้น้องสาวดูเจ้าสีสวยตัวนั้น มันคงคิดว่าตัวเองน่ะ เป็นเจ้าชายล่ะมั้ง เขาพูดแล้วหัวเราะ ทุกครั้งที่เรือโยงล่องผ่านมาตามหมู่บ้าน มักจะเห็นชาวบ้านออกมาซักเสื้อผ้าบนสะพานที่ทอดออกมาริมน้ำ เด็กๆ กระโดดเล่นน้ำ โบกไม้โบกมือและตะโกนโต้ตอบกันโหวกเหวก มันทำให้นึกไปถึงเครื่องบิน ทุกครั้งที่เห็นเครื่องบินบินผ่านมา เขาจะโบกมือ และตะโกนเรียกให้เครื่องบินจอดรับด้วย เด็กๆ พวกนั้นคงนึกอยากจะมาด้วยเหมือนกัน บางครั้งเด็กๆ ที่เล่นน้ำกันอยู่จะพากันว่ายตรงมายังเรือโยง ทว่ากลับถูกเกลียวคลื่นโหมซัดจมหาย ก่อนโผล่ขึ้นมาอีกครั้ง หากมีเด็กคนไหนว่ายเข้ามาใกล้เรือมากๆ พวกคนเรือจะคอยระวังไม่ให้เด็กเข้ามาเกาะเรือ เพราะกลัวว่าเรือจะดูดพวกเขาลงไปใต้น้ำ เรือโยงเลียบเลาะตามแม่น้ำคดโค้ง มีหมู่บ้านและอารามสงฆ์ปรากฏให้เห็นตลอดเส้นทาง ต้นไม้ร่มครึ้ม ดงอ้อกอแขม ชาวบ้านลอยเรือหาปลา กอสวะและผักตบชวาเกาะแพเอื่อยไหลพะเยิบพะยาบเหนือผิวคลื่น บางคราจะได้ยินเสียงเพลงรักล่องลอยผ่านเข้ามา เรือโยงมาถึงปากแม่น้ำในตอนบ่าย มองเห็นเจ้าพระยากว้างใหญ่ไหลเอื่อยพริบพรายในแสงแดด ไกลออกไปเบื้องหน้า เรือดูดทรายลอยอยู่กลางแม่น้ำ ริมฝั่งด้านหนึ่งเป็นหมู่บ้านและศาลเจ้า พ่อเคยเล่าให้ฟังว่า เรือทุกลำเมื่อผ่านมาถึงปากแม่น้ำนี้ จะต้องจุดธูปบอกเล่าหรือบนบานศาลกล่าวขอให้เจ้าแม่ลานเทคุ้มครองให้เดินทางโดยปลอดภัย เพราะเรือมักมาล่มตรงหน้าศาลเจ้าแม่แห่งนี้เสมอ เวลายังคงเคลื่อนผ่านไป แม่น้ำเอื่อยไหลสะท้อนแสงแดดอ่อนโยนของยามเย็น ขณะเรือโยงล่องผ่านเมืองใหญ่ บ้านเรือนริมฝั่งน้ำ ตึกรามสูงใหญ่ มองเห็นรถยนต์วิ่งอยู่บนถนน กองทัพเรือ มหาวิทยาลัย ตลาดน้ำท่าเตียน วัดอรุณราชวรารามเปล่งประกายงดงามในแสงแห่งยามเย็น ศรีฬาร์ชอบนั่งอยู่บนพนักท้ายเรือ เฝ้ามองภาพต่างๆ อย่างมิรู้เบื่อ ผู้คนบนแพข้ามฟาก เรือด่วนเจ้าพระยา ขบวนเรือพ่วงโยงยาวเหยียด เรือทรายหนักและแพซุง พอขบวนเรือโยงของเราหันหน้าเข้าปากคลองบางหลวง แม่จะชี้ชวนให้เขาดูสะพานพุทธซึ่งมองเห็นแต่ไกล รถยนต์คันเล็กๆ เหมือนของเล่นวิ่งไปมาบนสะพานดำทมึนในแสงของยามเย็น เรือล่องเลียบตามริมฝั่งคลอง เรือนไม้เก่าโทรมวางตัวเรียงรายสองฟากฝั่ง หลังคาสังกะสีสลับแซมด้วยตึกรามขึ้นใหม่ และพุ่มไม้รกเรื้อ เรือมาจอดพักที่ประตูน้ำเมื่อพลบค่ำ รอเวลาประตูเปิดในตอนกลางคืน เมื่อน้ำอยู่ในระดับเดียวกัน เด็กๆ นอนหลับเมื่อเรือผ่านพ้นประตูน้ำ แสงไฟของเรือยนต์ส่องสาดตะคุ่มเงาของดงไม้ เสียงเครื่องยนต์ทำลายความเงียบงันของค่ำคืน เสียงคลื่นม้วนตัวซัดสาดไปมา เรือล่องผ่านความมืดหม่นเชื่องช้า ศรีฬาร์ตื่นตอนฟ้าสาง ความมืดเลือนจางอย่างช้าเชือน รอบข้างเต็มไปด้วยหมอกหนาทึบ ลำเรือแหวกว่ายไปในม่านหมอกราวกับกำลังล่องลอยอยู่ในอากาศ แสงไฟของเรือยนต์สาดส่องฝ่าม่านหมอก เสียงใบพายกระทบน้ำสม่ำเสมอดังอยู่รอบข้าง เสียงนกร้องจากสองฟากฝั่ง นานๆ จะได้ยินเสียงเรือเครื่องดังขึ้นจากที่ห่างไกล ดวงอาทิตย์เคลื่อนตัวสูง พรางตัวในม่านหมอก เมื่อสายหมอกคลี่หายไร้ร่องรอย ทุกสิ่งทุกอย่างจึงดูชัดเจนและเป็นจริงยิ่งขึ้น คนเรือปลดเชือกผูกโยงเมื่อเรือมาถึงปากคลอง และช่วยกันค้ำถ่อหาที่จอดริมฝั่ง พ่อเอาเครื่องมาตั้งบนแอกด้านท้าย พาเรือล่องตามลำคลองอย่างช้าๆ การสัญจรคลายความคับคั่งลงบ้างแล้ว เมื่อพ่อนำเรือเข้าจอดหน้าร้านขายของชำ ใกล้ร้านขายประตูหน้าต่างของคนจีน แสงแดดทวีความร้อนเป็นลำดับ พ่อผูกเรือเข้ากับเสาหลักแน่นหนา ใช้ไม้กระดานพาดเป็นสะพานขึ้นฝั่ง ก่อนมานั่งล้อมวงกินข้าว ชาวบ้านที่สนิทชิดเชื้อมายืนทักทายริมตลิ่ง พ่อเชิญพวกเขาขึ้นบนเรือ ต่างพูดคุยแลกเปลี่ยนข่าวคราวใหม่ๆ ในช่วงที่พวกเขาไม่อยู่ ตอนบ่ายพ่อเอาเครื่องลงเรืออีป๊าบที่ฝากจอดไว้ แล่นหายไปทางตลาดบางแค มุ่งหน้าสู่สวนมะพร้าวเจ้าประจำที่เคยติดต่อซื้อขายกัน (อ่านต่ออาทิตย์หน้า) ๗ ขึ้นคาน นำเรือเข้าอู่เพื่อซ่อมแซม ๘ หมัน เส้นด้ายดิบคลุกกับเสนและน้ำมันยาง ใช้ในการอุดยัดแนวเรือ ๙ พอนเรือ การเอาน้ำมันยางชโลมเรือ หลังจากตอกหมันและชันยาแล้ว ๑๐ สาลี่ เครื่องบรรทุกของหนัก มีล้อ เคลื่อนที่บนรางเหล็ก ชักลากโดยสายสลิงและเครื่องยนต์ ใช้สำหรับนำเรือข้ามฟาก (ถนน) และใช้ตามคานเรือ, ลี่ ก็เรียก ๑๑ แพลูกบวบ แพผูกด้วยไม้ไผ่เป็นก้อนกลม แล้วสร้างบ้านบนแพ ๑๒ ทอยเส้น การละเล่นชนิดหนึ่ง ใช้เหรียญหรือตุ๊กตุ่นโยนให้ใกล้เส้นที่ขีดไว้ ใครใกล้เส้นกว่าจะเป็นผู้ชนะ จะต้องทอยให้ถูกของคนถัดลงไปจึงจะได้แต้ม (หรือของที่ใช้เล่นกัน) หากทอยไม่โดน คนนั้นจะมีโอกาสทอยคนที่ถัดไปอีก ๑๓ ไก่ต๊อก การละเล่นชนิดหนึ่ง ใช้เหรียญกลิ้งลงบนแผ่นกระดานลาดเอียง ใครใกล้เส้นกว่าจะเป็นผู้ชนะ กติกาเหมือนเล่นทอยเส้น ๑๔ เรืออีแปะ เรือต่อท้องแบนเสริมกราบ |
| ห้องหนังสือส่วนตัว | ||
เรื่องเล่าที่ยังไม่เคยมีใครเล่า |
||
|
View All |
||
| << | กันยายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | ||||