พิมพ์หน้านี้
|
เงาจันทร์บนแผ่นน้ำ นวนิยายโดย: วุฐิศานติ์ จันทร์วิบูล ------------------------------------- บรรพหนึ่ง: เด็กน้อยของกระจกเงา ความทรงจำเหนือสายน้ำ (3)
ภาพโดย กุสตาฟ คริมท์ สองสัปดาห์ผ่านไป เมื่อได้มะพร้าวเกือบเต็มลำเรือ ที่วิ่งเล่นจึงลดน้อยลง แม่สอนศรีฬาร์ใช้มีดจิกมะพร้าว โดยฉีกเปลือกมะพร้าวออกมาเส้นหนึ่งตามส่วนโค้ง ผูกสองลูกเข้าด้วยกัน นำมาไขว้กันเป็นพวงพวงละสี่ลูก แล้วจึงช่วยกันขนมากองไว้ในท้องเรือ เพื่อให้พ่อจัดเรียง โดยจะวางเป็นแถวซ้อนกันจากพื้นกระดานจนสูงท่วมถึงโค้งหลังคาสังกะสี บางวันเขาจะพาน้องขึ้นไปเล่นกับเด็กๆ ในละแวกนั้น ถัดจากร้านค้าไม่ไกลนัก มีศาลาพักร้อนริมทาง มีต้นเฟื่องฟ้าใหญ่แผ่กิ่งก้านปกคลุมหลังคาร่มรื่น กลิ่นหอมจางๆ ล่องลอยในสายลม ศรีฬาร์ยังจำลมหนาวในปีนั้นได้ดี... เสียงไก่ขันแว่วมาจากบ้านเรือนริมฝั่ง เสียงนกร้องตามสุมทุมพุ่มไม้ เสียงใบพายกระทบผิวน้ำผ่านมาอย่างเชื่องช้า เขารู้สึกเหมือนมีคลื่นน้อยๆ สาดซัดให้เขาโคลงเคลงและเพื่อมไหวตามผิวน้ำ ล่องลอยห่างไกลออกไปทุกขณะ เขาพยายามควานมือไขว่คว้า เพื่อยึดจับสิ่งที่มองไม่เห็น ก่อนสะดุ้งตื่นจากความฝัน... เขาตื่นด้วยความงุนงง ลุกขึ้นเหลียวมองไปรอบๆ พ่อแม่และน้องนอนอยู่ข้างๆ ภายในเรือยังมืด มองเห็นแสงรางๆ ผ่านเข้ามาตามรูรั่วของแผงขัดแตะ เขารู้สึกถึงความหนาวเยือกของยามเช้า มุดลอดออกนอกมุ้ง ชะโงกดูกราบเรือ พลันประหลาดใจเมื่อเห็นหมาสีขาวนอนขดอยู่ มันมองดูเขาด้วยสายตาที่ไร้ความรู้สึก เขาหลบเข้ามาด้วยความหวาดกลัว นึกสงสัยว่ามันขึ้นเรือได้ยังไง ในเมื่อทุกคืนพ่อจะชักสะพานออก เขาคิดจะปลุกพ่อแต่เงียบเอาไว้ เมื่อลองชะโงกหน้าออกไปอีกครั้ง คราวนี้ไม่พบสิ่งใด เขามองตามช่องแผงเล็กๆ กราบเรือดูว่างเปล่า ตื่นแล้วหรือลูก เสียงเรียกทำให้เขาชะงัก เห็นแม่ลุกนั่ง พ่อพลิกตัวอยู่ในความเงียบ เขาขยับแผงเปิดออก แสงรางยามเช้าถาโถมเข้ามาพร้อมสายลมประหลาด หนาวหรือลูก แม่ถามเมื่อได้ยินเสียงครางฮือของเขา เด็กชายชะโงกหน้ารับสายลม หมอกจางๆ ลอยเรี่ยผิวน้ำ ยามเช้าดูสวยสดงดงาม แม่ลุกขึ้นเก็บที่นอน ขณะพ่องัวเงียลุกขึ้น ยังไม่ต้องเปิดแผงก็ได้ ถ้าหนาว พ่อพูดกับเขา ไม่หนาวหรอกพ่อ หนูชอบ เขาพยายามดันแผงบานพับ พ่อจึงลุกขึ้นเก็บแผง รวบไว้ด้านหนึ่ง ลมหนาวไงลูก มีคนเคยพูดว่า หากใครรู้สึกตื่นตัวกับลมหนาว เขาจะต้องคำสาปให้ออกเดินทาง เหมือนกับปู่อินจันทร์ เขาหันมองดูพ่อด้วยความสงสัย หนูจะไม่ไปไหนหรอกพ่อ เขายิ้ม ตั้งใจสูดดมลมหนาวราวกับลูกหมาตัวน้อยที่ได้สัมผัสสายลมหนาวเป็นครั้งแรก พ่อเอาไม้ค้ำแผงสังกะสีด้านท้ายเรือเปิด ทำให้ลมหนาวพรายพรูเข้ามา ดวงอาทิตย์เอื้อแสงอบอุ่น เรือแม่ค้าขายของจำพวก เนื้อ ผัก ผลไม้ อาหารแห้งและขนมทยอยผ่านไปมา บางลำจอดคุยกันริมฝั่ง หรือตะโกนทักทายกัน การสัญจรคับคั่งขึ้นเรื่อยๆ เขาปลุกน้องสาว แม่ต้องตั้งเตาหุงข้าวในท้องเรือ เพราะลมแรงเกินไป เขากับน้องนั่งอยู่บนพนักเหมือนทุกเช้า เฝ้าดูเรือแม่ค้าที่ผ่านไปมาในลำคลอง บางวันจะมีชายจีนชราสวมหมวกสาน ใส่เสื้อกุยเฮงและกางเกงขาก๊วยสีดำยืนโยกแจวช้าๆ อยู่ท้ายเรือมาด๑๕ ส่งเสียงแหบพร่าร้องขายถ่าน ดูเหมือนแกจะเป็นภาพที่แตกต่างและโดดเด่นที่สุดเหนือสายน้ำยามเช้า ต่างจากเรือแม่ค้าที่เขาเห็นจนเจนตา โดยมากเป็นเรือสำปั้น๑๖ แม่ค้าใส่งอบ สวมเสื้อแขนยาวสีเข้ม พวกหล่อนจะยิ้มแย้มทักทายคนรู้จัก ร้องขายแลกเปลี่ยนสินค้า บางคนพายเรือมาเทียบข้างเรือเรา เอ่ยถามว่าต้องการอะไรบ้างไหม แม่จะเลือกซื้อเนื้อและผัก รวมถึงขนมสองสามอย่างสำหรับลูกๆ ทุกเช้า พ่อจะเตรียมตัวออกไปสวน ยกเครื่องตั้งบนเรืออีป๊าบ บางวันพ่อจะชวนเขาไปเป็นเพื่อน เขาจะรีบปีนลงจากพนักสูง เดินมาตามกราบเรือ กระโดดลงหัวเรือ หันมองดูน้องสาว และโบกมือให้เธอ เรือเครื่องพาเขาแล่นฉิวผ่านสายลมเย็นเยือก น้ำตรงหัวเรือซัดซ่าเป็นฟองขาว ตีเกลียวน้ำแหวกเป็นช่องม้วนเข้ากระทบสองฟากฝั่ง พ่อขับเรือช้าลงเมื่อสวนกับบรรดาเรือแม่ค้าที่ออกมาจากสวน กระทั่งเลยย่านอันจอแจของตลาดน้ำ พ่อเร่งเครื่องเรือ เสียงแตกซ่ายิ่งดังชัดเจน เช่นเดียวกับเกลียวคลื่นม้วนโต บางครั้งลมตีสวนเข้ามาจนหัวเรือพะเยิบพะยาบเหนือลอนคลื่น ได้ยินเสียงพ่อหัวเราะอยู่เบื้องหลัง เมื่อหัวเรือกระแทกน้ำจนแตกกระเซ็นเปียกลูกชาย จับแน่นๆ จับไว้แน่นๆ นะลูก พ่อตะโกนบอกเขา กระทั่งถึงบ้านสวน เรือล่องผ่านคูคลอง เลียบจอดริมตลิ่ง เจ้าของสวนออกมาต้อนรับ เชิญนั่งบนแคร่หน้าบ้าน ยกน้ำและผลไม้มาให้ เขาจะนั่งเงียบ กวาดตามองดูรอบๆ สวนมะพร้าวปลูกบนคันดินสลับร่องน้ำ มีส้มโอ มะม่วง มะนาว แซมอยู่ประปราย ริมสุดเป็นดงกล้วย น้ำเอ่อสูงจนปริ่มตลิ่ง พื้นดินชื้นแฉะ กลิ่นอาหารจากครับหอมฉุย พ่อเดินกลับมาลงเรืออีกครั้ง เขารีบกระโดดลงเรือ ขณะถอยเรือไปยังกองมะพร้าว จากนั้นพวกผู้ใหญ่ช่วยขนมะพร้าวลงเรือ พ่อนับเงินส่งให้เจ้าของสวนและเอ่ยลา ขณะถอยเรือออก เมียเจ้าของสวนเรียกให้รอก่อน แล้วเอาขนมกับส้มโอมาให้ ฝากเอาไปให้แม่นะ นางพูดกับเด็กชาย ขอบใจนะ พ่อพูดและเอ่ยลาอีกครั้ง พวกเขาจะกลับมาถึงเรือเมื่อสายมากแล้ว เรือที่เคยสัญจรเริ่มลดน้อย ชาวสวนพายเรือกลับเป็นทิวแถว หลังจากกินข้าวเสร็จ พ่อเอาเรือออกไปสวนอีกครั้ง แม่จัดเรียงมะพร้าวอยู่ด้านหัวเรือ เขาจะนั่งเล่นกับน้องอยู่บนพนักสูง นานๆ จะได้ยินเสียงแม่ร้องเรียก พวกเขาจึงส่งเสียงขานรับเสียงครั้งหนึ่ง บางครั้งพวกเขาจะได้ยินเสียงเพลงร้องแว่วมาตามลำน้ำ แทรกอยู่ในเสียงครางหนักๆ ของเครื่องยนต์ เป็นบทเพลงที่ว่าด้วยชายหนุ่มคนหนึ่ง เขียนจดหมายส่งไปถึงสาวโรงงานที่ชื่อ ฉันทนา เสียงเพลงก้องไปทั้งสองฟากฝั่ง สะท้อนกลับไปกลับมาเหมือนเกลียวคลื่น สักพักเด็กๆ จะมองเห็นเรือพ่วงลากจูงโผล่ออกมา พอชะโงกออกไปดู พวกเขาจะเห็นถังน้ำมันสองร้อยลิตรผูกโยงด้วยเชือกเรียงกันเป็นแพขนาดใหญ่ บนถังน้ำมันพาดกระดานไม้สองแผ่น ชายคนหนึ่งยืนอยู่ข้างบนวาดมือไปมาในอากาศราววาทยกรผู้ให้จังหวะดนตรี ขณะชายอีกสามสี่คน เกาะถังน้ำมัน มองเห็นศรีษะโผล่เหนือผิวน้ำ พวกเขาร่วมกันประสานเสียงร้องเพลงลูกทุ่งยอดนิยม แพถังน้ำมันเคลื่อนเข้ามาทุกขณะ ชายคนหนึ่งถอดเสื้อเห็นตัวดำเมื่อมมาเกาะอยู่ข้างเรือของเรา คอยระวังไม่ให้ถังน้ำมันกระแทกลำเรือ เมื่อเงยหน้าขึ้นเห็นเด็กชาย ชายหนุ่มยิ้มเห็นฟันขาว ไปด้วยกันมั้ยไอ้หนู ชายหนุ่มเอ่ยถาม เด็กชายรีบส่ายหน้าปฏิเสธ ไปเถอะน่า เราจะได้ร้องเพลงด้วยกัน เขาพูดและหัวเราะ ส่วนชายอีกคนที่อยู่บนแผ่นกระดานยืนมองดูเด็กชายและหัวเราะเสียงดัง พร้อมกับตะโกนด้วยภาษาท้องถิ่นที่เด็กชายฟังไม่เข้าใจ แพลอยห่างออกไปเรื่อยๆ เขามองตามคนพวกนั้นไป โบกไม้โบกมือให้ ชายพวกนั้นก็โบกมือตอบ พี่จะไปกับคนพวกนั้น? ศรีพลอยเอ่ยถามอย่างสงสัย ศรีฬาร์ยิ้ม และส่ายหน้าช้าๆ คนเรือมีชีวิตผูกพันกับสายน้ำทุกวี่วัน แม่น้ำคอยหล่อเลี้ยงชีวิต สายน้ำก่อกำเนิดเป็นชุมชน วิถีชีวิตและวัฒนธรรม ชีวิตก่อกำเนิดและล่วงลับดับสูญ เป็นอยู่เช่นนี้ มาเนิ่นนานนับร้อยนับพันปี ศรีฬาร์จดจำการล่องเรือช่วงท้ายๆ ได้ดี มันชัดเจนราวเพิ่งผ่านมาได้ไม่นาน โดยเฉพาะขณะนี้ ราวกับว่าความทรงจำทั้งมวลได้หมุนวนกลับมาอีกครั้ง การล่องเรือทุกครั้งนำความปรีดิ์เปรมมาสู่เขาเสมอ มีรสหวานหอมและสัมผัสอับอบอุ่น เต็มไปด้วยความสดใสร่าเริง ราวการถือกำเนิดขึ้นใหม่ของชีวิต พวกเขาล่องเรือไปซื้อมะพร้าวที่บางแค และล่องกลับมาขายยังตลาดบ้านแพน เป็นอยู่เช่นนี้เฉกเดียวกับน้ำขึ้นน้ำลง เช่นเดียวกับการมาเยือนครั้งแล้วครั้งเล่าของตะวันยามเช้า และพระจันทร์ในคืนเพ็ญ ทุกค่ำคืน แม่จะพาเขาออกไปยังหัวเรือ สายน้ำสะท้อนแสงไฟวับแวมตามบ้านเรือน ได้ยินเสียงเครื่องสายเศร้าสร้อย แว่วมาจากบ้านทรงไทยริมฝั่ง เสียงระริกไหลของสายน้ำ แสงนวลของดวงจันทร์ สายลมรำเพยหอมแห่งราตรี ยังคงเป็นเช่นนี้อยู่นิรันดร์ จะเป็นเช่นนี้อยู่นิรันดร์... ...อ่านต่อสัปดาห์หน้าครับ... ๑๕ เรือมาด เป็นเรือขุดชนิดหนึ่ง หัวท้ายเชิด ยาวประมาณ ๔ วา ๑๖ เรือสำปั้น เป็นเรือต่อด้วยไม้กระดานสามแผ่น เสริมกราบ ท้ายสูงกว่าหัวเรือ
|
| ห้องหนังสือส่วนตัว | ||
เรื่องเล่าที่ยังไม่เคยมีใครเล่า |
||
|
View All |
||
| << | ตุลาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | |||
| 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 |
| 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 |
| 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 |
| 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | |