• วุฐิศานติ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chantwiboon@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-04-04
  • จำนวนเรื่อง : 42
  • จำนวนผู้ชม : 5358
  • จำนวนผู้โหวต : 10
  • ส่ง msg :
สายน้ำชั่วนิรันดร์
เรื่องเล่าและความทรงจำ การเดินทางของใครบางคน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/wutisant
วันพฤหัสบดี ที่ 9 ตุลาคม 2551
เงาจันทร์ฯ(5)- บทรำพึงของวัยเยาว์ (1)
Posted by วุฐิศานติ์ , ผู้อ่าน : 69 , 10:51:00 น.   | หมวดหมู่ : เงาจันทร์บนแผ่นน้ำ  
พิมพ์หน้านี้


เงาจันทร์บนแผ่นน้ำ

นวนิยายโดย: วุฐิศานติ์ จันทร์วิบูล

-------------------------------------

บรรพหนึ่ง: เด็กน้อยของกระจกเงา

บทรำพึงของวัยเยาว์ (1)

ภาพ: the Master Painter โดย: Paul Klee

ฉันกลับมาแล้วแม่ เบื้องหน้าคือสายน้ำแผ่กว้างและท่วมท้นในความทรงจำของฉันตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านเลย สายน้ำที่ฉันไม่อาจหวนคืนไปสู่วัยเยาว์ สายน้ำที่นำเราจากพรากและเลยผ่านเข้าสู่กระแสธารอันไหลหลากกราดเกรี้ยวแห่งโชคชะตา สายน้ำที่คอยหล่อหลอมผู้คนให้แข็งแกร่ง อดทนและรอคอย –ชีวิตที่ต้องล่องลอยเหนือสายน้ำ- สายน้ำหล่อเลี้ยงชีวิตของผู้คน และคอยหล่อเลี้ยงดวงใจฉันเสมอมา กระทั่งบัดนี้ เมื่อฉันได้มายืนอยู่ตรงนี้อีกครั้ง มันดูไม่แปลกแตกต่างจากเมื่อยี่สิบปีก่อนนัก แม่น้ำสายเก่าแก่ บ้านเรือนทรุดโทรมริมฝั่ง เรือนเรือจอดนอนเงียบสงบ โรงสีข้าว และผู้คนลอยลำหาเลี้ยงชีวิตบนสายน้ำ ที่แตกต่างไปดูเหมือนจะมีอยู่เพียงสิ่งเดียว นั่นคือความมีชีวิตชีวาของสายน้ำ...

          แม่จำได้ไหม ลำเรือที่เคยจอดเรียงเคียงกันเป็นแถวแนวยาวเหยียดจากย่านท่าเรือจนมาถึงหน้าเขื่อน มีหลงเหลือเพียงสองสามลำเท่านั้นที่ยังคงวิถีชีวิตเช่นเดิม ราวกับพวกเขารอคอยการกลับมาของฉัน เพื่อพาฉันย้อนคืนและปลุกความทรงจำเหล่านั้นให้ลุกโชติช่วง หากทว่า ทั้งหมดทั้งมวลได้ผ่านไปแล้วอย่างไม่มีวันหวนคืน พวกเขาเพียงแค่ทำให้ฉันหวนระลึกได้เท่านั้น –ความทรงจำของสายน้ำ แม่ผู้คอยเห่ไกวยามหลับใหล แม่ผู้เอ่ยถ้อยคำขับกล่อมห้วงนิทรารมณ์- มันได้จากไปแล้วพร้อมกับวัยเยาว์ของฉัน หลงเหลือเพียงภาพที่เคลื่อนผ่านเข้ามาบางชั่วขณะ เพียงชั่วขณะหนึ่งก่อนเลือนหายไป...

          สิ่งใดกันที่พรากฉันไปจากสายน้ำ และพรากทุกคนจากไปในอีกไม่กี่ปีต่อมา คล้ายมีกระแสคลื่นที่มองไม่เห็นพัดพามนุษย์ให้ไหลลอยไปอย่างไร้ทิศทาง เช่นเดียวกับพ่อแม่ และเช่นเดียวกับฉัน แต่สุดท้ายแล้วมันจะพาทุกคนไปพบจุดจบอย่างเดียวกัน ในวันใดวันหนึ่งข้างหน้า

          นานนับสิบปีทีเดียวที่ฉันจ่อมจมอยู่กับการแสวงหาความรู้ในโรงเรียน ห้องแคบๆ กับโต๊ะเขียนหนังสือ สมุด ดินสอ ปากกา ดูเหมือนภาพอนาคตอันสดใสจะรอคอยพวกเราอยู่เบื้องหน้า แต่เมื่อฉันทอดสายตาออกไป กลับพบว่ามันมีเพียงแสงหม่นสลัวบนหนทางอันมืดทึบ ขณะที่พวกเขาเฝ้าเพียรพยายามช่วยเราจุดโคมประทีปความใฝ่ฝันในอนาคต โดยคาดหวังว่าเราจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี มีหน้าที่การงาน เกียรติยศ ชื่อเสียง ความมั่งคั่งสวยหรู และจมอยู่ในโลกฝันภายใต้กะลาที่พวกเขาครอบให้เรา...

ชีวิตของฉันกับโรงเรียนเริ่มต้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ไม่ใคร่แน่ใจนัก รู้แต่เพียงว่ามันเป็นวันคืนที่ต้องพรากจากสายน้ำ ฉันได้ไปโรงเรียนพร้อมกับพี่ชายและพี่สาว บ้านบนบกของเราอยู่ตรงข้ามโรงเรียน มีเพียงกำแพงและถนนลูกรังสายแคบๆ เท่านั้นที่คั่นระหว่างบ้านและโรงเรียน

          ยามเช้า เด็กๆ ในชุดนักเรียนสีขาวหม่นจะมายืนบนถนนลูกรังหน้าบ้าน รอคอยคนล่าช้าเพื่อไปโรงเรียนด้วยกัน แม้ว่าโรงเรียนจะมองเห็นอยู่เบื้องหลังกำแพง แต่เราต้องเดินอ้อมไปทางบ้านพักครู พี่สาวมักจับมือฉันแน่นและพาเดินไปเงียบๆ เธอจะเหลียวมามองดูฉันบ่อยๆ คล้ายพยายามมองหาความร่าเริงที่อาจหลงเหลือของฉัน จำได้ว่าตั้งแต่วันแรกที่ไปโรงเรียน ฉันไม่ได้ร้องไห้เหมือนเด็กคนอื่นๆ ทว่าความร่าเริงที่มีอยู่ในตัวฉันสูญหายจนไร้ร่องรอย ในห้องเรียนฉันมักนั่งเงียบอยู่ที่โต๊ะประจำคู่กับเด็กชายคนหนึ่ง ดูเหมือนเขาจะเป็นเด็กที่ร่าเริงที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็น เขาสอนให้ฉันเรียนรู้หลายอย่างในเรื่องความกล้าหาญ ชอบพาฉันไปบ้านตอนพักกลางวัน หลังกินข้าวเสร็จเขาจะพาฉันเข้าไปเที่ยวเล่นในสวน ปีนเก็บมะม่วง มะขามหวาน จนกระทั่งวันหนึ่งนั่นแหละที่เราต้องเผ่นแน่บไม่เหลียวหลัง เมื่อเจ้าของสวนมาพบเข้า

          “ไอ้ขี้ขโมย! กูจะบอกแม่มึงว่ามึงไม่ไปโรงเรียน”

          ด้านหน้าห้องยังมีโต๊ะคู่อีกสองตัว มีเด็กหญิงและเด็กชายนั่งประจำ มีเด็กหญิงเล็กๆ คนหนึ่งชื่อนที เธอช่างเงียบและเรียบร้อยดั่งผ้าพับไว้ เธอเรียนเก่ง และขลาดอายเช่นเดียวกับฉัน เธอเป็นเพื่อนที่ดีของฉัน ท่ามกลางความเงียบงันทั้งหมดทั้งมวลในโลก

          วันเวลาผ่านไป เราเริ่มหัดอ่านหัดเขียน -ก –– กา ––– ขา- เราเริ่มรู้จักกับเพื่อนใหม่ –มานีมีอา อามีนา ในนามีรูปู ในรูปูมีงู- เราเริ่มหัดนับตัวเลขจากหนึ่งถึงสิบ จากสิบเป็นร้อย เริ่มหัดบวกลบตัวเลข –มีเงินอยู่ห้าบาท ซื้อขนมไปสองบาท เหลือเงินอยู่สามบาท- ฉันยังจำครูผู้หญิงวัยใกล้เกษียณได้ดี ท่านนึกเอ็นดูฉัน บ่อยครั้งครูจะอุ้มฉันนั่งบนตักที่โต๊ะครู คอยจับมือสอนเขียนหนังสือ ค่อยๆ ลากเส้นช้าๆ เส้นยึกยือเริ่มมั่นคงและดูเป็นระเบียบขึ้นทีละน้อย

          เมื่อนักเรียนในห้องเริ่มสนิทกันมากขึ้น โต๊ะเรียนในห้องถูกจัดเรียงใหม่เป็นรูปตัวยู พวกเราจึงมองเห็นกันได้เกือบทุกคน ตอนนั้นโต๊ะของฉันอยู่ริมหน้าต่างด้านหลังห้อง เพียงแค่หันหน้าไปเล็กน้อยเท่านั้น ก็จะสามารถมองเห็นหน้าบ้านของเราพอดี สวนเล็กๆ ร่มครึ้มริมถนน สะพานไม้ทอดยาวเข้าไปยังตัวเรือนไม้เก่าแก่ และช่องบานประตูด้านหน้าที่สามารถมองผ่านทะลุไปยังประตูหลังบ้านได้  ในยามบ่าย  ขณะเหม่อมองลอดหน้าต่างห้องเรียนผ่านรั้วเหล็กบนกำแพง ภาพของบ้านที่เห็นกลับดูลี้ลับ หม่นเศร้าเก่าแก่ บางวันจะมองเห็นตานอนเอกเขนกบนเตียงไม้พับได้ตรงชานเรือนด้านหน้า หรือบางทีก็ก้มๆ เงยๆ อยู่ในสวนเล็กๆ หน้าบ้าน แม่ใหญ่นั่งทำงานอยู่ใกล้ๆ วุ่นกับการเย็บผ้า บางครั้งแกเดินผ่านไปมาในช่องประตู มองเห็นเป็นร่างเงาสีเทา ลากความชราผ่านแสงสว่างที่สาดเข้ามาทางประตูหลังบ้าน ดูคล้ายแสงเงาโบราณ ราวกับรูปสลักเคร่งขรึมในอาณาจักรเร้นลับ

          ความทรงจำในช่วงแรกเข้าโรงเรียนของฉันดูจะไม่ปะติดปะต่อกันนัก เลือนรางเต็มทีด้วยภาพขาวดำ หม่นหมองด้วยความเก่าแก่ เคลื่อนไหวในอากัปกิริยาเชื่องช้าน่าเวทนา จำได้ว่าบริเวณสวนรกๆ หน้าบ้านมีกอกล้วยแตกหน่อระเกะระกะ น้อยหน่า และมะม่วงสี่ห้าต้นเริ่มแตกช่อในปีแรก และมันยืนยงจนกระทั่งหลายปีให้หลัง พื้นที่บริเวณนั้นเป็นเพียงผืนดินเล็กๆ จากขอบถนนลาดลงมาจนถึงใต้ถุนซึ่งมีน้ำท่วมขังตลอดปี ในฤดูน้ำหลากจะเหลือแผ่นดินแคบๆ ไม่ถึงสองเมตร เราชอบลงเล่นน้ำใสๆ ที่เอ่อสูงขึ้นมาจากลำคลอง ในวันหยุดเรียน ฉันจะนั่งตกปลาในกอกล้วย บางครั้งสมมติให้มันเป็นผืนป่ากว้างใหญ่ที่ฉันพลัดหลงเข้าไปพบสัตว์ประหลาดน่ากลัวเหมือนหนังสือที่ตาอ่านให้ฟังในตอนกลางคืน แม่ใหญ่สอนให้ฉันรู้จักวิธีตกปลา การเลือกเหยื่อแต่ละชนิด การอดทนรอคอยจนกว่าทุ่นจะจมดิ่งหายไปด้วยแรงหนกอึ้ง รวมถึงการขอดเกล็ด แล่เนื้อเพื่อเตรียมไว้ปรุงอาหาร ส่วนตาจะสอนวิธีการผูกเงื่อนเบ็ด การทำคันเบ็ดและทุ่นชนิดต่างๆ

          ในสมัยนั้น บ้านเรือนละแวกหลังโรงเรียนยังไม่มีไฟฟ้าใช้ กลางคืนจึงมีเพียงตะเกียงรั้วและตะเกียงกระป๋องที่ใช้น้ำมันก๊าด เวลาจุดจะได้กลิ่นฉุนกึกโชยจากตะเกียง กิจกรรมยามค่ำคืนเริ่มต้นเมื่อแสงเรืองสลัวสีส้มถูกจุดขึ้น ประตูแต่ละบานจะถูกหับลง มุ้งสีขาวมอโรยครอบคลุมที่หลับนอน แสงสลัวจากตะเกียงขับไล่ความมืดให้กระจัดกระจายอยู่ตามหลืบบ้าน ร่างผ่ายผอมของตานั่งเคร่งขรึมอยู่โคนเสากลางบ้าน มีผ้าขะม้าพาดไหล่คอยปัดไล่ยุง ตาหยิบยาฉุนจากกระป๋องออกคลี่กระจายบนใบตอง มวนคลึงในนิ้วมือเนิบช้า คาบไว้ที่มุมปาก หยิบตะเกียงกระป๋องขึ้นมาจุดจนมองเห็นใบตองติดไฟลุกวูบ สองปลายนิ้วคีบตวัดในอากาศ มองเห็นสายควันสีเทาลองคลุ้ง แสงไฟแดงวาบทุกครั้งเมื่อควันถูกสูดลึกเข้าทรวงอกเหี่ยวแห้ง พวกเราจะคอยให้ตาสูบยาหมดมวน แล้วพากันมานั่งใกล้ๆ บีบนวดแขนขาเหี่ยวย่น ตาจะมองดูและยิ้ม บอกให้ฉันลุกไปหยิบแว่นตา ส่วนตาเอี้ยวตัวไปหยิบหนังสือที่วางอยู่บนชั้นไม้ ตะเกียงกระป๋องถูกดับ ภายในบ้านเหลือตะเกียงรั้วดวงเดียวโอบล้อมด้วยความมืดและพวกเราสามคนพี่น้อง ตารับแว่นตามาเช็ดกับผ้าขะม้าก่อนสวมใส่ เอียงหนังสือเข้าหาแสงตะเกียง ขณะที่เราหอบหมอนและผ้าห่มมานอนฟังใกล้ๆ ตาจะเริ่มอ่านหนังสือด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แหบพร่าแต่ชวนหลงใหล ในฉากผจญภัยอันน่าตื่นเต้น เสียงของตากังวานไปทั่วบ้าน ในขณะที่ฟังตาอ่านหนังสือ จะได้ยินเสียงพึมพำคำสวดของแม่ใหญ่ดังมาจากหน้าหิ้งพระ ทำให้บรรยากาศดูขรึมขลังวังเวงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะวันที่ตาเล่าเรื่องผีสางนางไม้ พวกเราจะนั่งขดตัวอยู่บนกระดานแผ่นเดียวด้วยความหวาดกลัวว่าจะมีมือล้วงผ่านร่องกระดานขึ้นมาจับ บางครั้งตาจะเล่านิทาน หรือเรื่องราวในสมัยที่ตายังเด็ก เล่าถึงช่วงสงครามที่มีเครื่องบินมาทิ้งระเบิด ในตอนหัวค่ำเมื่อได้ยินเสียงเครื่องบินคำราม ทุกคนในบ้านจะรีบดับตะเกียงด้วยความหวาดกลัว

          “ดับตะเกียงแล้วเครื่องบินมองไม่เห็นเราหรือตา” ฉันเคยถามขึ้นครั้งหนึ่ง ตาได้แต่มองดูฉันและยิ้ม

...อ่านต่อสัปดาห์หน้าครับ...

 

 

 

 

 

 

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
เก็ดถวา วันที่ : 15/10/2008 เวลา : 18.05 น.
http://www.oknation.net/blog/gedtawa
.เฮ่อ!!.



จำเจ๊ไม่ได้จริงๆ รึ จิ๋วววววว
ความคิดเห็นที่ 2
ภู_เชียงดาว วันที่ : 14/10/2008 เวลา : 11.42 น.
http://www.oknation.net/blog/phuchiangdao

งดงามครับ...
ความคิดเห็นที่ 1
Gacia วันที่ : 09/10/2008 เวลา : 11.18 น.
http://www.oknation.net/blog/DannyGacia

ทำไมตอนเด็กๆเราชอบนั่งหน้ากระจกแล้วถามว่า...ไอ้คนในกระจกนั่นมันคือใครนะ....55!
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2008 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31