• วุฐิศานติ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chantwiboon@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-04-04
  • จำนวนเรื่อง : 42
  • จำนวนผู้ชม : 5357
  • จำนวนผู้โหวต : 10
  • ส่ง msg :
สายน้ำชั่วนิรันดร์
เรื่องเล่าและความทรงจำ การเดินทางของใครบางคน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/wutisant
วันพฤหัสบดี ที่ 16 ตุลาคม 2551
เงาจันทร์ฯ (6)- บทรำพึงของวัยเยาว์ (2)
Posted by วุฐิศานติ์ , ผู้อ่าน : 68 , 11:45:08 น.   | หมวดหมู่ : เงาจันทร์บนแผ่นน้ำ  
พิมพ์หน้านี้


เงาจันทร์บนแผ่นน้ำ

นวนิยายโดย: วุฐิศานติ์ จันทร์วิบูล

-------------------------------------

 

บรรพหนึ่ง: เด็กน้อยของกระจกเงา

 

บทรำพึงของวัยเยาว์ (2)

 

 

ภาพโดย: Paul Klee

 

คืนวันยังคงเคลื่อนผ่านไปอย่างสุขสงบ ทั้งที่บ้านและโรงเรียน แม่ยังจำนทีได้ไหม เด็กหญิงลูกคนขายดอกไม้ที่ฉันชอบไปหาเธออยู่เสมอ ในวันแรกที่ฉันเข้าเรียน เธอนั่งโต๊ะหน้าชั้นเรียนเช่นเดียวกับฉัน แต่เราแทบไม่มีโอกาสได้พูดคุยหรือเล่นด้วยกันเลย ต่างคนต่างจ่อมจมอยู่ในความคิดคำนึงอันเงียบใบ้เช่นเดียวกัน แต่แม่เชื่อหรือไม่ว่า นทีเปรียบเสมือนสายน้ำในวัยเยาว์ของฉัน เธอทำให้ภาพสายน้ำที่ฉันเคยผูกพันหวนคืนมาอีกครั้ง ทำให้ความร่าเริงสดใสที่เคยหลับใหลฟื้นตื่นขึ้นมา ทำให้ฉันตระหนักถึงการมีอยู่ของความฝันและจินตนาการ

          ฉันจำเหตุการณ์วันนั้นได้ดี เป็นเช้าวันฝนตก เด็กคนอื่นๆ ไปโรงเรียนกันหมดแล้วพร้อมกับร่มและเสื้อกันฝนที่แม่ใหญ่ตัดทำจากถุงพลาสติก โดยทิ้งฉันไว้เพียงลำพัง ขณะเสียงระฆังเข้าเรียนแว่วผ่านม่านฝนเข้ามา แม่ใหญ่รื้อค้นถุงพลาสติกทั่วบ้านเพื่อตัดเสื้อกันฝนให้ฉัน แต่ไม่มีถุงขนาดใหญ่เหลืออีกเลย ฉันรู้สึกกระวนกระวาย เดินย่ำไปมาอยู่หน้าประตู เมื่อฉันไม่อาจทนย่ำไปมาเช่นนั้นได้อีก จึงวิ่งฝ่าสายฝนออกไป โดยระวังไม่ให้พลัดลื่นหกล้ม

          ฉันถูกครูคนแรกที่พบกักตัวไว้เชิงบันได บอกให้ฉันยืนอยู่ตรงนั้น ห้ามขึ้นอาคารเรียนจนกว่าจะเช็ดทำความสะอาดเท้าให้แห้ง ฉันวิ่งออกไปล้างขาตรงน้ำฝนที่ไหลจากชายคา ยืนกอดอกแน่นบนขั้นบันได รู้สึกหนาวเยือกอยู่ภายใน เอาถุงที่คลุมหัวขยำลงถังขยะด้วยความโกรธ ฉันโกรธพี่ๆ ที่ไม่รอ โกรธแม่ใหญ่ โกรธครูที่ให้ฉันยืนอยู่ที่นี่ และพาลโกรธตัวเองที่มาโรงเรียน ความจริงแล้วฉันไม่น่ามาโรงเรียนเลย นักเรียนห้องอื่นๆ ชะโงกมองและพากันหัวเราะ แล้วฉันก็เห็นนทีเดินออกมาจากห้องเรียน มองฉันด้วยความสงสัย

          “ยืนทำอะไรอยู่ ไม่เข้าห้องเรียนหรือ” เธอถาม มองดูเสื้อผ้าชุ่มชื้นของฉัน เนื้อตัวเต็มไปด้วยละอองฝน

          “ครูบอกให้ฉันแห้งเสียก่อน” ฉันพูดพลางขยับเท้าไปมา ก้าวขึ้นบันไดทีละขั้น

          “ฉันมีผ้า ให้เธอยืมนะ” เธอยื่นผ้าเช็ดหน้าให้

          “ฉันกลัวจะทำมันเปียก” ฉันไม่กล้ายื่นมือออกไปรับความหวังดี

          “เธอเอาไว้เถอะ แล้วเอามาคืนให้ฉันวันหลังก็ได้นี่” นทียิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ไม่อาจปฏิเสธ ฉันเอื้อมมือรับและกล่าวขอบคุณ นทีเดินหายเข้าไปในห้อง สักพักครูประจำชั้นก็เดินออกมา

          “อ้าว! มายืนทำอะไรอยู่ที่นี่นายศรีฬาร์ ทำไมไม่เข้าห้องเรียน ไป๊ ไปเข้าห้องเรียนได้แล้ว เปียกม่อล่อกม่อแลกเชียวนะเธอ” ฉันพยายามอธิบายเหตุผล แต่ครูประจำชั้นไม่ยอมฟัง ฉันจึงต้องรีบเข้าห้องเรียน

          เสื้อผ้าฉันชื้นเกือบทั้งวัน กว่าที่ลมจะพัดให้มันแห้ง ส่วนปรอยฝนเบื้องนอกไม่มีทีท่าจะขาดหาย ฉันมีอาการร้อนๆ หนาวๆ รู้สึกถึงความทุกข์ทรมานระคนสุขอย่างประหลาดที่ฉันไม่เคยพานพบมาก่อน นั่งลูบคลำผ้าเช็ดหน้าในมือ และมองไปยังนทีอย่างนึกขอบคุณ นานๆ ครั้งเธอจะหันมาและยิ้มให้ ดั่งรอยยิ้มของดอกไม้ เธอทำให้ฉันค้นพบรอยยิ้มที่เคยสูญหายไปจากหัวใจ

          แม่เชื่อไหม นทีเป็นเด็กผู้หญิงคนแรกที่คืนความทรงจำของสายน้ำมาสู่ฉัน หรืออาจเอ่ยได้ว่า สายน้ำได้จำแลงกายติดตามฉันมาในร่างของเด็กหญิงน้อยๆ คนนี้ และยังคงติดตามฉันอยู่เสมอ แม้บางช่วงเวลาความทรงจำเหล่านั้นจะเลือนหาย ในยามที่ความทุกข์เศร้าเข้ามาเยือน ยามไร้ซึ่งหนทาง พลัดหลงระหว่างทางแยกอันสับสน ฉันมักตื่นขึ้นมาพร้อมกับหวนกลับไปคิดถึงสายน้ำ เช่นเดียวกัน นทีทำให้ความทรงจำในวัยเยาว์ของฉันพรูพรั่งดั่งดวงดอกไม้เล็กๆ ที่งอกงามและเบ่งบานอยู่ในใจของฉัน แม้กระทั่งวันนี้ สายน้ำยังจำแลงกายมาในร่างของหญิงสาวอีกคนหนึ่ง หรือบางทีเธออาจเป็นคนเดียวกับนทีเมื่อยี่สิบปีก่อน ราวกับเธอคอยติดตามฉันอยู่เสมอมา เพื่อพลิกฟื้นความทรงจำของฉันให้หวนคืนมาอีกครั้ง หญิงสาวคนนั้นแหละแม่ เธอทำให้ความปรารถนาที่จะกลับมาของฉันเป็นจริง กลับมาสู่สายใยดั้งเดิมซึ่งรัดรึงฉันไว้กับอดีตที่หลงลืม แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปแล้วแม่ ทุกสิ่งทุกอย่างไหลลอยลับไกลเฉกเช่นสายน้ำที่ไม่อาจหวนคืน

 

นับจากวันนั้น ดูเหมือนฉันได้กลับกลายเป็นเงาติดตามเธอตลอดเวลา เฝ้ามองเธอห่างๆ ในความเงียบของห้องเรียน บนม้าหินใต้ต้นก้ามปู โรงอาหาร สนามหญ้าหน้าเสาธง แปลงดอกไม้ และทุกแห่งทุกหนที่มีเธอ นทีทำให้การได้มาโรงเรียนเปี่ยมด้วยคุณค่ามากขึ้น ถึงกระนั้น เธอกับฉันยังดูห่างไกลกันเหลือเกิน ซึ่งนั่นทำให้ฉันเริ่มรู้จักกับความรู้สึกลึกล้ำบางอย่าง เศร้า เหม่อลอย และเปี่ยมสุข

          เป็นเวลาเนิ่นนานกว่าฉันจะกล้าเข้าไปทักทายเธอ ได้พูดคุยและอ่านหนังสือด้วยกัน ในความเงียบทั้งมวล ฉันสัมผัสถึงกลิ่นกายอ่อนโยน รับรู้ถึงความสุขแผ่วอวลรอบเรือนกาย ในยามที่ดอกไม้เบ่งบานในหัวใจเช่นนี้ ดูเหมือนความร่าเริงทั้งมวลที่หลบซ่อนอยู่ในหัวใจโบยบินออกมาสู่โลกภายนอกจนทุกคนสัมผัสได้

          บางครั้งบางคราว เมื่อฉันได้มีโอกาสไปหาแม่ที่เรือของเรา หลายครั้งฉันมักหลบหายเข้าไปในตลาด นั่งเล่นอยู่ที่ร้านขายดอกไม้ของนที เธอมาช่วยแม่ขายดอกไม้ ฉันได้แต่นั่งเงียบ เฝ้าดูเธอร้อยพวงมาลัย ขณะที่แม่ของเธอยิ้มแย้มถามไถ่ลูกค้าที่มาซื้อดอกไม้

          ทั้งมวลดำเนินไปในความเงียบ ตามจังหวะเต้นของหัวใจ นานๆ ครั้งแม่ของเธอจะหันมายิ้มและชวนฉันคุย ถามถึงโรงเรียน ถามถึงแม่ ทว่าความเงียบยังโอบคลุมเราไว้ด้วยกัน ทั้งฉันและเธอ อ้อยอิ่งอยู่ในความเศร้าที่คอยเฝ้าติดตามอยู่ไม่ห่าง...

          แม่ไม่รู้หรอกว่าฉันดูหมองเศร้าแค่ไหน ยามที่สายตาไม่อาจแลเห็นเด็กหญิงคนนี้ ฉันไม่สามารถพบเห็นความสนุกสนานร่าเริงหรือความฝันใดใดเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเพื่อนคนอื่นๆ ฉันไม่สนิทสนมกับพวกเขามากนัก นอกจากเพื่อนสองสามคน ทว่าสำหรับคนอื่น ดูเหมือนพวกเขามองเห็นฉันเป็นเหยื่อที่ดีไว้คอยกลั่นแกล้งเสียมากกว่า บ่อยครั้งเหลือเกินแม่ ฉันได้กลายเป็นเหยื่อที่ขี้ขลาดตาขาวและอ่อนแอ

          จนกระทั่งวันหนึ่ง ตอนนั้นฉันขึ้นชั้น ป.๔ แล้ว ตลอดเวลา ความน้อยเนื้อต่ำใจในยามถูกเพื่อนแกล้งทำให้น้ำตาฉันไหลอยู่เสมอ ฉันไม่ได้ร้องไห้เพราะความเจ็บปวด เพียงแต่ไม่เข้าใจว่า เหตุใดพวกเขาจึงพากันกลั่นแกล้ง ฉันไม่ได้เป็นเพื่อนคนหนึ่งของพวกเขาหรือ วันนั้นก็เช่นเดียวกัน ขณะฉันนั่งเขียนหนังสืออยู่ที่โต๊ะ ‘ไอ้น้อย’ เด็กหลังตลาดเข้ามากระชากสมุดที่ฉันกำลังเขียนอยู่จนทำให้สมุดขาด เขาปล่อยให้ฉันดึงสมุดกลับคืน แล้วกระชากกลับไปอีกครั้งเมื่อฉันก้มเขียนหนังสือต่อโดยไม่สนใจ พอฉันเงยหน้าขึ้นมองเขาเท่านั้น เขากลับตวาดฉันลั่น ทว่าสายไปเสียแล้ว สายตาชิงชังของฉันนิ่งมองไปที่เขา เต็มด้วยความรู้สึกหวาดหวั่นและอยากจะฆ่าเขาในขณะเดียวกัน มันทำให้เขาโมโห ดึงคอเสื้อฉันขึ้นและซัดล้มเค้เก้ลงกับพื้น เก้าอี้ล้มโครมคราม เพื่อนในห้องลุกมองเป็นตาเดียว ฉันพยุงตัวเองขึ้น จ้องมองเขาไม่วางตา ฉันรู้ว่าเขาจะทนมันไม่ได้ ได้ยินเสียงเพื่อนผู้หญิงด่าว่าเขาที่ชอบรังแกคนไม่มีทางสู้

          เมื่อฉันยืนตั้งหลักได้ ไม่รู้มีแรงดลใจใดทำให้ฉันกระโจนเข้าใส่เขาอย่างหมาบ้า ทั้งที่ทุกครั้งฉันพยายามหลีกเลี่ยงการปะทะมากที่สุด หรือว่าความอดทนที่มีอยู่ได้สิ้นสุดลงแล้ว ฉันกระโจนใส่จนเขาเสียหลักล้มลง กอดรัดเขาแน่น ขณะเขาพยายามเหวี่ยงฉันไปมา เตะถีบเป็นพัลวัน เสียงร้องห้ามของเพื่อนๆ แปรเปลี่ยนเป็นเสียงสนับสนุน ฉันยังกอดรัดเขาไม่ยอมปล่อย และอ้าปากงับเข้าที่หัวไหล่ของเขา ฝังเขี้ยวกระชับแน่น ไอ้น้อยแหกปากร้องลั่น ต่อยฉันหนักๆ และดูเหมือนเพื่อนทุกคนจะนิ่งตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก จนครูประจำชั้นเดินเข้ามา ฉันร้องไห้และกัดไม่ยอมปล่อย เขาเองก็ร้องไห้เช่นกัน ครูต้องพยายามปลอบฉันอยู่นานกว่าฉันจะยอมปล่อยเขา

          ฉันถูกเรียกเข้าไปในห้องครูใหญ่และถูกคาดโทษ ไอ้น้อยถูกแยกไปทำแผล และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ดูเหมือนพวกเขาจะนึกขยาดฉัน ไม่กล้าเข้าใกล้ มองดูฉันและร้องด่าไอ้หมาบ้า พวกเขาจึงยอมปล่อยฉันไว้เพียงลำพังกับอาการเหม่อลอย มองออกนอกหน้าต่าง หรือเฝ้ามองนที ตอนนั้นฉันไม่ใคร่สนใจฟังการสอนของครูมากนัก ฉันนั่งเงียบ ดินสอค้างเติ่ง สมุดว่างเปล่า คิดฝันและจินตนาการถึงโลกที่แตกต่างจากห้องเรียน

          บ่อยครั้งฉันชอบเฝ้ามองหมู่เมฆคลี่ตัว แปรเปลี่ยนรูปร่างหลากหลายใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ เพ้อฝันตลอดยามพักกลางวัน มากกว่าจะไปเล่นกับเพื่อน แม้กระทั่งในเวลาเรียน ฉันยังเพียรมองหาหมู่เมฆ เพื่อปลดปล่อยความคิดฝันให้ล่องลอยไกล บางคราฉันดูผีเสื้อโบยบินเหนือแปลงดอกไม้ เฝ้าดูฝูงแมลงปอเริงร่าในแสงแดด นกน้อยขับเพลงในพุ่มไม้ สายน้ำเอื่อยไหลในลำคลอง

          ฉันเฝ้าท่องเที่ยวติดตามความฝันของตัวเองไปสู่โลกที่แตกต่างจากความคุ้นชิน ล่องลอยไปสู่เทือกเขาสูงแห่งฤดูหนาว โฉบบินเหนือเกลียวคลื่นแห่งท้องทะเลท่ามกลางแสงแดดอันสดกระจ่าง เช่นเดียวกับที่ฉันเฝ้าติดตามนที ชักชวนเธอไปพบโลกในความคิดฝันของฉัน พาเธอท่องไปในท้องทะเล พาเธอปีนป่ายเทือกเขาสูง พาเธอสู่สวนดอกไม้ ช่วยกันเก็บมวลดอกไม้ไปฝากแม่ของเธอ ดอกไม้อันงดงามที่ไม่เคยมีอยู่จริงในห้องเรียน

          วันคืนของฉันเคลื่อนผ่านไปด้วยความสุขสงบในโลกแห่งความคิดฝันและจินตนาการ มันยังคงเป็นอยู่เช่นนั้นก่อนทั้งหมดทั้งมวลจะแปรเปลี่ยน...

 

...อ่านต่อสัปดาห์หน้าครับ...


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
ญิบพันจันทร์ วันที่ : 16/10/2008 เวลา : 14.17 น.
http://www.oknation.net/blog/yipphanchan
ญิบ_พันจันทร์

วันและคืนเคลื่อนผ่านครับ
ความคิดเห็นที่ 1
เก็ดถวา วันที่ : 16/10/2008 เวลา : 11.49 น.
http://www.oknation.net/blog/gedtawa
.เฮ่อ!!.

ละมุนละไมไม่เคยเปลี่ยนนะจ๊ะ


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2008 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31