พิมพ์หน้านี้
|
เมื่อเร็วๆนี้เป็นที่ฮือฮาที่สุดเมื่อฟ้าผ่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ลงนามย้ายพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผบ.ตร. ไปช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมสั่งสอบสวนวินัยร้ายแรง 3 เรื่อง ประกอบด้วยโครงการเช่ารถมูลค่า 9.8 พันล้าน การโยกย้ายในกองบัญชาการสอบสวนกลาง และการใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสม "ควายหรือเปล่า" ในหนังสือโต้ระหว่างหน่วยงานภายใน ที่มีการท้วงติงเรื่องจัดแข่งกีฬาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่อาจไม่เหมาะสมกับช่วงเวลาถวายความอาลัย"สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ท่ามกลางข่าวลือที่มีอย่างต่อเนื่องตลอดปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่าจะมีการเปลี่ยนตัวผบ.ตร.คนนี้สุดท้ายก็มิอาจฝืนชะตาลิขิตไปได้ พล.ต.อ.เสรีพิสุทธ์ มิใช่ข้าราชการคนแรกที่ถูกสั่งย้ายในรัฐบาลชุดนี้ เท่าที่ไล่เลี่ยงกันก็มีนายสุนัย มโนมัยอดุม อดีตอธิบดีกรมดีเอสไอ คือเหยื่อสังเวยรายแรกที่โดนโยกไปเป็นเลขานุการปปท.เพราะเกี่ยวข้องในการทำคดีหุ้นของชินคอร์ปของอดีตนายกรัฐมนตรี ถัดมาคือ นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล เลขาธิการอย. ก็โดนเตะไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ท่ามกลางเสียงครหาถึงกรณีซีแอลยาที่ชาวบ้านได้ประโยชน์ แต่นายทุนใหญ่ที่มีความใกล้ชิดคนการเมืองกลับสูญเสีย เหยื่อรายต่อมาคือนาย ปราโมช รัฐวินิจ อดีตอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ก็โดนเด้งไปเป็นประธานทีวีอาเซียน และมาถึงรายของพล.ต.อ.เสรีพิสุทธ์ หมาด ๆ ในวันถูกสั่งปลดพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เจ้าตัวยังปฎิบัติหน้าที่อยู่โดยไปเป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์ศูนย์ราชการกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 แห่งใหม่ที่กำลังจะสร้างขึ้นในพื้นที่ต.ฉลุง อ.หาดใหญ่ และทราบเรื่องถูกปลดจากผู้สื่อข่าวที่ไปรุมล้อมสอบถามถึงข่าวดังกล่าว "กรณีคำสั่งให้ไปช่วยราชการ ถ้ามีจริงก็จะไปรายงานตัวกับนายกรัฐมนตรี และจะถามเหตุผลนายกรัฐมนตรีในคำสั่งดังกล่าวด้วยลายลักษณ์อักษร และนายกรัฐมนตรีต้องตอบให้ได้ว่าให้ไปช่วยราชการเพื่ออะไร เหตุผลอะไร ถ้ามีเหตุผลที่ดีก็ตกลงในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นผู้บังคับบัญชาก็ยอมรับ แต่ถ้าไม่มีเหตุผลก็รับไม่ได้ ก็จะฟ้องศาลอาญาในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ"พล.ต.อ.เสรีพิสุทธ์ กล่าว พร้อมกับชี้แจงในเรื่องที่ถูกสอบวินัยร้ายแรงว่า "สำหรับโครงการจัดซื้อจัดจ้างและเช่ารถยนต์รวมมูลค่า 9,899,578,200 บาทนั้น เพื่อนำไปใช้ในราชการ เป็นเรื่องของนายกฯที่ต้องพิจารณาผ่านครม.อยู่แล้ว ส่วนการด่าทอผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นเรื่องปกติของหัวหน้ากับลูกน้อง ผมด่าลูกน้อง ไม่ได้ด่าใคร การแต่งตั้งตำรวจก็ชอบด้วยกฎหมาย สำหรับประเด็นโครงการจัดซื้อจัดจ้างและเช่ารถยนต์นั้น ซึ่งเป็นประเด็นหนึ่งในการถูกสอบสวนกระทำผิดวินัยร้างแรงนั้น มีรายงานข่าวเปิดเผยว่าสำนักปลัดนายกรัฐมนตรีได้สรุปกรณีการเช่ารถของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถึงนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี สรุปได้ดังนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ขออนุมัติโครงการเช่ารถชนิดต่างๆ รวม 4 เรื่อง รวมเป็นงบประมาณทั้งสิ้น 9,899,578,200 บาท โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2550 ผูกพันต่อเนื่องอีก 5 ปีงบประมาณ จนถึงปี 2555 (ไม่นับรวมการจัดหารถจักรยานยนต์อีก 19,147 คัน วงเงิน 1,244,555,500 บาท) แยกรายละเอียดดังนี้ ปี"50 ขอใช้เงินค่าเช่า 350,749,200 บาท ปี"51 ค่าเช่า 1,899,406,800 บาท ปี"52 ค่าเช่า 1,899,406,800 ปี"53 ค่าเช่า 1,899,406,800 ปี"54 ค่าเช่า 1,899,406,800 ปี"55 ค่าเช่า 1,851,201,800 บาท โครงการดังกล่าวเคยถูกท้วงจากกระทรวงการคลังด้วย โดยมีหนังสือด่วนที่สุด ลงวันที่ 24 ก.ค. 50 ถึงเลขาธิการครม.แจ้งว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการโดยขัดมติครม.มาโดยตลอด กล่าวคือมิได้นำเรื่องเสนอให้หน่วยงานส่วนกลางพิจารณาก่อน และที่น่าสังเกตอย่างยิ่งก็คือ ครม.ก็พิจารณาอนุมัติ โดยไม่ทราบว่ามีการทักท้วงหรือไม่ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ลงนามและบันทึกท้ายหนังสือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ความว่า "อนุมัติและนำเสนอครม." จึงเป็นการลงนามโดยไม่พิจารณาให้ถี่ถ้วน และ/หรืออาจไม่เข้าใจในหน้าที่นายกรัฐมนตรี และ/หรืออาจมีส่วนได้เสียบางประการ ทันที่ที่พล.ต.อ.เสรีพิสุทธ์ หลุดจากเก้าอี้ผบ.ตร.ไปทาง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รักษาการผบ.ตร.ก็สั่งทบทวนโครงการต่างๆของ พล.ต.อ.เสรีพิสุทธ์ โดยสั่งยกเลิกอภิโปรเจ็กต์สร้างอาคารบช.ภาค 1-9 มูลค่า 4.5 พันล้าน และเปลี่ยนไปนำเงินไปพัฒนาโรงพัก พร้อมสั่งชะลอคำสั่งแต่งตั้ง 138 รองผบก.-สารวัตรไว้ก่อน โดยให้ตั้งกก.ศึกษาว่าขัดข้อกฎหมายหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงตัวโฆษกสตช.โดยทาง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รักษาราชการแทนผบ.ตร. มีคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 165/2551 เรื่องแต่งตั้งโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้การประชาสัมพันธ์เผยแพร่การปฏิบัติหน้าที่ราชการในภาพรวมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นไปด้วยความถูกต้อง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยตั้งให้พล.ต.ท.วัชรพล ประสารราชกิจ ผู้ช่วยผบ.ตร.ฝ่ายกิจการพิเศษ เป็นโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.เรืองศักดิ์ จริตเอก รองผบช.ประจำตร. เป็นรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองผบช.ก. เป็นรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยให้มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้ 1.ประชาสัมพันธ์ แถลงข่าว และชี้แจงทำความเข้าใจการปฏิบัติหน้าที่ราชการในภาพรวมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตลอดจนการปฏิบัติภารกิจเฉพาะเรื่องตามที่รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมอบหมาย "การเปลี่ยนตัวโฆษกตำรวจไม่ได้มีเหตุผลอะไร ทั้งพล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ก็เป็นคนที่เก่ง ทำงานในฐานะโฆษกได้ดี แต่ผมมองว่าบางครั้งก็เดินเร็วไปตนเดินตามไม่ทัน สำหรับพล.ต.ท.วัชรพล เป็นคนที่มีความสามารถและเหมาะสมกับงานส่วนนี้จึงได้เลือกมาทำงาน" พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวชี้แจง หันมาโฟกัสตำแหน่งผบ.ตร.ซึ่งเป็นตำแหน่งสูงสุดของข้าราชการตำรวจ การเปลี่ยนแปลงตัวผบ.ตร.คนใหม่นั้นวงการตำรวจต่างรู้กันดีว่ารัฐบาลมีแผนสอง เพียงแต่พล.ต.อ.เสรีพิสุทธ์ ตกเป็นเกมการเมืองและการตั้งกรรมการสอบวินัยร้างแรงเป็นเพียงนำมาประกอบให้เกิดความน่าเชื่อถือเท่านั้น แต่จุดเป้าหมายหลักน่าจะเป็นการดึงตัวพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปัจจุบันไปช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี ตามคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายในยุครัฐบาลขิงแก่ ที่ผ่านมา กลับมาเข้ารับราชการในสตช.เพื่อเปิดทางให้กับพี่ชายคุณหญิงอ้อ ได้กลับมารับตำแหน่ง ผบ.ตร. ตามที่ได้เคยถูกวางเอาไว้ตั้งแต่แรก เพราะหากไม่เกิดการยึดอำนาจขึ้นในวันที่ 19 ก.ย.2549 ที่ผ่านมาแล้ว โอกาสที่เก้าอี้ผบ.ตร.จะตกเป็นของพล.ต.อ.เพรียวพันธุ์ อย่างแน่นอน เนื่องจากเขายังมีระยะเวลาอีกยาวไกลที่จะถึงวาระเกษียณราชการในปี 2555 จึงมองว่าพล.ต.อ.พัชรวาท เป็นเพียงรักษาการผบ.ตร.เพื่อขัดตาทัพเท่านั้น ทั้งนี้ก่อนเหตุการณ์ 19 ก.ย.2549 พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ถือเป็นรองผบ.ตร. เต็งหนึ่ง ชื่อจ่อคิวขึ้นรับเก้าอี้ผบ.ตร. คนต่อไป ต่อจากพล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ อดีตผบ.ตร. ซึ่งได้รับการแต่งตั้งในสมัยรัฐบาลทักษิณ และมีกำหนดจะต้องเกษียณอายุราชการในปี 2550 ในที่สุดแล้วเมื่อเกิดการยึดอำนาจขึ้น พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ก็ถูกปลดชนิดฟ้าผ่า แต่คราวนี้เป็นโอกาสของพี่ชายคุณหญิงอ้ออีกครั้ง เมื่อทางก.ตร.เปิดตำแหน่งรอรับไว้แล้ว บรรดาเหล่าสีกากีเตรียมต้อนรับนายใหม่ไว้ได้เลย! |
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||