พิมพ์หน้านี้
|
อยากเป็นคนไทยเหมือนในอดีต ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว แบ่งปันอาหาร อยู่กันอย่างเรียบง่ายไม่ชิงดีชิงเด่นเป็นวิถีชีวิตของคนไทยในอดีต ตื่นแต่เช้าไปทำมาหากินกันอย่างมีความสุขตกเย็นเข้าครัวทำอาหารแบ่งปันซึ่งกันและกัน . มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ จะดำรงชีวิตอยู่ได้ก็ต้องปรับตัวให้กลมกลืนและมีสมดุลกับธรรมชาติ คนไทยในอดีต คือตัวอย่างที่ดีในเรื่องดังกล่าว ชีวิตของคนไทยจึงสงบสุขและร่มเย็น เพราะเราเป็นมิตร เป็นเพื่อนเกลอกับธรรมชาติ บรรพบุรุษเราไม่เคยอวดเก่งที่จะข่มเหง เอาชนะ กระทบกระทั่งกันบ้าง ก็ไม่รุนแรง เหมือนเพื่อนเกลอที่หยอกล้อกันเล่นตามฤดูกาล ซึ่งก็มีผลดีคือทำให้พวกเขามีคุณลักษณะที่ดีติดตัวกันมาอย่างต่อเนื่อง ความอดทน ขยัน มีวินัย รวมกลุ่มรวมพลังกันทำงานให้สำเร็จลุล่วงได้อย่างมี ประสิทธิภาพ จนกระทั่งพัฒนาความคิด ก้าวล้ำไปเป็นความหลง ว่ามนุษย์อย่างพวกตนนี่แหละ คือผู้ยิ่งใหญ่ที่จะเอาชนะ การบุกกระหน่ำ ขัดขวาง เร่าร้อน และรุนแรง ด้วยแรงขับภายในจิตใจที่ปลอดจากความมีมนุษยธรรม แต่เจือ หรือพอกไว้ด้วยกระแสแห่ง วัตถุนิยม และ บริโภคนิยม อย่างเหนียวแน่น ผลคือเดือดร้อน วุ่นวาย ทุกข์ทรมานเพิ่มขึ้นทุกวัน แย่งกันกิน แย่งกันอยู่ แย่งกันทำมาหากิน มีแต่ ลื้อ กับ อั๊ว ยู กับ ไอ จิตใจที่เอื้ออาทรต่อกันเหมือนในอดีตคงหาไม่ได้อีกแล้ว พื้นที่ประเทศไทยเท่าเดิมแต่มีประชากรเพิ่มขึ้นทุกวันรวมแล้วกว่า 65 ล้านคน นอกจากนี้แรงงานต่างด้าวทั้งถูกกฎหมายผิดกฎหมายทะลักเข้ามาทำมาหากินรวมแล้วมีจำนวนกว่าหลายล้านคน แรงงานต่างด้าวเหล่านี้มาแย่งอาชีพของคนไทยไปโดยปริยาย คนไทยเจ้าของแผ่นดินตกงานกันระนาว เนื่องจากคนงานต่างด้าวเหล่านี้ควบคุมง่าย ค่าแรงถุก จึงเป็นที่หมายปองของผู้ประกอบการทั้งหลาย ทำให้ชาวไทยเราเองอยู่อย่างอัตคัด จะไปหาปูหาปลามากินก็ยาก เนื่องจากโรงงานมักง่ายปล่อยน้ำเสียลงแม่น้ำลำคลองกุ้งหอยปูปลาตายเรียบ สังคมไทยจึงต้องอยู่กันอย่างเอารัดเอาเปรียบแก่งแย่งกันคบกันเพื่อผลประโยชณ์ซะเป็นส่วนใหญ่ ยุควัตถุ - นิยม เรืองอำนาจ ยุคที่ขาด ไตร่ตรอง ไม่มองหลัง ยุคที่มุ่ง พัฒนา ไม่ระวัง ยุคที่คลั่ง เทคโนฯ โอ้ ..อนิจจา แม้โลกเรา จะก้าวหน้า สักเพียงใด หากมองให้ ลึกซึ้ง ถึงปัญหา |