ง่า..... เมื่อวานผมโพสท์ถามว่าจะจับขโมยยังไง เหตุเพราะ ผมเครียดมากกับเรื่องทื่เกิดขึ้น เกิดในพื้นที่ที่ผมดูแลอยู่ คนที่เงินหาย ก็มีพฤติกรรมชอบเที่ยวกลางคืน ความน่าเชื่อถือจึงสั่นคลอน และผมจะไม่เชื่อใคร หรืออะไรง่ายๆ ผมต้องเอามาคิดว่า สามารถเป็นอย่างอื่นได้ไหม แต่เมื่อวานน้องเขาโทรมาบอกผม ตอนที่เขากลับหอพักไปแล้ว ผมเลยไม่ได้คุยอะไรมาก วันนี้ตอนเช้า.... น้องคนที่ทำงาน(ใต้บังคับบัญชาของผม) ก็บอกว่า...เงินเธอก็หายเช่นกัน ตกลงว่า มีคนเงินหาย 2 คน 2 คนนี้ เก็บเงินในลิ้นชักอันเดียวกัน เธอทั้งสองจะช่วยกันดูแลลิ้นชักนี้ ตำแหน่งที่วางโต๊ะ ที่มีลิ้นชักตัวนี้ อยู่ในที่ที่ใครก็เดินผ่าน และดึงดูได้ เป็นพื้นที่ที่คนเดินไปมา เพื่อหางาน(วัตถุดิบ ไปใช้งาน) ความจริงคือ ไม่น่าเป็นไปได้ที่มันจะมีของหาย เพราะโอกาสที่โต๊ะ หรือ ลิ้นชักนี้จะปลอดคน มีน้อยมากๆ แต่น้องทั้ง 2 ก็บอกแล้วว่า มีเงินหาย เช้านี้.........ผมเรียกทั้งสองมาคุยว่า. ผมเป็นคนไม่เชื่ออะไรง่ายๆ เพราะฉะนั้น เรื่องนี้ผมจึงคิดได้ 2 อย่าง คือ 1. ของหายจริง มีคนขโมย 2. มีคนโกหก หรืออาจจะมีทั้ง คนขโมย และคนโกหก เพราะทั้ง 4 คน ที่อยู่ในพื้นที่นี้ ล้วนน่าสงสัยหมด ผมนับตัวเองเข้าไปด้วย เพราะผมก็อยู่ในพื้นที่นั้น แม้ผมจะบริสุทธิ์ใจ แม้ผมจะไม่ใช้ขโมย แต่ตราบใดที่ยังหาคนขโมยตัวจริงไม่ได้ ทุกคนจึงมีสิทธิ์จะเป็นขโมยได้หมด จนกว่าจะหาหลักฐานอื่นมาเพื่อยืนยันตัวจริงได้ ผมบอกน้องทั้ง 2 ว่า ผมให้เวลา 2 ชั่วโมง เพื่อสารภาพว่า ใครกันแน่ที่โกหก หรือ ใครกันแน่ที่ขโมย เมื่อเลยเวลานั้นแล้ว ทุกคนจะต้องสาบาน ตามคำที่ผมจะร่างขึ้นให้อ่านตาม (ตอนนี้ยังไม่ร่าง เพราะไม่อยากทำแบบนี้เลย) น้องทั้งสองยืนยัน ว่าตัวเองไม่ได้ขโมย และไม่ได้โกหก ในช่วงที่คุยกัน แม้จะมีคนนึงแสดงอาการ เสียงอ่อยๆออกมา แต่ผมก็ยังไม่อาจตัดสินลงไปได้ว่า เป็นเธอคนไหน เพราะผมไม่มีพยานและหลักฐาน รองรับ อ่อ...มี อีก 1 ตัวละคร ซึ่งเขามาทำงานหลังทุกคน ตามเวลาปกติของเขา ผมก็ให้โจทย์ไปแบบเดียวกัน ........... วันนี้ บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด ผมเกลียดเรื่องงี่เง่าแบบนี้ คนโกหก คนขี้ขโมย มันไม่ควรมีในโลก เพราะมันทำให้ผมระแวงทุกคน ผมสังเกตพฤติกรรม ทุกคน แต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ถึงแม้ผมจะมีคนที่สงสัยในใจก็ตาม ก็ได้แค่สงสัย ........... ผมรายงานเรื่องนี้ตัวหัวหน้า อย่างเป็นกลาง ว่า แต่ละคนล้วนมีเหตุจูงใจให้โกหก และให้เป็นขโมย ผมลำบากใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น สายตาผมมองและสังเกตทุกคน อย่างหวาดระแวง มันเป็นเรื่องงี่เง่า ที่น่ารำคาญ จริงๆ ถ้าเป็นเงินผมเอง หายไป ผมคงจะไม่คิดมากเช่นนี้ เพราะมันแค่เงินผม หายไป ก็หาใหม่ได้ และจะระวังไม่ให้หาย จะระวังให้ดีขึ้น แต่นี่.... มันอยู่ในส่วนที่ผมรับผิดชอบ ใครจะพูดจริง หรือโกหก หรือ จะเป็นขโมย ผมคิดว่า ไม่ควรให้เขาทำซ้ำได้อีก อย่าปล่อยให้คนชั่วลอยนวล ตัวละครแต่ละตัว จะมีสิ่งที่มีผลต่อเรื่องนี้ 1. ตัวละครที่ 1 (นศ ฝึกงาน) ชอบเที่ยวกลางคืน ชอบโกหกว่า ไม่สบาย เลยมา สายจริงๆแล้ว แฮงค์ 2. ตัวละครที่ 2 (คนทำงาน ผู้หญิง) ชอบบอกว่า ทำเงินหายประจำ 3. ตัวละครที่ 3 ผู้ชาย คนที่มาทำงานทีหลัง(ตามเวลาปกติของเขา) รถ เขาเพิ่งชน และ ต้องจ่ายค่าซ่อมรถหลายหมื่นบาท เพราะประกันเพิ่งหมด 2-3 วัน 4. ตัวละครที่ 4 ผมไงครับ...ต้องนับรวมไปด้วย เพราะผมก็อยู่ในพื้นที่นั้นด้วย และ... 5. ตัวละครอื่นๆ อีกราว 10 กว่าคน ที่เดินผ่านพื้นที่ตรงนั้น........ ผมยังไม่ตัดทิ้งเสียทีเดียว เพราะผมอาจะขยายวงสอบ(ทำคนเดียว) หรือ ตีวงแคบ แล้วแต่สถานการณ์ เป็นวันๆไป.. ++++++++++++++ นี่เป็นเรื่องงี่เง่าที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น แต่มันก็ได้เกิดขึ้นแล้ว และผมก็จะพยายาม ทำทุกวิธี เพื่อจะจับคนขโมย หรือคนโกหก ให้ได้ สมัยนี้ โจรมันไม่โง่... ผมจึงต้องเครียด แต่ ผมก็ถือว่ามันเป็นเรื่องที่ท้าทายพอสมควร และผมมีความหวังว่า...ผมจะคลี่คลายเรื่องงี่เง่านี้...ให้ได้ แง้วๆๆ....  ดูรูปแผนผังที่เกิดเหตุครับ  .. |