• xpresso
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-03-07
  • จำนวนเรื่อง : 175
  • จำนวนผู้ชม : 28401
  • จำนวนผู้โหวต : 287
  • ส่ง msg :
xpresso
คำเตือน : ระวังโดนแมวข่วน อิอิ ... โย่ว
Permalink : http://www.oknation.net/blog/xpresso
วันจันทร์ ที่ 28 มกราคม 2551
เรื่องของ...เด็กเวร
Posted by xpresso , ผู้อ่าน : 202 , 19:57:23 น.   | หมวดหมู่ : เขียนเรื่อยๆ เปื่อยๆ  
พิมพ์หน้านี้


ผมไม่รู้ว่าเรื่องที่ผมจะเล่าต่อไปนี้ มัน"เวร" พอที่จะให้สมญานามเจ้าเด็กคนนี้ได้หรือไม่

สำหรับผมเขาเป็นเด็กเวร ที่แปลว่า เด็กร้าย เด็กโง่ เด็กที่ยังไม่บรรลุวุฒิภาวะ รวมกัน

เรื่องที่คุณจะได้อ่านต่อไปนี้ เป็นเรื่องที่ผมประสบมาจริงๆ

แต่ก็ต้องทำใจอย่านึงว่า...ผมเล่าในมุมมองของผม
ซึ่งมันอาจจะไม่ตรงกับความจริงร้อยเปอร์เซนต์
แต่ผมก็จะพยายามเล่าอย่างเป็นกลางที่สุด
โดยจะใส่ความ หรือใส่สีตีไข่เจ้าเด็กเวรให้น้อยที่สุด

อ่า....เข้าเรื่องกันเลยดีกว่าครับ

..................เหตุเกิดเมื่อหลายศุกร์มาแล้ว..................

เวลา 00.30 น. โดยประมาณ

ปกติวันศุกร์ จะเป็นวันที่ผมออกจากที่ทำงานค่อนข้างดึก
เพราะรอดูความเรียบร้อยของงาน หรือปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในระหว่างวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ (เอาเรื่องงานมาอ้าง...จะฟังขึ้นมั้ยน้อ...อิอิ)
และอีกส่วนหนึ่งคือ นั่งเล่นอินเตอร์เนทจนเพลิน เล่นชดเชย ที่วันเสาร์-อาทิตย์ไม่ได้เล่น (...ฮา)

เวลาที่ออกจากที่ทำงานของวันศุกร์ จะอยู่ในช่วง 5 ทุ่ม บางวันก็เที่ยงคืน บางวันก็ตีหนึ่ง บางวันฝนตก ก็อาจเป็นตีสอง หรือตีสาม

หรือถ้าฝนตกหนัก หรือง่วงมาก ผมก็จะนอนที่ทำงานซะเลย...กลับเอาตอนสายๆของวันเสาร์ (เพราะผมตื่นสาย)
ปล่อยให้เด็กๆ (แมๆ) หิวรออยู่ที่บ้าน

วันศุกร์...วันนั้น ผมออกจากที่ทำงานเกือบเที่ยงคืน เวลาที่จะถึงบ้านก็ราวๆ ตีหนึ่ง เกือบตีสอง (ถ้าไม่มีเหตุขัดข้องใดๆ)

ระหว่างทางก็ปกติครับ...ไม่มีอะไรที่จะบ่งบอกว่าผมจะเจอกับพวกเขา

อ่า...ไม่มีอะไรเลวร้ายเกิดขึ้นกับผมหรอกครับ (อย่าเพิ่งดีใจ...ฮา...)

ณ ถนนเลียบวงแหวนตะวันออก...ช่วงสะพานใต้วงแหวน ก่อนจะถึงวัดมูลจินดาราม คลองห้า
มีรถยนต์จอดเสียอยู่กลางดึก มีผู้ชาย 2 คน ยืนมองรถตัวเอง ท่าทางเหมือนต้องการความช่วยเหลือ

ครับ...นี่แหละ...เด็กเวร 2 คน ที่ผมเจอ....

คนนึงอายุยังไม่ถึง 15 ผิวพรรณดี (พอแม่คงเป็นผู้ดีมีตระกูล) อีกคนอายุ 19 ตัวโตผิวดำ

(ง่า...ก็บอกแล้วไงครับ ว่าไม่มีอะไรรุนแรงเกิดกับผม...อย่าเพิ่งคิดไปไกลสิคร้าบ...อิอิ)

"รถเป็นอะไรครับ" ผมชะลอแมงกะไซค์ ถามเขา
"เป็นอะไรไม่รู้สตาร์ทไม่ติดครับ"
"อืมๆ...ไหนลองเข็นดูซิ เผื่อจะติด"

ผมจอดแมงกะไซค์ แล้วไปช่วยเขาเข็นรถ
เหอๆ...เข็นยังไงก็ไม่ติดหรอกครับ รถเกียร์ออโต้...ผมก็โง่.... (โง่แล้วยัง ขยันอีก ....)

หลังจากพยายามช่วยเข็นแล้ว รถไม่มีทีท่าว่าจะติด
ผมจึงเสนอไอเดียใหม่ว่าเดี๋ยวพาไปหาช่างซ่อม

กลางดึก เกือบตี 1 แล้ว แม้ความหวังจะน้อยนิดที่จะเจอช่างซ่อม
แต่ผมก็ยังใจดีอาสา ให้เขาซ้อนมอไซค์ วิ่งหาช่าง

ก่อนไปหาช่าง คุยกันนิดหน่อย....ถึงที่มาที่ไปของเขาทั้งสอง

"เออ...มาจากไหนและพวกเอ็งจะไปไหนกันละ" ผมถาม
"ลาดพร้าวครับ...ไปคลองห้าฝั่งนู้นครับ"
"ไปหาใครล่ะ??"
"ไปหาเพื่อนผู้หญิงครับ"

"หญิงไหน...เขาบอกยังไง พวกเอ็งถึงยอมมาเนี่ย...รู้ไหมดึกๆยังงี้ ปกติไม่มีใครเขาช่วยหรอก เพราะเขากลัวโดนปล้น แถวชานเมือง มีข่าวบ่อยๆ"
"แล้วพี่ไม่กลัวโดนปล้นเหรอ ถึงหยุดช่วยพวกผม" ดูมันถาม...(เหอๆ)
"ถ้ากลัวพี่คงไม่หยุดหรอก แต่คนที่จะปล้นพี่ มันไม่รู้หรอกว่ามันกำลังปล้นอะไร" ผมขู่กรายๆ (เหอๆ)

ตกลงผมจะพาเขาคนนึงซ้อนมอไซค์ไปหาร้านซ่อมกลางดึก และอีกคนเฝ้ารถ

หลังจากเขาตกลงตกลงกับเรียบร้อย เจ้าคนอายุน้อยกว่า ขอไปกับผม โดยให้เจ้าคนตัวโตผิวเข้มเฝ้ารถ
เพราะเจ้าเด็กน้อยไม่กล้าอยู่คนเดียว (มันกลัวผี...เหอๆ...)

ระหว่างซ้อนมอไซค์ไปกับผม...

"พี่ชายผมเป็นตำรวจนะ"
"ตำรวจไรวะ.."
"ตำรวจจับยาบ้า แถวๆลพบุรี"
"เหรอ"
"นี่ถ้าไม่ไหว...คงต้องโทรให้พี่มารับแล้วละ"
"จะมารับยังไงวะ...จากลพบุรีมานี่ไม่ใช่ใกล้ๆ....เอ้อ..แล้วสาวเขาบอกยังไงเอ็งถึงยอมมาเนี่ย"
"ก็ไม่บอกอะไร...แค่บอกคืนนี้อยากเจอ..."
"เด็กเอ้ย....เอ็งนี่เด็กจริงๆวะ"...

.............ผมเข้าใจคำว่า บรรลุนิติภาวะ วุฒิภาวะ อย่างลึกซึ้งก็ตอนเจอเจ้าเด็กคนนี้แหละ

เพราะเขาทำอะไรไปอย่างขาดความยั้งคิด ขาดการไตร่ตรองให้รอบคอบ ไม่คำนึงถึงผลเสียที่จะตามมาเลย

"พี่ๆ..ผมเคยลองยาไอซ์ด้วยนะ.." น้ำเสียงเขาภูมิใจนิดๆ
"ลองยังไง..."
"ก็ตอนที่ไปหาพี่ ที่ลพบุรี พี่เขาเอาให้ลอง"
"พี่เอ็งเป็นตำรวจจับยา....แล้วมาติดยาเสียเองนี่นะ...เวรจริงๆ...แล้วพ่อไม่ว่าอะไรเหรอ"
"ไม่ว่า....เพราะพ่อไม่รู้"

เจริญจริงๆ ครับอนาคตของชาติ... และผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ไทย

เวลา 02.00 น โดยประมาณ

.....ผมพาเจ้าแจ๊ค (นามสมมุติ...จริงๆคือผมลืมชื่อเขาทั้งสองไปแล้ว...ฮา)
วิ่งรถหาช่างซ่อม หายาก เพราะมันดึกมาแล้ว
แต่ขณะที่กำลังหมดหวัง และจะกลับไปยังจุดที่รถเสีย ...ระหว่างทางผ่านก็เจออู่ซ่อมรถ
ผมจึงให้เขาไปเรียก แต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา เข้าใจว่าคงหลับกันหมดแล้ว

ใกล้ๆที่นั่น ทีชายหนุ่มแลละหญิงสาวคู่หนึ่ง กำลังนั่งปรับความเข้าใจเบาๆ (คุยกันตอน ตีสอง ไม่หลับไม่นอน)

"ขอโทษครับ พอจะรู้จักช่างซอมรถไหมครับ" ผมส่งเสียงถามเขาทั้งสอง
"รถใครเป็นอะไรครับพี่" ชายหนุ่มผู้ซึ่งอยู่ในอาการเมาหน่อยๆ คงเพิ่งกลับจากสังสรรค์ที่ไหนมาสักแห่ง
"รถน้องเขาครับ จอดเสียอยู่ใต้ทางด่วนใกล้ๆนี้ครับ"
"ผมนี่แหละช่าง...ไหนจอดเสียตรงไหน"
"ไป...ไปด้วยกันครับ ไม่ไกลหรอก ขี่มอไซค์ตามผมมานะครับ" ผมบอก

พอไปถึงรถ คุณช่างซึ่งอยู่ในสภาพเมาๆ ก็เริ่มตรวจเช็คอาการเสีย ตามวิธีของเขา

"น้อง...นี่รถใคร" ช่างขี้เมาถาม
"รถพ่อผมครับ" เจ้าแจ็คบอก

"คือมันเป็นยังงี้นะน้อง...พี่ต้องตัดสัญญานกันขโมย เพราะมันล้อคอยู่ ที่ทำให้รถไม่ติด น้องต้องโทรหาพ่อ และคุยกับพ่อ ว่าพ่ออนุญาตให้ตัดได้.... ไม่งั้น ถ้ารถนี้ไม่ใช่รถน้อง และถ้าเป็นรถขโมยมา พี่ก็จะโดนไปด้วย"
"เออๆ...ใช่ๆ เอ็งต้องโทรหาพ่อ และคุยกับพ่อให้เรียบร้อยนะ ไม่งั้นพี่เขาจะซวยไปด้วย เขาจะเจอขอหาสมรู้ร่วมคิด ขโมยรถนะ" ผมพูด

รถคันนี้ ตามที่เจ้าแจ็คบอกทีหลังคือ ไม่ใช่รถของพ่อ...แต่เป็นรถเพื่อนพ่อ เสียพนันบอลเอามาจำนำกับพ่อไว้ และเจ้าแจ็ค แอบเอามาขับโดยที่พ่อไม่รู้

และเจ้าแจ็คก็ทำท่ากลัวพ่อจะรู้เอามากๆ พอบอกให้โทรหาพ่อ เขาดันโทรหาพี่ชาย ที่เขาอ้างว่าเป็นตำรวจแทน

คนเมาสองคนคุยโทรศัพท์กัน คนเมาหนึ่งคือ ช่างซ่อมรถเมาเหล้า อีกคนคือพี่ชายที่เจ้าแจ็คอ้างถึง อาการคล้ายคนเมายาเสพติด (ตามที่ คุณช่างบ่น)
ทั้งสองคนทะเลาะกัน ต่างอ้างว่าตัวเองล้วนมีเส้นสายหรือญาติเป็นตำรวจ

แต่ก็จบกันด้วยดี เพราะคุณช่างซ่อมรถเขาตัดบทวางสายก่อน
แล้วก็มาบ่นเจ้าแจ็คแทน

และบังคับให้เจ้าแจ็คโทรหาพ่อ ซึ่งเขาก็โทรอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก และบอกว่า ไม่มีใครรับสาย (ซึ่งไม่รู้ว่าจริงไหม)

ปัญหาเรื่องรถยังไม่มีทางออก
และคุณช่าง ก็ตัดสินใจตัดสัญญานกันขโมย ต่อไฟสายตรงไปยังไดสตาร์ท

สรุปว่า...รถก็ยังไม่ติด....

.......เวลาล่วงเลยมาเกือบตีสี่แล้ว

เจ้าคนผิวเข้ม ที่ผมลืมเอ่ยถึง...ก็บอกว่า
"พรุ่งนี้กูต้องเข้ากรมนะเว้ยแจ็ค จะทำอะไรก็รีบตัดสินใจนะเว้ย ไม่งั้นกูเดือนร้อนแน่"
"กรมอะไรวะ..." ผมถาม
"กรมทหารครับ...ผมหนีมา เจ้าแจ็คชวน เลยมากับมัน"
"เวร....อายุมากกว่า ดันเชื่อเจ้าแจ็คมัน ...เฮ้อ...เซง..." ผมเอ่ยเหนื่อยๆ
"ใบขับขี่ผมก็ไม่มี จะทำยังไงเนี่ย...จะซวยไหมเนี่ย"
"เออ...เจริญจริงๆ พวกเอ็ง" ผมพูด
"ทำยังไงดีว้า....ทำยังไงดีว้า...." เจ้าแจ็คเริ่มหมดหนทาง

"ไดสตาร์ทคงเสียมั้ง กลางดึกแบบนี้มันดูยาก...เครื่องมือก็มีไม่ครบ...ผมก็มึนๆด้วย " คุณช่างขี้เมาเอ่ยขึ้นมาแบบท้อๆ

"งั้นก็มีทางเดียวนะ คือทิ้งรถไว้ที่นี่ พวกเอ็งกลับบ้าน พรุ่งนี้ค่อยบอกพ่อเอ็งมาจัดการ" ผมเสนอไอเดีย เพราะผมเองง่วงเต็มทน จะตีสี่แล้ว
"เออๆ...เอางั้นนะแจ็ค..." เจ้าคนผิวคล้ำเห็นด้วยกับผม

"...อ่าว...แล้วกูจะบอกพ่อว่าไงหว่า" แจ็คสับสน...
"อ่อ...นึกออกแล้ว ก็บอกพ่อว่า...จะไปหาพี่ที่ลพบุรี แล้วรถก็มาเสียที่นี่" แจ็คฉลาดขึ้นทันใด
"พ่อเอ็งเป็นใครชื่ออะไร ...ทำไมหวงชื่อพ่อจัง" ผมถาม เพราะเคยถามแล้วเขา ไม่ยอมบอก

และเขาก็ยังคงไม่บอก.............
ชื่อพ่อของแจ็ค ยังคงเป็นปริศนาสำหรับผม
ผมเข้าใจเอาเองว่าคงเป็นคนมีชื่อเสียงทางสังคมพอสมควร
และคงดุไม่น้อย เจ้าแจ็คถึงกลัวพ่อขนาดนี้
หรือเขาอาจไม่มีพ่อ...ทั้งหมดอาจเป็นแค่เรื่องที่เขาอ้างขึ้น

"เออๆ...ไม่บอกไม่เป็นไร คงไม่ยากหรอกที่ข้าจะรู้ว่าพ่อเอ็งเป็นใคร" ผมขู่เจ้าแจ็ค

แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าเจ้าแจ็คจะยอมบอกชื่อพ่อของเขา
อย่างที่บอก ทั้งหมดอาจเป็นเรื่องสมมุติ อาจเป็นเรื่องที่เจ้าเด็กคนนี้สร้างขึ้น
เพราะมันเสียเวลาที่ผมจะไปสืบหาความจริง (ผมง่วงงงง)


เวลา 04.30 น. โดยประมาณ

เราทั้งหมด ผม เจ้าแจ็คและเพื่อน ช่างซ่อมขี้เมาและะแฟนของเขา แยกย้ายกันกลับบ้านนอน

ผมส่งเจ้าแจ็คและเพื่อน ที่ป้ายรถเมล์
โดยทิ้งรถไครเลอร์ นีออนไว้ตรงที่ที่มันจอดเสีย

เขาทั้งสองไหว้ขอบคุณผม
"เออๆ...โชคดี ครั้งหน้าก็คิดให้ดีก่อนจะทำอะไร ไม่งั้นผลเสียจะมีมากกว่านี้ "
"ครับๆ ขอบคุณครับ"


....ไอ้เด็กเวรเอ๊ย...ทำผมเสียเวลา กลับถึงบ้านเอาเกือบเช้า......
และผมหวังว่าจะไม่เจอพวกเขาอีก....

เรื่องที่เกิดขึ้นผมให้มันจบแค่ในคืนนั้น
ผมไม่ไปสืบเสาะ หรือตามเรื่องราวต่อไป
เพราะผมถือว่ามันค่อนข้างเสียเวลา ที่จะไปทำอย่างนั้น


ความตั้งใจของผมคือ ช่วยให้เขา (เด็กเวรทั้งสอง)
ผ่านพ้นคืนนั้นไป ก็แค่นั้น

เรื่องที่เขาบอกผม จะเป็นเรื่องจริงเท็จอย่างไร ผมไม่อาจทราบได้...


ขออภัยถ้าเรื่องที่ผมเล่ามา ทำให้ท่านรู้สึกเสียเวลา
จริงๆผมว่าจะบันทึกการเล่าเป็นวีดีโอซึ่งจะสนุกว่าเยอะ... (มั้ง....แต่ว่าผมขี้เกียจ กร้ากก)
ผมเลยเลือกที่จะเขียนแทน ซึ่งก็เขียนได้น่าเบื่อเหลือทน....

ก็.........ขอบคุณที่ทนอ่านครับ....


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
slipknot วันที่ : 28/01/2008 เวลา : 21.46 น.
http://www.oknation.net/blog/slipknot
ถึงเป็นผี...ก็เป็นผีมี..หัวใจ...นะเฟร้ยยยยยยตอนนี้มีบ้านอีกหลัง www.oknation.net/blog/hellstory อย่าลืมแวะไปชมบ้างนะ...คริ...คริ...คริ

น้ำใจงามจริงๆ
ความคิดเห็นที่ 2
ญาปู่ครูบาธรรมโยคีอริยธาตุมหาญาณโพธิสัจ วันที่ : 28/01/2008 เวลา : 20.29 น.
http://www.oknation.net/blog/taimahayan
ศิษย์ญาปู่ครูบาธรรมโยคีอริยธาตุ

อ่านเพลินๆ โดยไม่ต้องทน สนุกกว่าดูใครบางคน ชิมไปบ่นไป
...ว่างๆ๒๘-๓๐ม.ค.นี้แวะชวนไป อ่านธรรมะ...สำหรับพณฯท่าน พร้อมบทกวีไทบ้าน สำนวนท่านญาปู่ครูบาธรรม โยคีอริยธาตุที่บ้านtaimahayan ถ้ามีสาระกรุณาช่วยVote และแสดงความคิดเห็นด้วย
ความคิดเห็นที่ 1
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 28/01/2008 เวลา : 20.09 น.
http://www.oknation.net/blog/suntawanyim

อดทนดีนะอยู่ช่วยจนเกือบสว่าง แต่ก็เสียวนะถ้าเป็นรถุขโมยมา น่ากลัวเหมือนกัน
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

The Heart of Thai People

เรา..รัก...ในหลวง

View All
<< มกราคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31