พิมพ์หน้านี้
|
สวัสดีวันศุกร์ วันแรกของ เดือนแห่งความรักครับ
เมื่อวาน....... ผมตื่นตั้งแต่ ตี 5 ตื่นมาเช็ครถมอไซค์ ที่มีปัญหา ผมถอดแฟริ่งออก เพื่อจะได้ถอดเช็คหัวเทียนได้ถนัด ลองสตาร์ทเครื่องดู ปรากฏว่า - เครื่องติดครับ - แต่เสียงยังแปลกๆเหมือนไม่เต็มใจ เวลา 6 โมงเช้า ยังมืดอยู่ และร้านซ่อมยังไม่เปิด ผมหนักใจ คิดไม่ออกว่าจะเอาไปซ่อมที่ร้าน หรือจะเข็นไปถึงศูนย์ ที่อยู่คลองสามดี รถเสียครั้งนี้ เหมือนเสียอวัยวะเลยครับ เพราะจะไปไหน จะทำอะไร ดูขัดข้องลำบากไปหมด ผมนึกถึงจักรยาน แต่ผมก็ไม่มีแล้ว... ผมมีรถยนต์เก่าๆ แต่ทะเบียนก็ไม่ได้ต่อ และผมไม่ปราถนาจะขับมันในเมืองด้วย ผมเครียดดดดดดด... ผมก็เข้ามานอนต่อ......... ระหว่างรอเวลาให้ร้านเปิด ------- ตัดภาพไปที่ หมู่บ้านในชนบทห่างไกล ผมกำลังตระเวณหาวัดที่สงบๆ เพื่อจะหลีกหนีจากความวุ่นวาย จากเรื่องสับสนที่ผมพบเจอ และก็เห็นวัดๆหนึ่ง ซึ่งในตอนหลังปรากฏว่า ไม่ใช่วัด แต่เป็นบ้านคน ที่กำลังจัดงานศพญาติผู้ใหญ่ในหมู่บ้าน ผมเดินเข้าไปในบ้านงาน ผมพบใครคนหนึ่ง ที่ผมระลึกนึกถึงอยู่เสมอ ผมดีใจมาก เพราะบุคคลที่ผมพบคือคุณย่าของผมเอง ท่านก็มาร่วมในงานศพนี้เช่นกัน ครั้งสุดท้ายที่ผมเจอคุณย่า ก็ตอนที่ท่านไม่สบายอยู่ที่โรงพยาบาลประจำอำเภอ ร่างของท่านซูบผอม ท่านต้องทรมานกับอาการเจ็บป่วยด้วยวัณโรคเป็นเวลาแรมปี วันที่ผมไปเยี่ยมท่าน ผมจำได้ดี วันนั้นลูกหลาน หาดอกไม้ ใบไม้ เท่าที่หาในโรงพยาบาล ทุกคนไปกราบคุณย่า เพื่อขออโหสิกรรม ขอขมาในสิ่งที่เคยล่วงเกินท่าน ให้ท่านจากไปสบายๆ ไม่ต้องห่วงใยลูกหลานข้างหลัง แววตาของลูกหลาน และแววตาของคุณย่า.... ความรู้สึกในตอนนั้น ทุกคนน้ำตาคลอ มันบรรยายไม่ถูก ที่เราต้องสั่งลาคุณย่าในสภาพนั้น แต่ทุกคนก็ไม่มีทางเลือกอื่น เราทำดีที่สุดแล้ว เมื่อถึงเวลา ก็ทุกคนต้องจากกันไป ตามแต่กรรมจะกำหนด (คุณย่าจากไปก่อนวันเกิด ซึนามิ 1 วัน) แต่วันนี้...วันที่ผมพบคุณย่าในงานศพครั้งนี้ ผิวพรรณของคุณย่าดูมีน้ำมีนวล ไม่มีแววว่าจะเป็นคนเจ็บป่วยเลย ท่านยิ้มให้ผม ผมยิ้มให้ท่าน โผเข้ากอดท่าน .....แต่ก่อนที่ผมจะถึงตัวท่าน ผมก็ขยับตัวตื่น ผมมีความสุขมาก ที่ได้พบคุณย่าในฝัน เรื่องกังวลทั้งหลายของผม ทำท่าจะไม่หนักหนาอะไร ผมคิดว่า นี่เป็นสัญญานที่ดี ที่คุณย่าส่งถึงผม ให้กำลังใจผม 9 โมง ครึ่ง ผมแต่งตัวออกจากบ้าน จะเอารถมอไซค์เข้าร้านซ่อม เสียงเครื่องยนต์ดังแปลกๆ ไม่เหมือนปกติ แต่ก็ขี่ได้ ผมจึงขี่เรื่อยๆ รถวิ่งได้เรื่อยๆ เรื่อยๆ เลยร้านซ่อมแล้ว ผมกำลังวิ่งรถจะไปยังศูนย์ที่คลองสาม 60 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง เป็นความเร็วที่สุขใจมาก อากาศดี เย็นสบาย รถไม่เยอะ วิ่งช้าๆ ผมมองวิวมองคลองไปด้วย ผมกำลังคิดว่า ผมวิ่งรถด้วยความเร็วเท่านี้ตลอดก็น่าจะดี เพราะผมรู้สึกว่ามีความสุขจริงๆ ชีวิตไม่เร่งรีบ สบายๆ ค่อยๆไป เสียงเครื่องยนต์ก็ไม่รู้สึกหนักหรือเหนื่อยเกินไป (แม้มันเหมือนจะพังก็ตาม) 10 โมงกว่า ผมถึงศูนย์ที่คลองสาม ผมให้ช่างฟังเสียงแปลกๆของเครื่องยนต์ ไม่มีเสียงแปลกที่ผมได้ยินเลย ช่างบอกว่า รถไม่เป็นอะไรมาก แค่น้ำเข้าตรงสายโช้คน้ำมันที่มันหักอยู่ เลยทำให้เครื่องดับ และสตาร์ทไม่ติดเลย รวมค่าซ่อมและอะไหล่แล้ว 600 กว่าบาท ........................... ไม่ถึง 2 พัน ตามที่ผมประเมินไว้ (ดีจริงๆ) ไม่เหมือนรถยนต์นะ...ซ่อมทีหลายพัน หรือเป็นหมื่น ... ง่า...มาขี่มอไซค์กันเถอะ... +++++++++++++++++++++++++ โย่วๆ สุขีๆ วันศุกร์ครับ |
| VJ BOX BOX | ||
VJ |
||
|
View All |
||
| The Heart of Thai People | ||
เรา..รัก...ในหลวง |
||
|
View All |
||
| << | กุมภาพันธ์ 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | |