• ยาจกน้อย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-10-06
  • จำนวนเรื่อง : 3
  • จำนวนผู้ชม : 260
  • จำนวนผู้โหวต : 0
  • ส่ง msg :
ยาจก
เรียนรู้จากประสบการณ์ผ่านชีวิต
Permalink : http://www.oknation.net/blog/ya-jok
วันอังคาร ที่ 14 ตุลาคม 2551
จันจ๋า....อย่าร้องไห้
Posted by ยาจกน้อย , ผู้อ่าน : 55 , 16:55:29 น.   | หมวดหมู่ : จิปาถะ-นานาจิตตัง-บันทึกความทรงจำ  
พิมพ์หน้านี้


จันจ๋า...อย่าร้องไห้


......เช้าวันนี้ฉันคิดว่าหลังจากกินข้าวเช้าเสร็จก็จะออกไปทำธุระข้างนอก

สักหน่อย  แต่ก็ไม่มีโอกาสได้ออกไปทำธุระอย่างที่คิดเพราะหลังจากกินข้าว

เช้าเสร็จก็ปรากฏว่าฝนเจ้ากรรมดันตกมาเสียนิ  เลยทำให้หมดอารมณ์ที่จะออก

ไปข้างนอกเพราะกลัวเปียกฝนประมาณว่าขี้เกียจต้องมาอาบน้ำอีกรอบ  คนเรานี่ก็

แปลกน่ะอยู่ใต้ฟ้าแท้ๆแต่ดันมากลัวฝน   เอ๊ะหรือว่าคนอื่นเค้าจะไม่เป็นแบบฉัน

ก็ได้น่ะ  สรุปพอฝนตกโปรมแกรมที่จะออกนอกบ้านของฉันเป็นอันยกเลิกไป

โดยปริยาย  อ้าวแล้วจะหาอะไรทำดีหล่ะคิดไปคิดมา...ตกลงเป็นอัน

ว่าหาหนังสือมานั่งอ่านที่หน้าบ้านดีกว่าประมาณว่านั่งอ่านไปแล้วก็นั่งมองสาย

ฝนไป     

 ...ว่าแล้วก็หยิบหนังสือสารคดีเล่มโปรดมาอ่านขณะที่นั่งอ่านหนังสือไปได้

สักพักพลันสายตาก็เหลือบไปเห็นหญิงสาววัยกลางคนที่กำลังเร่งรีบปั่นจักรยาน

เก่าๆแข่งกับสายฝน   ดูท่าเธอพยายามออกแรงอย่างมากแต่ทำไมจักรยานเจ้า

กรรมมันกลับเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างช้าๆดูเหมือนราวกับว่ามันไม่อยากที่จะทำ

หน้าที่ของมันเอาเสียเลย   นี่ถ้าเป็นจักรยานทั่วไปคงวิ่งฉิวไป....แม้

ว่าเธอจะพยายามออกแรงสุดๆแล้วแต่จักรยานของเธอกลับค่อยๆเคลื่อนที่ไป

อย่างช้าๆอาจเป็นเพราะจักรยานของเธอมันเก่าเอาเสียมากๆถ้าดูจากสภาพแล้ว

มันคงถูกใช้งานอย่างทรหดมาหลายปีดีดัก หากเป็นคนอื่นๆคงโละขายเป็นเศษ

เหล็กไปแล้ว   ฉันนั่งลุ้นและภาวนาในใจให้เธอสามารถปั่นมันขึ้นเนินสะพาน

ข้างหน้าไปได้ ....ในที่สุดเธอก็ทุ่มแรงกายทั้งหมดบังคับมันจนสามารถผ่าน

เนินสะพานไปได้  .....ว่าแล้วก็ต้องตบมือให้กับความพยายามของเธอ

จริงๆ  พอผ่านเนินไปได้เธอก็หันมายิ้มให้กับฉันเหมือนกับเธอรู้ว่าฉันกำลังนั่ง

ลุ้นเธออยู่....พอได้เห็นหน้าเธอชัดๆฉันก็ยิ้มตอบเธอทันที “ไปไหนมา

หล่ะ..”  นั่นคือคำแรกที่ฉันเอ่ยทักกับเธอ  ฉันเพิ่งรู้จักกับเธอเมื่อไม่นานมานี้

เองหลังจากที่เราได้เจอกันที่ตลาดและมีการพูดคุยแรกเปลี่ยนทำความรู้จัก

กัน....แม้ว่าฉันจะรู้จักกับเธอมาได้ไม่นานนักแต่ฉันก็เริ่มมีความสนใจเกี่ยวกับ

ชีวิตของเธอ...“ จะไปตลาดสักหน่อย ” เธอตอบพร้อมกับส่งยิ้มน้อยๆให้

ฉัน...... ดูท่าทางเธอก็คงเหนื่อยไม่น้อย...ฉันจึงชวนให้เธอเข้ามานั่ง

พักและหลบฝนในบ้านของฉันก่อนแต่ดูท่าเธอคงจะมีธุระรออยู่เธอจึงเอ่ยปฏิเสธ

น้ำใจที่ฉันหยิบยื่นให้แต่อย่างน้อยท้ายคำปฏิเสธเธอก็ไม่ลืมที่จะกล่าวคำขอบคุณ

ฉัน...และก่อนที่เธอกำลังจะจากไปฉันก็อดที่จะเปรยกับเธอไม่ได้ ......

“ จักรยานที่ขี่นั่นมันไม่ไหวแล้วน่ะน่าจะโละทิ้งได้แล้ว ”...เมื่อฉันพูดจบเธอ

ก็หันไปมองจักรยานด้วยสายตาที่ดูเศร้าพร้อมทั้งเปรยกลับมาว่า...ก็อยาก

จะโละเหมือนกันแต่ไม่มีตังค์ซื้อคันใหม่ก็ต้องทนใช้มันต่อไป  ยังไงเสียมันก็ดี

กว่าเดิน….ก็จริงอย่างที่เธอว่าน่ะ......ดีกว่าเดิน.....แต่ต้องต่อท้าย

ว่า....นิดหนึ่ง....เพราะจากการคาดคะเนด้วยสายตาแล้วการออกแรงเดิน

กับการออกแรงขี่จักรยานของเธอมันก็คงเหนื่อยพอๆกันนั่นแหละ......หลัง

จากทักทายกันพอสมควรแล้วเธอก็ขี่จักรยานจากไป  ฉันนั่งมองเธอจนลับสาย

ตาไป  ระหว่างที่นั่งมองเธอในใจฉันก็รู้สึกว่าชีวิตของผู้หญิงคนนี้ช่างอาภัพ

จริงๆ....อะไรทำให้ฉันคิดเช่นนั้น.........

  .....จัน....คือชื่อของหญิงสาววัยกลางคนผู้นี้ เธอเข้ามาอยู่ในหมู่

บ้านของฉันเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว  ซึ่งขณะนั้นฉันยังเรียนอยู่ที่กรุงเทพฯหลัง

จากเรียนจบฉันก็กลับมาประกอบอาชีพที่บ้านเกิด...และนั่นทำให้ฉันได้พบกับ

จัน...... จันเป็นคนที่พูดเก่งดังนั้นเธอจึงทำความคุ้นเคยกับทุกคนในหมู่

บ้านได้อย่างรวดเร็ว  เดิมทีฉันก็ไม่ได้สนใจอะไรเกี่ยวกับจันมากนัก.....แต่

พอรู้จักกันนานไปก็ทำให้เริ่มรู้อะไรเกี่ยวกับชีวิตของเธอมากขึ้น  ทั้งจากปาก

ของเธอเองและจากปากของแม่ค้าในตลาดที่จันเป็นลูกค้าขาประจำอยู่ ชีวิตของ

จันค่อนข้างน่าสนใจ....จันเป็นคนอีสานเกิดและโตที่จังหวัดในแถบอีสานฉัน

จำไม่ได้ว่าเป็นจังหวัดไหน  ครอบครัวของจันมีอาชีพทำนาเหมือนกับชาวบ้าน

ทั่วๆไปในแถบอีสาน จันเรียนหนังสือจบแค่ชั้นป.4อาจเป็นเพราะฐานะทาง

บ้านไม่ค่อยดีดังนั้นจันจึงต้องออกจากโรงเรียนมาช่วยพ่อแม่ทำนาผลจากการ

ช่วยพ่อแม่ทำนาตากแดดมาหลายปีเลยทำให้สีผิวของจันค่อนข้างดำไปโดย

ปริยาย........แม้ว่าจะดำแต่จันก็มีรูปร่างหน้าตาจัดว่าเป็นคนสวยคนหนึ่ง

ของหมู่บ้าน  ด้วยเหตุนี้กระมั้งจึงทำให้มีคนมาชวนจันไปทำงานที่กรุงเทพฯอยู่

บ่อยๆ...........  แรกๆจันก็ไม่ได้สนใจอะไรกับคำเชิญชวนนั้น  จน

มาวันหนึ่งเพื่อนที่จันรู้จักกลับมาจากกรุงเทพฯและได้เล่าเรื่องต่างๆเกี่ยวกับ

กรุงเทพฯอันเป็นนครเมืองแห่งสีสันให้จันฟัง  เพื่อนบอกเจันว่าที่กรุงเทพฯมี

ทุกอย่างที่เราต้องการ มีห้างติดแอร์ใหญ่โต มีเสื้อผ้าสวยๆ เรียกว่ามีทุกอย่างที่

เราอยากได้หรือแสวงหา......

      ..... นั่นคือกรุงเทพฯที่จันได้รับฟังมาจากปากคำของเพื่อน  

  มันทำให้จันเริ่มที่อยากจะเข้าไปเห็นสีสันของกรุงเทพฯตามคำบอกเล่าของ

เพื่อนบ้าง  ซึ่งช่วงนั้นตัวจันเองก็เริ่มเบื่อกับการทำนาตากแดด ได้เงินน้อย เรียก

ว่าขณะนี้จันเบื่อชีวิตของเด็กสาวชนบทเต็มทนหรือเป็นเพราะจันกำลังเข้าสู่วัย

สาวมันจึงทำให้จันอยากใส่เสื้อผ้าสวยๆ อยากแต่งตัวสวยๆอย่างเพื่อนของจัน

บ้าง  ดังนั้นเมื่อเพื่อนเอ่ยปากชวนให้ไปทำงานที่กรุงเทพฯด้วยกัน จันก็รีบตก

ปากรับคำเชิญชวนนั้นทันที  นั่นอาจเป็นเพราะเพื่อนบอกจันว่าทำงานที่

กรุงเทพฯได้เงินดีมาก...เมื่อมีเงินก็ทำให้ได้ทุกสิ่งที่อยากได้...แม้ว่าแม่ของ

จันจะทักท้วงยังไงก็มิอาจยับยั้งความอยากของจันในการไปกรุงเทพฯได้  เรียก

ได้ว่าคำทักท้วงของแม่มิได้เข้ามาในหูของจันแม้แต่นิดเดียว  นั่นอาจเป็นเพราะ

จันเริ่มหลงกับสีสันของกรุงเทพฯ จากคำปากของเพื่อนเข้าเสียแล้ว ....

    .......เมื่อตัดสินใจแล้วจันก็เดินทางเข้ากรุงเทพฯพร้อมกับเพื่อน

ทันที  เริ่มแรกที่จันมาถึงกรุงเทพฯจันก็ต้องตื่นตาตื่นใจและทึ่งในสิ่งที่เห็นด้วย

ตาเป็นครั้งแรก..มันช่างสมกับคำว่าเมืองแห่งสีสันจริงๆ...ณ.วันนั้น  เวลา

นั้น  จันมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าตัวเองคิดถูกแล้วที่เชื่อคำเพื่อนและตัดสินใจมา

กรุงเทพฯ.....เมื่อมาถึงกรุงเทพฯแล้วเพื่อนก็พาจันไปพักด้วยกันที่ห้องเช่า

เล็กๆหลังจากนั้นเพื่อนก็พาจันไปสมัครทำงานที่ร้านอาหารในตำแหน่งเด็กเสริฟ 

 งานใหม่นี้จันจะเริ่มทำตั้งแต่ 2 ทุ่มจนถึงตี 2 งานนี้ถือเป็นงานที่สบายๆ

สำหรับจัน  เพราะมันไม่ต้องทำอะไรมาก  เรียกว่างานไม่ยุ่งยากแถมเงินดี

เพราะนอกจากเงินเดือนแล้วยังได้เงินจากทริปอีก   เงินที่ได้จากการทำงาน

ครั้งแรกนี้จึงถือว่ามันเป็นเงินก้อนใหญ่ที่จันสามารถหาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตน

เองซึ่งจันก็อดที่จะแอบภูมิใจไม่ได้....เงินก้อนแรกที่ได้จันนำมันไปซื้อเสื้อผ้า

สวยๆไว้สำหรับใส่  และนำไปซื้อเครื่องสำอางค์ชุดใหญ่ที่อยากได้มานาน 

 ดังนั้นเงินก้อนแรกสำหรับจันจึงหมดไปอย่างรวดเร็ว....จันไม่เคยวางแผน

การใช้เงิน การเก็บเงินหรือออมเงิน อย่างเดียวที่จันวางแผนคือการวางแผนหา

เงิน...ในเมื่อเงินที่ได้จากการเป็นเด็กเสริฟไม่พอใช้....จันจึงทำหน้าที่อีก

อย่างในร้านก็คือการเป็นเพื่อนนั่งดื่มกับแขกที่มาเที่ยวซึ่งจะได้ทริปมากกว่าเด็ก

เสริฟ...แขกที่มาเที่ยวก็มีหลายระดับแต่ที่แน่ๆจันจะเลือกระดับที่มีตังค์สัก

หน่อยเพื่อจะได้ทริปหนักๆ.....จากการเป็นเพื่อนนั่งดื่มกับแขกนอกจากได้เงิน

แล้วยังทำให้จันกลายเป็นคนติดสุรา....จันเริ่มติดสุราติดเหล้ามากขึ้นทุก

วัน   วันไหนที่ไม่ได้ดื่มมันจะทุรนทุราย  หงุดหงิด...จันหารู้ไม่ว่านั่นคือ

อาการของโรคติดสุราเข้าแล้ว.....จันหลงสีสันของกรุงเทพฯจนไม่เคยที่จะ

กลับไปเยี่ยมบ้านจากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี....แม้ว่าลึกๆแล้วในใจจัน

จะคิดถึงบ้านและอยากกลับไปเยี่ยมแม่  แต่จันก็มิอาจตัดใจกลับไปเยี่ยมบ้านได้

นั่นเป็นเพราะจันเสียดายเงินที่จะได้ในแต่ละคืนซึ่งนั่นเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้จัน

แทบจะไม่เคยหยุดหรือลางานเลย......พอจันเริ่มมีเงิน จันก็แยกจากเพื่อน

มาเช่าห้องเป็นส่วนตัว  ใช้เงินซื้อทุกอย่างที่อยากได้จนแทบจะไม่พอใช้ในบาง

ครั้ง   อย่างนี้กระมั้งที่เค้าเรียกกันว่าได้มาง่ายก็ใช้ง่าย....จันทำงานที่ร้าน

อาหารหลายปีจนมาวันหนึ่งจันได้รู้จักกับแขกที่มาเที่ยวคนหนึ่ง  แขกคนนี้มา

เที่ยวหลายครั้งแล้วแต่จะนานๆทีถึงจะมา  เวลามาก็จะเรียกจันไปนั่งเป็น

เพื่อน     มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันจึงทำให้เดือนรู้จักว่าแขกคนนี้มีชื่อว่า 

 “โชค”  ทำงานขับรถส่งของตามต่างจังหวัด นานๆครั้งถึงจะเข้ากรุงเทพฯและ

ทุกครั้งที่เข้ากรุงเทพฯก็จะมาหาจันจากการพูดคุยติดต่อกันจึงทำให้เริ่มสนิทสนม

กันสุดท้ายโชคจึงชวนจันให้ไปอยู่ด้วยกันที่บ้านต่างจังหวัดแรกๆจันก็ปฏิเสธ...

นั่นเป็นเพราะไม่อยากทิ้งงานที่ร้านอาหาร  แต่สุดท้ายหลังจากนั้นไม่นานจันก็

ตกลงใจที่จะไปเริ่มต้นชีวิตครอบครัวกับโชคที่บ้านต่างจังหวัด.....จันออก

จากกรุงเทพฯมาพร้อมกับโรคพิษสุราเรื้อรัง......

.....นั่นคือการมาของจัน  ที่ทำให้จันเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านของฉัน  การที่

จันขี่จักรยานผ่านหน้าบ้านฉันทุกวัน วันละ2-3ครั้งก็เป็นเพราะจันมีจุดหมาย

ปลายทางที่ร้านขายของชำซึ่งมีเหล้าขาย  หลายครั้งที่ฉันเตือนให้จันเลิกดื่ม

เสียแต่จันก็ไม่เคยฟัง.....ถ้าวันไหนมีเงินก็จ่ายสด  วันไหนที่ไม่มีเงินก็เชื่อ

ไว้ก่อนบางทีก็เชื่อเป็นเดือนกว่าจะไปจ่าย  บางร้านเบื่อจนไม่ยอมให้เชื่อจันก็จะ

เปลี่ยนร้านเชื่อไปเรื่อยๆ  สุดท้ายลำพังเงินเดือนของโชคก็ไม่พอค่า

เหล้า........จันเลยตัดสินใจทำงานที่ร้านอาหารกลางคืนริมทางในหมู่บ้าน

ซึ่งผิดกับร้านอาหารที่ทำที่กรุงเทพฯเนื่องจากร้านริมทางที่จันทำเป็นร้านเล็กๆใน

ต่างจังหวัดที่หลังคามุงด้วยจาก  แขกที่มาเที่ยวส่วนมากเป็นคนขับรถบรรทุกส่ง

ของแม้ว่าเงินจะไม่ค่อยดีแต่จันก็ถือคติที่ว่า...ได้ดีกว่าไม่ได้ ....ดังนั้นทุก

เย็นฉันมักจะเห็นจันแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสวยๆพร้อมแต่งหน้าทาปากด้วยสีค่อนข้าง

เข้มพาตัวเองพร้อมจักรยานคันโปรดไปที่ร้านประจำเพื่อดื่มเพิ่มพลังก่อนออกไป

ทำงาน...บางครั้งจันจะแต่งหน้าเข้มมากๆราวกับว่าจะไปเล่นลิเกแต่เหตุที่แท้

จริงของการแต่งหน้าเข้มนั้นก็เพื่อปกปิดริ้วรอยบางอย่างบนใบหน้า...เท่าที่เห็น

มันน่าจะเป็นร่องรอยฟกช้ำจากการถูกทำร้าย...นั่นคงเป็นรอยที่ได้รับจากโชค 

 มาระยะหลังทั้งคู่มักจะมีเรื่องทะเลาะกันบ่อยขึ้นและบางครั้งก็ถึงกับลงไม้ลงมือ

กัน...จันเริ่มดื่มหนักขึ้น......ช่วงนี้ฉันเริ่มสังเกตเห็นว่าจันน่าจะอ้วนขึ้นแต่

จันบอกว่าไม่ได้อ้วนขึ้นหลอกแต่จันกำลังท้อง...โอ๊ะพอได้ยินว่าจันท้องฉันก็

เป็นห่วงเด็กในท้องของจันขึ้นมาทันทีเพราะทั้งที่รู้ว่าตนเองท้องแต่จันก็ยังดื่ม

หนักอยู่  มีหลายครั้งที่ฉันขู่จันว่ามันจะไม่ดีต่อเด็กแต่คำขู่ต่างๆกลับไม่ได้ผลต่อ

จัน  ผ่านไปยังไม่ถึงแปดเดือนดี...จันก็คลอดลูกออกมาเป็นเด็กผู้ชาย เด็ก

ไม่แข็งแรง  ตัวเล็กกว่าปกติมาก  หมอต้องให้เด็กอยู่ในตู้อบค่อนข้าง

นาน......หลายคนที่ได้เห็นลูกของจันต่างก็คิดว่าเด็กคงไม่รอด...แต่สุด

ท้ายเด็กก็รอด...รอดได้อย่างปาฎิหาริย์....หลังจากคลอดลูกคนแรกแล้วจัน

ก็ยังคงดื่มหนักและอาจจะหนักกว่าเก่าเสียด้วยซ้ำ   บ่อยครั้งที่ฉันเห็นจันเอาลูก

นั่งที่หน้าจักรยานปั่นผ่านหน้าบ้านของฉันไปซึ่งฉันก็พอจะเดาได้ว่าจุดหมาย

ปลายทางของจันนั้นจะเป็นที่ไหน....มาระยะหลังสุขภาพของจันเริ่มแย่ลงไม่

สบายบ่อยขึ้น  บางทีก็ไม่มีแรงไปทำงานทั้งอาทิตย์นี่อาจจะเป็นผลมาจากการ

ดื่มที่หนัก  ลูกของจันอายุครบ 1 ขวบแต่เด็กตัวเล็กและผอมมาก.......

จันท้องลูกคนที่สอง  แต่จันก็ยังไม่ยอมหยุดดื่ม  แม่ค้าบางร้านไม่ยอมขาย

เหล้าให้จัน   แต่จันก็สามารถเสาะแสวงหามาดื่มจนได้  สุดท้ายหมอถึงกับ

ยื่นคำขาดว่าถ้าไม่หยุดดื่มจะไม่ทำคลอดให้ ส่วนฉันก็ทั้งอธิบายทั้งขู่ถึงผลเสีย

ของเหล้าที่จะมีต่อเด็กในท้อง......8เดือนต่อมา..จันก็คลอดลูกคนที่ 2

เป็นเด็กผู้ชาย มีน้ำหนักแรกเกิดน้อยมากๆ เด็กตัวเล็กกว่าเด็กปกติถึงสาม

เท่า  ..........ลูกคนที่สองนี้เกิดมาพร้อมกับโรคหลายโรค  เพดาน

โหว่  ลิ้นไก่สั้น  หัวใจโต..........    เด็กดูดนมไม่ได้จันต้องใช้

ซริ้งป้อนนมลูก  ซึ่งเวลาป้อนก็ต้องป้อนอย่างช้าๆ เพราะเด็กจะสำลักนม

ตลอด  ทุกคนฟันธงว่าเด็กไม่น่าจะมีชีวิตรอด  

....แต่เหมือนมีปาฎิหาริย์ครั้งที่สองสำหรับจัน   จันประคับประคองเลี้ยงลูก

จนสามารถผ่านเดือนแรกไปได้....ซึ่งถือว่าเด็กจะมีโอกาสมีชีวิตรอด

สูง.....ผ่านไป 5เดือนแล้วลูกคนที่สองของจันก็ยังมีร่างกายที่ไม่ค่อย

สมบูรณ์  นั่นเป็นเพราะพิษของเหล้าที่จันดื่มขณะตั้งท้องจึงทำให้ร่างกาย

ของเด็กไม่พัฒนา....แม้ว่าเด็กจะมีอายุ 5 เดือนแล้วแต่ร่างกายก็

เหมือนกับเด็กที่เพิ่งเกิด...บางครั้งที่ไม่มีเงิน  จันก็เลี้ยงลูกด้วยนมข้นหวาน

ผสมน้ำจึงทำให้เด็กเป็นโรคขาดสารอาหารเพิ่มขึ้นอีก....

..........เช้าวันหนึ่งขณะที่ฉันกำลังกวาดหน้าบ้านฉันก็เห็นรถมูลนิธิวิ่ง

ผ่านไปยังทางห้องเช่าของจัน   ฉันคิดว่าจันคงไม่สบายอีกแล้วเพราะทุกครั้งที่

จันไม่สบายก็ต้องอาศัยรถมูลนิธิพาไปส่งโรงพยาบาลเนื่องจากไม่มีเงิน...แต่

สักพักก็มีคนมาบอกฉันว่าจันได้จากไปแล้ว  จันจากไปขณะที่อายุยังน้อยอยู่

ด้วยโรคพิษสุราเรื้อรังพร้อมกับโรคอื่นๆอีกหลายโรค....จันทิ้งลูกน้อยสองคน

ไว้เผชิญชะตาชีวิตเบื้องหลัง...โชคไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง....จันไม่มี

โอกาสได้เห็นลูกโต  ไม่มีโอกาสได้กลับไปเยี่ยมแม่ครั้งสุดท้าย .....ทำไม

ชะตาชีวิตของจันจึงถูกขีดให้สั้น....ทำไมชะตาชีวิตของจันจึงถูกกำหนดให้

เป็นเช่นนี้....สำหรับตัวฉันก็อดคิดไม่ได้ว่าขณะที่จันจากไปจันคงห่วงอะไรที่

ยังไม่ได้ทำอีกหลายอย่าง......ยังไงเสียก็ภาวนาให้ชาติหน้าของจันมีชีวิตที่

ดีกว่านี้...ปัจจุบันลูกคนแรกอายุได้ 4 ขวบ ลูกคนที่สอง 3 ขวบ

แต่ร่างกายของทั้งคู่ดูจะไม่ยอมโตตามวัยเอาเสียเลยโดยเฉพาะกับลูกคนที่

สอง....แม้ว่าร่างกายจะไม่โตตามวัยแต่เด็กทั้งสองก็ยังคงมีความสดใสร่าเริง

ตามประสาของเด็กๆ....


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
tatuk วันที่ : 14/10/2008 เวลา : 17.02 น.
http://www.oknation.net/blog/tatuk

เศร้าจริงโศกจัน!
ความคิดเห็นที่ 1
plejang วันที่ : 14/10/2008 เวลา : 16.58 น.
http://www.oknation.net/blog/plejang
****  A-P-P-L-E  ****  ::  + + Lonely season  + + ::

โห้ เศร้า ชีวิต

เฮ้อ เฮ้อ สังคม เฮ้อ เฮ้อ

เปิ้ลค่ะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2008 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31