พิมพ์หน้านี้
|
ประชุมสัมมนาเพื่อพิจารณากำหนดเร่งด่วนการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ของกระทรวงกลาโหม ได้เริ่มเปิดฉากแล้ว โดย พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รมว.กลาโหม เผยว่า เป็นการประชุมสัมมนาจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพไทย ที่จะให้สอดคล้องกับภัยคุกคามในอนาคต เมื่อถามว่า แต่ละเหล่าทัพได้มีการนำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับความต้องการอาวุธมาบ้างหรือไม่ พล.อ.บุญรอด กล่าวว่า เราตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาเพื่อพิจารณาก่อนหน้านี้แล้ว และวันนี้จะมีการนำมาเสนอให้ผู้บังคับบัญชาชั้นสูงในที่ประชุม ไม่ว่าจะเป็น ปลัดกระทรวงกลาโหม ผบ.ทหารสูงสุด และ ผบ.เหล่าทัพ เพื่อให้ได้พิจารณาร่วมกันอีกครั้งหนึ่งว่าสิ่งที่ทางอนุกรรมการเตรียมเสนอนั้นจะตกลงใจกันอย่างไร
เมื่อถามว่า เหล่าทัพไหนมีความจำเป็นที่สุด พล.อ.บุญรอด กล่าวว่า ต้องรอฟังในที่ประชุมอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งในที่ประชุมจะพูดถึงภัยคุกคาม งบประมาณ และ ความเร่งด่วน ทั้งนี่จะให้ ผบ.เหล่าทัพนำข้อเสนอของอนุกรรมการไปพิจารณา และพรุ่งนี้ (25 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า เหล่าทัพไหนมีความขาดแคลนมากที่สุด พล.อ.บุญรอด กล่าวว่า จากการประชุมร่วมกันพบว่ากองทัพเรือมีความขาดแคลนมากที่สุด ซึ่งตอนนี้กองทัพเรืออยากได้เรือดำน้ำ แต่ทั้งนี้จะต้องมาประชุมร่วมกันทุกเหล่าทัพว่าตกลงเหล่าทัพไหนมีวามจำเป็นมากกว่ากัน โดยทุกเหล่าทัพจะต้องมีความเห็นร่วมกัน ไม่ใช่เหล่าทัพใดเหล่าทัพหนึ่งเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่าข้อเสนอเหล่านี้จะเตรียมเอาไว้เพื่อให้พรรคการเมืองหาเสียงอยู่ หรือพรรคการเมืองที่จะขึ้นมาเป็นรัฐบาลนำไปพิจารณาหรือไม่ พล.อ.บุญรอด กล่าวว่า เป็นการเตรียมการ และให้รัฐบาลชุดต่อไปเป็นผู้พิจารณาดำเนินการต่อไปเหมือนกับพิมพ์เขียวเอาไว้ว่าในอนาคตจะมีภัยคุกคามอย่างนี้ แล้วเราก็เตรียมที่จะหายุทโธปกรณ์เพื่อที่จะมีความสอดคล้องกับภัยคุกคามเหล่านั้น ซึ่งเราจะต้องมองย้อนไปในอดีตที่ผ่านมา เพราะ 10 ป ที่ผ่านมา กองทัพได้รับงบประมาณน้อย และมีความขาดแคลนอย่างไร ปัจจุบันพูดได้ว่า ถ้าเป็นคนป่วยก็สามารถลุกขึ้นยืนแล้ว แต่ยังไม่สามารถเดิน หรือ วิ่งได้ เพราะฉะนั้นเรามาเตรียมการว่าจะทำอย่างไรที่จะได้อาวุธที่สามารถนำมาใช้เผชิญกับภัยคุกคามรูปแบบต่าง ๆ ได้
เมื่อถามว่า มีความเป็นกังวลหรือไม่ว่ารัฐบาลชุดต่อไปจะไม่เห็นความสำคัญในการจัดซื้ออาวุธ เท่ากับรัฐบาลชุดปัจจุบันที่มาจากการปฏิวัติ พล.อ.บุญรอด กล่าวว่า คิดว่าผู้ที่จะมาทำหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็น รมว.กลาโหม ก็จะต้องคิดแบบเดียวกันตน ต้องมาดูว่ากองทัพเป็นอย่างไร มีความล้าสมัยหรือไม่ มีภัยคุกคามอย่างไรในอนาคต มีผลประโยชน์ของชาติที่จะต้องไปคุ้มครองที่ไหนอย่างไร เขาต้องคิดแบบเดียวกัน คือเราคิดไว้ก่อน และในส่วนของงบประมาณจะได้มากน้อยแค่ไหนมันถึงจะเอามาพิจารณากันอีกที เป็นการจัดความสำคัญเร่งด่วนเอาไว้ ทั้ง 3 กองทัพ ซึ่งครั้งนี้เป็นการคิดแบบรวมการเราจะเห็นว่ากองทัพไทยที่ยังไม่พร้อมกว่าเพื่อนเราก็พยายามที่จะปรับปรุงกองทัพให้ได้ระดับเดียวกับกองทัพอื่น
เมื่อถามว่า การจัดซื้อจะเป็นระบบแพ็คเก็ตเหมือนกับรัฐบาลชุดที่แล้วหรือไม่ พล.อ.บุญรอด กล่าวว่า คล้ายกัน แต่คราวนี้จะอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริงว่า กองทัพจะได้งบประมาณมากน้อยแค่ไหน แต่เราจะเรียงลำดับไว้แล้วว่า ความเร่งด่วนในอันดับ 1-2-3 มีอะไร เพราะฉะนั้นใครที่มาเป็นลำดับที่ 1 ก็ให้ผ่านไปก่อน คงเป็นไปในลักษณะนั้น เสร็จแล้วจะต้องมีการทบทวนตลอด คือทุกปีจะต้องมีการทบทวนไปเรื่อย ๆ ซึ่งถ้าหากเราคิดตอนนี้เราสามารถมองภาพไปอีก 5-10 ปีข้างหน้า เมื่อถามย้ำ ในฐานะที่ดูแลด้านความมั่นคงคิดว่าเหล่าทัพไหนมีความจำเป็นในการจัดซื้อเร่งด่วน พล.อ.บุญรอด กล่าวว่า ทุกเหล่าทัพมีความสำคัญเหมือนกัน แต่ละเหล่าทัพจะต้องดูตัวเองว่ามีความพร้อมแค่ไหน ยุทโธปกรณ์ที่ใช้ในปัจจุบันมีเสื่อมสภาพสมควรเปลี่ยนหรือไม่อย่างไร และสอดคล้องกับภัยคุกคามที่เกิดขึ้นหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เราให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง ทางกองทัพบกจะต้องมาดูว่าอาวุธที่ใช้งานขาดเหลืออะไรบ้าง ส่วนกองทัพเรือ และ กองทัพอากาศก็เช่นเดียวกัน ทั้งนี้บางส่วนก็มีการวางแผนจะจัดหาอยู่แล้ว แต่บางส่วนยังไม่ได้มีการวางแผนเราจะต้องมาคุยกันว่า ได้แค่นี้ไปพอหรือยัง
การจัดซื้อจะต้องมีเหตุมีผลไม่ใช่มาบอกกันเฉย ๆ ไม่มีอะไร ซึ่งในที่ประชุมทจะมีการบรรยายสรุปไปถึงภัยคุกคามนอนาคตว่ามีประอะไรบ้าง จากนั้นเราจะมาดูกำลังพลยุทธโธปกรณ์ที่จะไปเผชิญกับภัยคุกคราม และการจะได้มากน้อยขึ้นอยู่กับงบประมาณ เพรุฉนั้นเราไม่ได้คำนึงว่าจะต้วเอามนี้เพียงแต่ว่าเราร่างไว้ก่อน ถ้าเราได้งบประมาณแค่ไหนเราก็จัดไปตามนั้นพล.อ.บุญรอดกล่าว
ผู้สื่อข่าวามว่า การจัดซื้อรถหุ้มเกราะยูเครน มีความคืบหน้าไปถึงไหน พล.อ.บุญรอดกล่าวว่า กองทัพบกกำลังชี้แจงถึงข้อที่สตง.ติดใจอยู่ เพราะฉนั้นทางกลาโหมต้องรอความกระจ่างในเรื่องนี้ว่าทางสตง.ยังติดใจหรือไม่ หากว่าไม่มีข้อติดใจทางกระทรวงกลาโหมก็สามารถลงนามอนุมัติการจัดซื้อได้ หากติดใจอยู่ก็ต้องชลอไว้ก่อน ส่วนเรื่องการจัดซื้อเครื่องบนไอพ่นกรินเฟ่น นั้น รมว.กลาโหม กล่าวว่า ขณะนี้ทางกองทัพอากาศกำลังเจรจาในเรื่องรายละเอียดรวมถึงการต่อรอง เมื่อได้ครบแล้วถึงจะทำขึ้นมาใหม่อีกที
เมื่อถามว่า มีความกังวลหรือไมว่าการประชุมครั้งนี้ในส่วนของการเมืองจะนำไปโจมตี รมว.กลาโหม กล่าวว่า เราทำด้วยความเปิดเผย แต่ถ้าทำอย่างมีเงื่อนไขมีวาระซ่อนเร้นเราคงไม่มาประชุมแบบเปิดเผยอย่างนี้ ตนยืนยันว่าเราไม่มีวาระซ่อนเร้น เรื่องการเมืองตอนนี้มันจบไปแล้ว วันนี้เรามาพูดถึงความมั่นคงของกองทัพเท่านั้น ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคการเมืองอาจจะมองว่าการประชุมครั้งนี้เพื่อเป็นการสกัดพรรคการเมืองใด พรรคการเมืองหนึ่ง พล.อ.บุญรอดกล่าวว่รา เราได้พูดไปตลอดเวลาว่าเราทำอะไรโดยเปิดเผยและบริสุทธิ์ใจ เราไม่ได้กลัวอะไร ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวถามได้ทั้งก่อน ระหว่างและหลังการประชุม เราเปิดเผยทุกขั้นตอน ผู้นสื่อข่าวถามย้ำว่า มองการจับขั้วของพรรคการเมือง 3 พรรค อย่างไร พล.อ.บุญรอดกล่าวว่า ไม่ขอตอบเรื่องนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมครั้งนี้ทางกระทรวงกลาโหมในฐานะประธานในการประชุม ได้เชิญ นาย
สำหรับคณะกรรมการกำหนดความเร่งด่วนการจัดหายุทโธปกรณ์ของกระทวงกลาโหม เพื่อการพัฒนาขีดความสามารถและความพร้อมรบของกองทัพ ประกอบด้วย พล.อ.
////////////// |
| << | พฤศจิกายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | |