• นักข่าวสายทหาร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nongya05@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-02
  • จำนวนเรื่อง : 60
  • จำนวนผู้ชม : 18152
  • จำนวนผู้โหวต : 21
  • ส่ง msg :
yaarmy
หนุ่มน้อย
Permalink : http://www.oknation.net/blog/yaarmy
วันศุกร์ ที่ 30 พฤศจิกายน 2550
33 คนไทยบรรจงจูบแผ่นดินไทย หลังน้ำตาปลาบปลื้มพระบารมีในหลวงที่ได้รับนิรโทษกรรมจากคุกพม่า
Posted by นักข่าวสายทหาร , ผู้อ่าน : 337 , 23:50:40 น.  
พิมพ์หน้านี้


33 คนไทยหลั่งน้ำตาปลาบปลื้มในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ได้รับนิรโทษกรรมจากพม่า ก้มจูบแผ่นดินไทยพร้อมปฏิญานตนไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมายและขอเป็นคนดีถวายในหลวง 
 
            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.00 น. ที่ ท่าอากาศยานกองทัพอากาศ พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ เสนาธิทหาร บก.ทหารสูงสุด พร้อมคณะ อาทิ พล.ท.นิพัทธ ทองเล็ก เจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร พล.ท.ดุสิต เครือใย ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ บก.ทหารสูงสุด ได้เดินทางมารับคนไทยจำนวน 33 คน กลับประเทศ ที่กระทำความผิด และถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำพม่า ซึ่งรัฐบาลพม่าได้นิรโทษกรรมให้เป็นอิสระ และได้เดินทางกลับสู่มาตุภูมิโดยสวัสดิภาพ และตั้งใจจะกลับใจเป็นคนดี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา
ทั้งนี้การดำเนินงานที่ประสบความสำเร็จดังกล่าว สืบเนื่องจากการประสานงานกันอย่างใกล้ชิดระหว่าง พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผบ.ทหารสูงสุด ประสานความร่วมมือกับ พล.อ. อาวุโส ตาน ฉ่วย ประธานสภาสันติภาพ และการพัฒนาแห่งรัฐ หรือ เอสพีดีซี และ พล.อ. หม่อง เอ รองประธาน เอสพีดีซี
ที่จะร่วมกับถวายความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดังนั้นรัฐบาลพม่ามีความยินดีที่จะปล่อยตัวคนไทยจำนวน 33 คน ซึ่งเป็นชาย 26 คน และ เป็นหญิง 7 คน ที่กระทำความผิดฐานความผิดยาเสพติด จำนวน 18 คน ความผิดปลอมธนบัตรปลอม จำนวน 4 คน ความผิดสะสมอาวุธ และครอบครองอาวุธ จำนวน 5 คน และความผิดตาม พรบ.หลบหนีเข้าเมือง จำนวน 6 คน
            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นักโทษจำนวน 33 คนที่ได้รับการนิรโทษ แต่งกายด้วยชุดสีเหลือง โดยมีการสกีนข้อความด้านหน้าของเสื้อว่า “เรารักในหลวง” ส่วนด้านหลังสกีนคำว่า “พระบารมีปกเกล้า” 
            พล.ท. มิ้นท์ ส่วย ผู้บัญชาการปฏิบัติการภาค 5 กรุงยางกุ้ง ประเทศพม่า กล่าวกับนักโทษคนไทยทั้ง 33 คนว่า  ดีใจที่ได้รับการปล่อยตัวนักโทษไทยที่มาติดคุกในประเทศพม่า ทั้งนี้การปล่อยตัวเพื่อเฉลิมฉลองพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครบรอบ 80 พรรษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้รับการประสานงานจากกองทัพไทยในการที่จะปล่อยตัวนักโทษ ทำให้พวกท่านได้รับอิสระเพราะบุญบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันนี้ได้เสนให้เห็นถึงความใจดี และความมีเมตตาสัมพันธ์อันดีของกองทัพทั้งสอง โดยเฉพาะผู้นำพม่า รัฐบาลพม่า ได้เมตตาต่อท่าน เมื่อเกิดมาเป็นคนแล้วทุกคนย่อมกระทำการผิดพลาดไปได้ในชีวิตนี้ เมื่อผิดพลาดไปแล้ว โปรดกลับตัวกลับใจเป็นคนดี ประกอบอาชีพที่สุจริตต่อไป
            พล.ท. มิ้นท์ ส่วย กล่าวอีกว่า นักโทษคนไทยทุกคนอย่าลืม พระคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ที่ทำให้ท่านได้รับอิสระ อย่าลืมพระคุณของกองทัพไทย และ กองทัพพม่า รัฐบาลไทย และ รัฐพม่า ผู้นำไทย และ ผู้นำพม่า และเจ้าหน้าที่ให้ระลึกว่าบุญคุณเหล่านี่ได้รับอิสรภาพ และไปประกอบอาชีพที่สุจริตต่อไป ทั้งนี้การปล่อยตัววันนี้คงจะดีใจ และพวกเราก็ดีใจเช่นกัน ซึ่ง พล.อ.ทรงกิตติ ที่เดินทางมารับตัวท่านอย่าลืมบุญคุณ เมื่อเดินทางกลับประเทศไทยก็ขอให้ปฏิวัติตัวให้ดี และทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศไทย
            พล.อ.ทรงกิตติ กล่าวว่า พระบารมีแผ่ไพศาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้แผ่บารมีมาถึงพวกท่านทุกคน กองทัพทั้งสองกองทัพร่วมมือทำขึ้นมาซึ่งเป็นสิ่งสร้างสรรค์ของทั้งสองกองทัพ เมื่อพวกท่านถึงประเทศไทยแล้วขอให้กลับตัวทำงานเพื่อประเทศชาติเพื่อสนองคุณถวายให้กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่
            นาย บรรสาน บุนนาค เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศพม่า กล่าวว่า ดีใจยินดี และมีความภาคภูมิใจที่มีส่วนร่วมโครงการสำคัญ ซึ่งทางพม่าได้ทำโครงการถวายแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่โอกาสพระชนมายุครบ 80 พรรษา การดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นไมตรีจิตรที่ทางพม่าได้มอบให้กับประเทศไทย  และเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ  
            พล.ท.นิพัทธ ได้กล่าวกับคนไทยทั้งหมดว่า เราทำสำเร็จแล้ว เมื่อเราเดินทางถึงกลับประเทศไทยจะมีคนต้อนรับ ให้เกียรติเรา และจะไม่มีใครมาเรียกเราว่าเป็นนักโทษ แต่พวกท่านทุกคนคือคนไทยที่บริสุทธิ์ที่ได้รับการนิรโทษกรรม และไม่มีโทษติดตัวอีกแล้ว และที่มากันในวันนี้ก็ไม่มีใครเรียกท่านว่านักโทษเรียกว่าคนไทย 33 คนที่ได้รับการนิรโทษกรรม
            จากนั้น เวลา 13.30 ที่ฝูงบิน 601 กองทัพอากาศ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้เดินทางมารับคนไทยที่ได้รับนิรโทษกรรมจากประเทศพม่า
            พล.อ.บุญสร้าง กล่าวว่า  ต้องขอขอบคุณ พล.อ. อาวุโส ตาน ฉ่วย พล.อ. รองอาวุโส หม่อง เอ พล.อ. ทุระ ฉ่วยมาน ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องที่ได้ให้มีการปล่อยตัวคนไทย 33 คน ให้มีอิสรภาพปราศจากเงื่อนไข ถือเป็นน้ำใจของรัฐบาลพม่า สะท้อนให้เห็นถึงคามสัมพันธ์อันแนบแน่นและความเข้าใจความปรารถนาดีของประเทศบ้านใกล้เรือนเคียง สำหนรับคนไทยทั้ง 33 คน ที่ได้รับอิสรภาพครั้งนี้ขอให้สำนักในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดไม่ได้ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งดำรงตำแหน่งจอมทัพไทยขอให้ทุกท่านหยุดกระทำความผิดอย่างเด็ดขาดรวมทั้งประพฤติตนเป็นดีทั้งกายวาจาใจ เพื่อถวายแก่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องวโรกาสมหามงคลที่ทรงมีพระชนมายุ  80 พรรษา
            ซึ่งการกระทำความผิดของท่านที่ผ่านมานั้นจะเป็นบทเรียนที่มีค่ายิ่งหากไปกลับไปกระทำซ้ำอีก จะทำให้ท่านได้รับการลงโทษที่รุนแรงหากถูกจับกุมและลงโทษด้วยกฎหมายของประเทศพม่าซ้ำอีกท่านจะหมดโอกาสได้รับอิสรภาพอีกต่อไป
            พล.อ.บุญสร้าง กล่าวอีกว่า คนไทยที่ถูกจับกุมในประเทศพม่ายังเหลืออีก  2 คน เพราะต้องโทษรุนแรง ส่วนในประเทศอื่นๆ ก็มีคนไทยต้องทาติดคุกอยู่แต่มาจำนวนน้อยซึ่งทางเราก็ได้มีการประสานไป แต่ว่าทางประเทศเพื่อนบ้านไม่ตอบรับเพราะมีผลกระทบต่อกฎหมายความมั่นคงของเขา
            สิบเอกเรืองชัย สายบัว ตัวแทนนักโทษที่ได้รับการปล่อยตัว กล่าวว่า พวกเราที่ต้องโทษทั้ง 33 คน ถูกคุมขังในประเทศพม่า โดยได้กระทำผิดต่อกฎหมายของประเทศพม่า จึงขอกราบสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระบารมีอันแพร่ไพศาลของพระองค์ท่าน ที่ทรงช่วยให้พวกเรารอดตายและได้อิสรภาพโดยที่ไม่เคยคาดหวังมาก่อน
 ทั้งนี้ รู้สึกตระหนักดีว่า พล.อ.บุญสร้าง เป็นผู้มีจิตใจเป็นกุศล ที่ได้ริเริ่มให้มีการเจรจากับผู้นำรัฐบาลพม่า เพื่อขอให้มีการปล่อยตัวและคืนอิสระภาพกดให้กับพวกเรา เนื่องในวโรกาสปีมหามงคลเฉลิมฉลองครบรอบ 80 พรรษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอปฏิญานว่าพวกเราจะขอจดจำพระคุณของพล.อ.บุญร้าง ไปจนตราบชั่วชีวิต
“พวกเราได้ต้องคำพิพากษาและถูกลงโทษ เป็นเวลาคนละหลายปี โดยท่านได้ช่วยให้พวกเราได้มีวันนี้ ได้มีโอกาสเดินทางกลับมาสู่มาตุภูมิใช้ชีวิตอย่างปกติสุขภายใต้พระบรมโพธิสมภารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่พวกเราและปวงพสกนิกรได้เทิดทูนเหนือเก้าตลอดเวลา จึงขอยืนยันว่าพวกเราจะประพฤติตนเป็นคนดีไม่เกี่ยวข้องกับอบายมุขหรือสิ่งผิดกฎหมาย เพื่อตอบแทนพระคุณแผ่นดินและจะอุทิศตนเพื่อกระทำความดีให้กับสังคมประเทศชาติเพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว”สิบเอกเรืองชัย กล่าว
            ด้านนายอาคม หนึ่งในที่ได้รับการนิรโทษกรรมเปิดใจว่า รู้สึกดีใจ และตื่นตันใจที่จะได้เดินทางกลับประเทศไทย และไม่คิดว่าจะได้เดินทางมากลับประเทศไทยในช่วงนี้ ซึ่งตนกระทำความผิดฐานเกี่ยวกับคดียาเสพติด โดยถูกจำคุกประมาณปีกว่า ซึ่งการอยู่ในคุกทรมานมาก แต่การดูแลก็เหมือนทั่วไป ซึ่งการปล่อยตัวครั้งนี้ดีใจที่จะได้เจอหน้าครอบครัวอีกครั้ง และสัญญาว่าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้อีก
            “ผมต้องขอบพระคุณพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพราะถ้าไม่ได้พระบารมีของพระองค์ท่านคงจะไม่มีวันนี้ของนักโทษที่ทำผิดต่างแดน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผมถือเป็นบทเรียนให้กับชีวิต ผมเข็ดและไม่กล้าทำอีกแล้ว” นายอาคม กล่าว
            นายอาคม กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ดีใจที่จะได้พบครอบครัว ซึ่งตนรู้ล่วงหน้าเพียง 1 วันเท่านั้นที่จะได้เดินทางกลับประเทศไทย  และเมื่อคืนก็นอนไม่หลับเพราะเกิดจากอาการตื่นเต้น
            ป้าอำไพ อายุ 55 ปี กล่าวด้วยใบหน้าดีใจว่า ดีใจที่จะได้เดินทางกลับประเทศ และดีใจที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท่านมาช่วยเรา ซึ่งตลอดเวลาที่ติดคุกในประเทศพม่า 2 ปี ก็ภาวนาอยากจะเป็นอิสระ และให้มีคนในประเทศไทยมาช่วยเรา เพราะอยู่ที่ลำบากมากไม่มีอะไรจะกิน
            ป้าอำไพ บอกว่า การดูแลของเรือนจำพม่า ก็ดูแลของเขาไปอย่างนั้น ขนาดเพื่อนร่วมจำเรือนไม่สบาย จะตายอยู่แล้ว ก็รักษาไม่หาย และไม่มียากิน ได้ข่าวว่าทางสถานทูตไทยประจำพม่ามีการส่งยาเวชภัณฑ์มาให้ ทางเรือนจำก็ไม่ให้กิน ทั้งนี้การดูแลคนไทย และคนพม่า จะเหมือนกันไม่ได้รับสิทธิพิเศษอะไรมาก
            ป้าอำไพ บอกด้วยว่า ถูกตั้งข้อหาเกี่ยวกับมียาเสพติด (ยาบ้า) ไว้ครอบครอง โดยถูกศาลพม่าตัดสินจำคุก 22 ปี โดยนับจากวันนั้นถึงวันนี้ถูกจำคุกมา 2 ปี 3 เดือน ทั้งนี้ไม่คิดว่าจะได้กลับประเทศไทย พม่าแก่มากแล้ว สงสัยจะตายที่เรือนจำแห่งนี้ เพราะถูกลงโทษจำคุกถึง 22 ปี ไม่คิดว่าจะมีวันนี้ แต่ที่มีวันนี้ได้เพราะพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ที่พระองค์ทรงมาช่วย ถ้าท่านไม่มาช่วยนักโทษทั้ง 33 คน คงตายกันหมด
            เมื่อถามว่า ในเมื่อเพราะบารมีของพระองค์ท่าน อยากจะทำอะไรเพื่อทดแทนพระองค์ท่าน ป้าอำไพ กล่าวว่า จะเป็นคนดี และจะไม่มาเหยียบพม่าอีก ซึ่งใจของป้าไม่เคยคิดที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติด และไม่เคยทำด้วย และการที่ป้าถูกห่างเลขครั้งนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวกับป้าเลย ป้าพยายามบอกเขาเท่าไหร่เขาก็ไม่เชื่อ ป้าบอกว่าเป็นของคนอื่น โดยถูกจับที่ท่าขี้เหล็ก อ.แม่สาย จ.เชียงราย
            “ทางเจ้าหน้าที่สถานทูตไทยประจำประเทศพม่ามาบอกว่า พวกป้าจะได้รับนิรโทษกรรม และจะได้เดินทางกลับประเทศไทย ก็ดีใจ ป้านอนไม่หลับ คอยนั่งนับวันว่าจะถึงเมื่อไหร่จะได้กลับประเทศ ตอนแรกเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้บอกอะไรมาก เพียงแต่บอกว่าให้นึกถึงพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และจะมาบอกข่าวดี” ป้าอำไพ กล่าว
            ป้าอำไพ กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือว่า เมื่อนักโทษคนไทยทราบข่าวว่าจะถูกปล่อยตัวเพื่อให้เป็นอิสรภาพก็ดีใจ ต่างคนต่างก็ร้องไห้ และซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพราะไม่ได้พระองค์ท่านพวกเราคงไม่มีวันนี้แน่
            เมื่อถามว่า 2 ปีที่อยู่ในคุกรู้สึกทรมานหรือไม่ ป้าอำไพ กล่าวว่า  จำคุก 2 ปี ก็เหมือนกับอยู่เป็น 10 ปี ๆ ซึ่งพวกป้านั่งนับวันรอคอยที่จะพ้นโทษออกจากคุก
            ขณะที่ นายประเสริฐ ผู้ที่ได้รับการนิรโทษกรรมอีกหนึ่งคน กล่าวด้วยท่าทางดีใจว่า ดีใจมากที่จะได้เดินทางกลับประเทศไทย เพราะไม่เคยคาดคิดว่าจะได้พ้นโทษก่อนกำหนด เพราะตนถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติด และถูกตัดสินความผิดถึง 22 ปี ตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้ตนนั่งนับวันตลอดว่าอยู่ในคุกกี่วัน ซึ่งปัจจุบันตนติดคุกทั้งหมด 2 ปี 3 เดือน 10 วันพอดี
            “ผมดีใจมากที่ได้พ้นโทษก่อนกำหนด เป็นเพราะพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งพูดง่าย ๆ เหมือนตาย แล้วเกิดใหม่ เพราะอยู่ที่นี่ลำบากมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การกิน หรือ ที่อยู่ หรือแม้แต่ติดต่อญาติก็ไม่ได้เลย มันเหมือนกับอยู่ในมุมมืด” นายประเสริฐ กล่าว
            นายประเสริฐ เล่าถึงชีวิตที่หมดอิสรภาพในการถูกจองจำในคุกนานกว่า 2 ปีว่า ตนถูกจำคุกที่เรือนจำเชียงตุง 1 ปี 6 เดือน ก่อนที่จะย้ายมาที่กรุงยางกุ้ง อีก 3 เดือน ซึ่งที่กรุงยางกุ้ง คิดว่าอยู่ในเมืองหลวงแล้วจะสบายกว่าที่เรือนจำเชียงตุง แต่ที่ไหนได้ก็ลำบากเหมือนกัน เพราะเรื่องการกิน การอยู่ ลำบากมาก ได้กินข้าวกับน้ำต้มผักวันละ 2 มื้อ ซึ่งน้ำต้มผักไม่มีเนื้อสัตว์อะไรเลย มีเพียงน้ำ กับ ผัก เท่านั้น
            “ผมทราบข่าวว่าจะได้เดินทางกลับบ้านเกิดอีกครั้ง ก็นอนไม่หลับทั้งคืน เพราะตื่นเต้นที่จะได้กลับประเทศ พวกผมที่ได้มีโอกาสกลับประทศทั้ง 33 คน ได้มีการสัญญากันว่าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมายอีก ส่วนนักโทษไทยที่ยังค้างอยู่อีก 2 คน ที่มีโทษประหารชีวิตเนื่องจากมีการขนยาเสพติดจำนวนมาก แต่ภายหลังถูกลงโทษจำคุกเหลือ 50 ปี ซึ่งผมมี่โอกาสได้เจอหน้า เขาก็ดีใจที่จะได้เดินทางกลับประเทศ โดยเขาบอกผมว่าไว้เจอกันที่สนามบินนะ แต่จนกระทั่งทางเอกอัครราชทูตได้นำรายชื่อไปบอกกับนักโทษทั้งหมด แต่ไม่มีรายชื่อของทั้งสองกลับ ผมก็เสียใจแทนเขา เพราะอยากให้เขากลับบ้านเกิดด้วยกัน” นายประเสริฐ กล่าว
            นายประเสริฐ กล่าวว่า สิทธิพิเศษที่คนไทยที่ถูกจองจำในเรือนจำของพม่าเพียงแค่ตักข้าวก่อนนักโทษพม่าเท่านั้น ส่วนเรื่องการรักษาอาการเจ็บป่วยก็จะได้รับการดูแลเหมือนกันทั้งหมด ซึ่งเวลานักโทษไทยป่วยจะขอให้ฉีดยาเพื่อเป็นการรักษาก็ไม่ค่อยได้ ซึ่งตนเจ็บปวดมากเพราะไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ก็ต้องก้มหน้ารับผิดชอบที่ได้กระทำไป เพราะไม่สามารถเลือกอะไรได้
            “ถือเป็นบทเรียนในชีวิต กลับไปจะทำตัวเป็นคนดีเพื่อบ้านเมือง และสังคม สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นบทเรียนในชีวิตที่มีราคาแพงมาก ทั้งผมสัญญากับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่าจะเป็นคนดี และไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลให้กับพระองค์ท่าน รวมถึงเป็นคนดีของสังคม บ้านเมือง และ แผ่นดินไทยจะไม่เข้าไปยุ่งกับยาเสพติดอีก” นายประเสริฐ กล่าว
            นายประเสริฐ ฝากไปถึงเยาวชนเพื่อเป็นอุทาหรณ์ว่า น้อง ๆ เยาวชนอย่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เพราะถ้าพลาดไปแล้วโอกาสที่จะรอดกลับยากมาก ถ้าไม่มี 80 ปีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โอกาสที่จะกลับประเทศคงไม่มีอย่างวันนี้
            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการรับคนไทยที่ได้รับนิรโทษกรรมเป็นไปด้วยความชื่นมื่น โดยมีญาติมารอรับ บางรายโผเข้ากอดกันพร้อมทั้งร้องให้ด้วยความดีใจ และทราบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
น้ำทะเล วันที่ : 04/12/2007 เวลา : 23.44 น.
http://www.oknation.net/blog/soda

ขออนุญาตประกาศขอรับบริจาคเลือดนะคับ ...ขอบคุณคับ

เมื่อเวลาประมาณทุ่มกว่า ๆ ของ วันที่ 4 ธันวาคม 2550 เกิดเหตุระเบิดที่ร้านน้องเฟริ์น ถ.นาเกลือ อ.เมือง จ.ปัตตานี ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วเบื้องต้น 6 ราย เป็นชาย 2 คน หญิง 2 คน และเด็กผู้ชาย 2 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 21 ราย ... ขณะนี้ต้องการเลือดจำนวนมากเพื่อช่วยชีวิตครับ....ทุกกรุ๊ป
ขอความช่วยเหลือด่วนด้วยนะครับ ติดต่อได้ที่
โรงพยาบาลปัตตานี 073-331859 -63 ขอบคุณทุกท่านครับ
ความคิดเห็นที่ 1
น้ำทะเล วันที่ : 30/11/2007 เวลา : 23.57 น.
http://www.oknation.net/blog/soda

ไม่มีดินผืนใดให้ไออุ่น เท่ากับดินที่คุณถือกำเนิด
ไม่มีดินผืนใดดูมั่นคง เท่ากับดินที่คุณลงสำมะโนครัว
ไม่มีดินผืนใดให้คุณเดิน เท่ากับดินที่คุณเดินตอนตั้งไข่
ไม่มีดินผืนใดมีความหมาย เท่ากับดินสุดท้ายของเผ่าพันธุ์
(ขออภัยด้วยคับ หากเนื้อผิดเพี้ยนไป....)
รักชาติกันเหอะคับ .....
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน