• ป้านพ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : uenets@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-04-26
  • จำนวนเรื่อง : 133
  • จำนวนผู้ชม : 3549
  • จำนวนผู้โหวต : 6
  • ส่ง msg :
<< ตุลาคม 2008 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



วันพฤหัสบดี ที่ 16 ตุลาคม 2551
นักศึกษาพิการ"ธรรมศาสตร์" ความเท่าเทียมทางสังคม โดย กรรณิการ ฉิมสร้อย
Posted by ป้านพ , ผู้อ่าน : 59 , 07:24:02 น.  
พิมพ์หน้านี้


วันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11177 มติชนรายวัน


นักศึกษาพิการ"ธรรมศาสตร์" ความเท่าเทียมทางสังคม


โดย กรรณิการ ฉิมสร้อย



ด้วย ความแน่วแน่ในการเป็นมหาวิทยาลัยของประชาชน ที่ยึดมั่นในความเสมอภาคทางการศึกษา "มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์" (มธ.) จึงเปิดโอกาสให้ประชาชนทั้งฐานะดีและยากจน ไม่ว่าชนบทหรือในเมือง โดยเฉพาะผู้พิการ ได้รับการศึกษาเรียนรู้อย่างเท่าเทียมในสังคม

สิ่ง ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ดำเนินการเพื่อรองรับกับเรื่องนี้ คือการเปิดรับ "นักศึกษาพิการ" ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และการเปิด "ศูนย์บริการนักศึกษาพิการ" ซึ่งที่ผ่านมามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้เปิดรับนักศึกษาที่มีความพิการเข้ามา ศึกษาเป็นจำนวน 70 คน

*ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงรายละเอียดเรื่องนี้ ว่า การเปิดรับนักศึกษาพิการของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อเปลี่ยนทัศนคติของสังคมที่มีต่อคนพิการ และสร้างสำนึกจิตอาสาให้แก่เยาวชน นิสิต นักศึกษา เป็นการพัฒนาความรู้ด้านการช่วยเหลือคนพิการ และช่วย

พัฒนาศักยภาพของคนพิการให้ทัดเทียมกับคนทั่วไปในสังคม

" เพราะธรรมศาสตร์ยึดมั่นในความเป็นธรรมและความเสมอภาคในทุกด้าน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านการศึกษา จึงพยายามเปิดโอกาสให้ประชาชนทั้งที่มีฐานะดีและยากจนไม่ว่าในเมืองหรือชนบท ได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง โดยเชื่อมั่นว่ากระบวนทัศน์ใหม่นี้ นอกจากจะช่วยสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของคนพิการแล้ว ยังจะมีส่วนช่วยทำให้สังคมไทยเข้มแข็งและอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุขเพิ่มขึ้น รัฐบาลจะใช้งบประมาณเพื่อช่วยเหลือคนพิการน้อยลงในระยะยาว แต่ได้รับผลการลงทุนครั้งนี้มากขึ้น" คำกล่าวของอธิการบดี มธ.

นอก จากมีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพของนักศึกษาผู้พิการแล้ว ยังเป็นเรื่องที่สอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปการศึกษาตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ และยังเป็นการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการขยายโอกาสทางการศึกษาให้ผู้พิการ ที่มีศักยภาพในการศึกษาตามความสมัครใจและความถนัดของผู้พิการเอง โดยให้ผู้พิการมีโอกาสศึกษาร่วมกับนักศึกษาปกติในชั้นเรียนเดียวกัน เรียนรู้การใช้ชีวิตร่วมกันในสังคมได้อย่างสมานฉันท์

อธิการบดี กล่าวเพิ่มเติมว่า มหาวิทยาลัยได้เปิดรับนักศึกษาที่มีความพิการเข้าเรียนในระดับปริญญาตรี ตั้งแต่ปีการศึกษา 2546 ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแรกในประเทศไทย และต่อมาได้เปิด "ศูนย์บริการนักศึกษาพิการ" ขึ้น ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อปี 2548 หลังจากพบว่านักศึกษาพิการส่วนใหญ่ไม่ประสบความสำเร็จในการเรียน เพราะขาดปัจจัย อุปกรณ์ และระบบต่างๆ ที่เกื้อหนุนต่อการเรียนรู้ของเขา

1.สุเนตรตรา วณิชกุล 2.อรรถพล พรมดี โชว์ความสามารถการเขียนด้วยมือที่พิการ


ดัง นั้น การเปิด "ศูนย์บริการนักศึกษาพิการ" มาทำหน้าที่ดูแลให้บริการจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวก ให้คำปรึกษาตลอดจนจัดหางานให้แก่นักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาจึงเป็นการพัฒนา คุณภาพของนักศึกษาพิการอย่างครบวงจร

สำหรับปีการศึกษา 2551 มีนักศึกษามาใช้บริการจากศูนย์ รวม 68 คน นักศึกษาเหล่านี้ได้เกรดเฉลี่ยสูงกว่า 2.00 มากกว่าร้อยละ 91 และมหาวิทยาลัยยังจัดหาทุนการศึกษาให้ด้วย

"นักศึกษาพิการที่เป็น กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้พิการทางการได้ยินที่ใช้เครื่องช่วยฟังได้ ผู้พิการทางกายหรือการเคลื่อนไหวที่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ในชีวิตประจำวัน และผู้พิการทางการมองเห็น เพราะคนเหล่านี้ยังสามารถทำอะไรได้หลายๆ อย่างเฉกเช่นเดียวกับคนปกติ และไม่เฉพาะแต่ปริญญาตรีเท่านั้น เรายังมีนักศึกษาพิการเรียนระดับปริญญาโทในคณะนิติศาสตร์ และคณะศิลปศาสตร์อีก 2 คนด้วย" อธิการบดีกล่าว

ด้านนักศึกษาพิการ "น้องมิว-สุเนตรตรา วณิชกุล" ผู้พิการทางสายตา เข้าเรียนคณะนิติศาสตร์ มธ. กล่าวถึงโอกาสที่ได้รับจากรั้วเหลืองแดง ว่า มีความฝันมาตั้งแต่เด็กแล้วว่าอยากเรียนกฎหมาย เพราะกฎหมายเป็นสิ่งที่ทำให้คนอยู่ในกรอบซึ่งนำไปสู่สังคมสันติสุข และยังช่วยให้คนเราดำเนินชีวิตในวิถีทางที่ถูกต้อง จึงคิดอยู่เสมอว่าต้องเข้าเรียนคณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ซึ่งก็ไม่ผิดหวังที่ มธ.เปิดโอกาสให้กับคนพิการ

"เป็นคนระยอง ที่บ้านทำอาชีพค้าขาย ซึ่งทีแรกไม่คิดว่าจะมีโอกาส แต่ธรรมศาสตร์เปิดโอกาสและอำนวยความสะดวกให้แก่คนพิการในด้านต่างๆ มากมาย ทำให้เราได้แสดงศักยภาพที่มีได้อย่างเต็มที่ และนำไปสู่ความร่วมมือกันของทั้งคนพิการและคนที่มีร่างกายปกติในการพัฒนา สังคมของเราในองค์รวม

"ในแง่ของคนพิการแล้ว ยังเห็นว่าสังคมปัจจุบันความเหลื่อมล้ำทางด้านสิทธิและเสรีภาพของคนพิการยัง มีอยู่มาก อาจเป็นเพราะที่ผ่านมาประเทศไทยเรายังมีกฎหมายที่ให้สิทธิและคุ้มครอง เสรีภาพของคนพิการน้อยมาก จึงเป็นความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะศึกษาและนำความรู้ทางด้านกฎหมายไปผลัก ดันให้เกิดความเท่าเทียมกันยิ่งขึ้นในอนาคตต่อไป"

ดร.สุรพล นิติไกรพจน์


ใน อนาคต น้องมิวบอกว่า ตั้งใจจะประกอบอาชีพเป็นนักกฎหมาย เพราะทำให้มีโอกาสได้ช่วยเหลือและให้คำแนะนำทางด้านกฎหมายกับคนอื่นๆ นับเป็นอีกทางหนึ่งที่จะได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน และให้คนพิการเข้ามาอยู่ในสังคมปกติต่อไปได้

"น้องแพร-เหมือนแพร วัฒนะโชติ" นักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ มธ. มีความพิการทางการได้ยิน กล่าวว่า ที่เลือกเรียนคณะเศรษฐศาสตร์ เพราะได้เห็นตัวอย่างจากพ่อที่ทำงานในบริษัทหลักทรัพย์ และเคยไปเข้าค่ายเศรษฐศาสตร์แล้วชอบ เพราะรู้สึกว่าวิชาเศรษฐศาสตร์ทำให้คิดอย่างมีระบบ มีเหตุผล มากขึ้น และสามารถนำไปปรับใช้ช่วยเหลือสังคมประเทศชาติ

"ที่ชอบมากคือแนวคิด ของอาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ทำให้มีแรงบันดาลใจอยากจะเรียนด้านนี้มากยิ่งขึ้น และการที่ธรรมศาสตร์เปิดโอกาสให้นักศึกษาพิการเข้ามาศึกษาที่นี้ และมีสิ่งอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ ช่วยให้พวกเรามีความหวังในอนาคต มีความหวังที่จะอยู่ในสังคมอย่างมีคุณค่า ได้ทำตามอุดมการณ์ที่ได้เรียนมา ได้ช่วยเหลือคนในสังคมผู้พิการคนอื่นๆ ขอบคุณธรรมศาสตร์กับโอกาสที่ให้แก่คนพิการ"

"อรรถพล พรมดี" เป็นอีกหนึ่งนักศึกษาในโครงการนี้ เขาบอกเล่าอย่างอารมณ์ดีว่า พ่อแม่ค้าขายอยู่ จ.พิจิตร แต่มีความมุ่งมั่นมากอยากมาเรียนธรรมศาสตร์ เพราะไม่มองข้ามคนพิการ และยังมีสาขาวิชาที่ต้องการเรียน คือ สาขาปกครอง

" ไม่เฉพาะสาขาที่ผมชอบเท่านั้น ธรรมศาสตร์ยังมีสาขาอื่น คณะอื่นให้คนพิการอื่นๆ ได้เข้าเรียน ส่วนผมนั้นสนใจเรื่องของการเมืองการปกครอง เพราะจะได้นำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันให้เกิดประโยชน์สูงสุด ต่อตนเองและสังคม ที่สำคัญนำความรู้กลับไปพัฒนาท้องถิ่นบ้านเกิด ปลื้มใจมาก ไม่คาดคิดว่าจะได้เรียนในธรรมศาสตร์ และนับต่อจากนี้จะเดินตามความฝันให้ได้ ตั้งใจเรียนไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก"

ในอนาคต อรรถพลบอกว่า อยากไปเรียนต่อปริญญาโทที่ต่างประเทศ โดยจะพยายามสอบทุน ก.พ.ให้ได้

" ที่ผมอยากเรียนต่อโท เพราะอยากเรียนให้สูงมีความรู้ให้มาก ด้านการปกครองเป็นเรื่องที่ต้องสะสมความรู้ และคิดว่าความพิการของร่างกายผมไม่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนด้านนี้แต่อย่างใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมาเรียนร่วมกับเพื่อนๆ ในธรรมศาสตร์ที่เป็นคนปกติ ไม่มีเพื่อนคนไหนรังเกียจเลย มีแต่จะคอยถาม คอยช่วยเหลือ ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ"

คนพิการตามปกติแล้วเป็นเสมือนประชาชน ชั้นสองในสังคม โดยเฉพาะทางด้านการศึกษา โครงการนักศึกษาพิการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงเป็นอีกความหวังหนึ่งของเยาวชนพิการที่จะมีโอกาสได้เล่าเรียนมหาวิทยาลัย ได้เช่นคนปกติในสังคม ซึ่งคนเหล่านี้ไม่ต่างจากเยาวชนคนปกติอื่นๆ หากได้รับการเหลียวแลและเอาใจใส่ ได้รับการฟื้นฟูบำบัดอย่างถูกต้อง

นักศึกษาพิการก็คืออนาคตสำคัญยิ่งของประเทศ



ศูนย์บริการนักศึกษาพิการ

จัด ตั้งขึ้นตามนโยบายของอธิการบดี ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2548 มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลให้บริการ จัดหาสิ่งอำนวยความสะดวก อบรม ให้คำปรึกษา และจัดหางาน แก่นักศึกษาพิการสังกัดธรรมศาสตร์

ปัจจุบัน มีนักศึกษาพิการ หลังจากศูนย์บริการนักศึกษาพิการดำเนินงานได้ 1 ปี จึงประเมินผล พบว่า นักศึกษาพิการ 73.33% มีคะแนนเกรดเฉลี่ยสูงกว่า 2.00 และนักศึกษาที่มีเกรดเฉลี่ยต่ำกว่า 2.00 มี 26.67% ปีการศึกษา 2550 ศูนย์บริการนักศึกษาพิการมีนักศึกษาทั้งสิ้น 56 คน นักศึกษาที่ได้เกรดเฉลี่ยสูงกว่า 2.00 จำนวน 51 คน ต่ำกว่า 2.00 มีทั้งสิ้น 5 คน คิดเป็นนักศึกษาพิการที่เกรดเฉลี่ยสูงกว่า 2.00 จำนวน 91.07% และต่ำกว่า 2.00 จำนวน 8.93%

สำหรับการเปิดรับนักศึกษาพิการ การคัดเลือกใช้ทดสอบความถนัด และวิชาเฉพาะในบางคณะไม่ได้ใช้ O-NET, A-NET โดยปีการศึกษาแรก 2546 นักศึกษาพิการ 12 คน, ปี 2547 จำนวน 6 คน, ปี 2548 จำนวน 12 คน, ปี 2549 จำนวน 22 คน, ปี 2550 จำนวน 16 คน และปี 2551 มีนักศึกษาพิการจำนวน 19 คน


หน้า 21 From: http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01pra03161051&sectionid=0131&day=2008-10-16


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
www.pierra-vejjabul.com วันที่ : 16/10/2008 เวลา : 08.54 น.
http://www.oknation.net/blog/vejjabul

เป็นมหาลัย ต้นแบบ ที่ดี ค่ะ
ขอบคุณ อาจารย์สุรพล นิติไกรพจน์ สำหรับโครงการดี ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 2
บอย_บางเบิด วันที่ : 16/10/2008 เวลา : 08.24 น.
http://www.oknation.net/blog/siwadolrathee

ความคิดเห็นที่ 1
Supawan วันที่ : 16/10/2008 เวลา : 07.27 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

น่าสนใจ และน่าชื่นชมค่ะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน