พิมพ์หน้านี้
|
วันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31
ฉบับที่ 11177 มติชนรายวัน เบรน-เบสด์ เลิร์นนิ่ง พัฒนาการเรียนรู้แบบเต็มสมอง แนวคิดเลิศ"สสอน." โดย สุทธาสินี จิตรกรรมไทย
คนเหล่านี้มีศัพท์เฉพาะเรียกว่า กิฟเต็ด แอนด์ ทาเลนเท็ด (Gifted and Talanted - G&T) ถ้า พัฒนาตัวเองหรือได้รับการส่งเสริมอย่างถูกต้อง คนกลุ่ม "กิฟเต็ด แอนด์ ทาเลนเท็ด" ก็สามารถก้าวไกลไปถึงขั้น "อัจฉริยะ" ได้เลยทีเดียว ก่อนจะไปถึงจุดนั้น มาทำความรู้จักกับ "กิฟเต็ด แอนด์ ทาเลนเท็ด" กันสักนิด " กิฟเต็ด แอนด์ ทาเลนเท็ด" หมายถึงเด็กและเยาวชนที่มีความสามารถพิเศษ แสดงความสามารถด้านใดด้านหนึ่ง เช่น ความคิดสร้างสรรค์ สติปัญญา การใช้ภาษา วิชาการ ภาวะผู้นำ ดนตรี การวาดรูป กีฬา ฯลฯ ให้เห็นอย่างเด่นชัดกว่าเพื่อนในวัยเดียวกัน ถ้าบุคคลที่จัดอยู่ในกลุ่ม "กิฟเต็ด แอนด์ ทาเลนเท็ด" ได้รับการสนับสนุนก็จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศได้ไม่น้อย ในประเทศไทยยังประเมินตัวเลขที่แน่นอนของเด็กกิฟเต็ด แอนด์ ทาเลนเท็ด ไม่ได้ แต่คาดว่ามีจำนวนอยู่มากทีเดียว "กิฟเต็ดเป็นเรื่องสำคัญ..ช่วงเด็กแรกเกิดจนถึงอายุ 2 ขวบ เป็นนาทีทอง เพราะสมองของเด็กจะพัฒนาได้มากสุดช่วงนี้" " ในเมื่อพัฒนาสมองได้ แล้วเราจะปล่อยให้สมองเด็กไทยช้าไปอีกหรือ ตรงนี้เป็นจุดหนึ่งที่ทำไมประเทศไทยถึงจัดตั้งสถาบันส่งเสริมอัจฉริยภาพและ นวัตกรรมการเรียนรู้ หรือ สสอน.ขึ้น" ดร.อรพินท์ สพโชคชัย ผู้อำนวยการ สสอน. เริ่มต้นเรื่อง สสอน.ถือกำเนิดเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ.2550 เกิดจากการควบรวม 2 หน่วยงานเข้าด้วยกัน คือ สถาบันวิทยาการการเรียนรู้ (สวร.) และ ศูนย์ส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษแห่งชาติ (สมพช.) เป็นหน่วยงานเฉพาะด้านของสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) สำนักนายกรัฐมนตรี ดร.อรพินท์เล่าถึงบทบาทของ สสอน.ว่า ช่วยส่งเสริมการจัดการสภาพแวดล้อมในสังคมตั้งแต่หน่วยย่อย อย่างสถาบันครอบครัว ไล่ไปจนถึงสถาบันการศึกษา องค์กรอื่นในสังคม เพื่อให้เด็กได้รับการพัฒนาความสามารถตามพัฒนาการของช่วงวัยอย่างเต็มที่ อีก ประการ คือ พัฒนาหน่วยงาน สสอน.ให้เป็นศูนย์กลางการศึกษาวิจัย และพัฒนาองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับสังคมไทยได้อย่างเหมาะสม สิ่งหนึ่งที่ สสอน.ทำ คือ เบรน-เบสด์ เลิร์นนิ่ง หรือ "บีบีแอล" (Brain-based Learning - BBL)
เรื่อง นี้นั้น ผู้อำนวยการ สสอน.ขยายความให้ฟังว่า เป็นการนำองค์ความรู้เรื่องสมองและธรรมชาติการทำงานของสมองมาใช้ในการจัด กระบวนการให้เกิดการเรียนรู้ให้เหมาะกับพัฒนาการของเด็กแต่ละช่วงวัย " ต้องมีการจัดสิ่งแวดล้อมให้เด็กได้สนใจเรียน ปรับวิธีการสอนโดยครูต้องไม่จำกัดความคิดหรือจินตนาการของเด็ก มีการเปลี่ยนสื่อ..หมายความว่าต้องทำให้สื่อการเรียนการสอนถูกใจเด็กมากขึ้น นำหนังสือมาวางไว้ให้เด็กหยิบอ่านได้ง่าย ไม่ใช่เก็บหนังสือดีๆ ไว้แต่ในตู้ ทำให้เด็กไม่สนใจอ่าน และพ่อแม่เองก็ต้องเข้ามามีบทบาทในการดูแลเด็ก" ดร.อรพินท์บอก ทั้งหมดที่ทำก็เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้อย่างเต็มศักยภาพสมอง มีการดำเนินการวิจัย และพัฒนารูปแบบโรงเรียนตามแนวคิด "บีบีแอล" ทั้งในระดับอนุบาล และชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-4 ระดับ อนุบาลให้ความสำคัญกับพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหว การคิด ทักษะภาษา อารมณ์และจิตใจ รวมถึงด้านศิลปะและการสร้างสรรค์ต่างๆ ส่วนระดับประถมฯ มีการปรับแนวทางการสอน 8 วิชา ได้แก่ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ศิลปะ พลศึกษา ดนตรีและนาฏศิลป์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่ ผ่านมาจนถึงขณะนี้ มีการทดลองตามแนว "บีบีแอล" ใน 12 โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ กระจายอยู่ใน 4 ภูมิภาคของประเทศ คือ โรงเรียนบ้านโป่งแยงนอก โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย โรงเรียนเทศบาลวัดพวกช้าง โรงเรียนบ้านเจ้าทุ่ง โรงเรียนอนุบาลศรีสะเกษ โรงเรียนอนุบาลยางชุมน้อย โรงเรียนบ้านโนนแดง โรงเรียนเทศบาลบ้านสุขสำราญ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 55 โรงเรียนบางยี่ขันวิทยาคม โรงเรียนศิริพงศ์วิทยา และโรงเรียนชุมชนบ้านทางควาย "เราไม่จำเป็นต้องใช้สื่อการเรียนการ สอนราคาแพงในการส่งเสริมความสามารถของเด็ก อย่างโรงเรียนบ้านโป่งแยงนอก ก็ใช้สิ่งที่มีอยู่ในชุมชนมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ เด็กก็เรียนรู้อย่างมีความสุข" ผู้อำนวยการ สสอน.บอก ด้าน ดร.เบญจลักษณ์ น้ำฟ้า ผู้อำนวยการสำนักวิชาการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เสริมว่า ทาง สพฐ.ได้นำแนวคิดเรื่อง "บีบีแอล" ไปใช้ในโรงเรียนสังกัด สพฐ. มี "ศูนย์ปฐมวัยต้นแบบ" อยู่ในโรงเรียน อำเภอละ 1 โรงเรียน ถึงตอนนี้มีอยู่ 943 แห่ง ถือว่าอยู่ในทุกอำเภอทั่วประเทศไทยแล้ว
" จากการติดตามผล พบว่าครูมีความกระตือรือร้นในการสอน เด็กก็เรียนอย่างมีความสุข พอพ่อแม่ผู้ปกครองเห็นอย่างนี้ก็ดีใจ ความสัมพันธ์ระหว่างบ้านกับโรงเรียนก็แน่นแฟ้นมากขึ้น" ผู้อำนวยการสำนักวิชาการของ สพฐ.บอก นอกจากมีโรงเรียนตามแนวคิด "บีบีแอล" แล้ว สสอน.ยังร่วมมือกับโรงเรียนต่างๆ โดยจัดให้มี ศูนย์เสาะหาและพัฒนาผู้มีความสามารถพิเศษในท้องถิ่น ตามโรงเรียน 42 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งเด็กที่เข้ามาทำกิจกรรมในห้องนี้จะมีโอกาสพัฒนาความรู้และทักษะด้าน ต่างๆ ซึ่งครูที่อยู่ในศูนย์จะคอยดูว่าเด็กมีความสามารถพิเศษด้านไหนบ้าง และต่อยอดให้เด็กได้อย่างไร ทั้งยังมี "กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาในช่วงวันหยุด" และ "ค่ายส่งเสริมพัฒนาผู้มีความสามารถพิเศษระหว่างปิดภาคการศึกษา" (ค่ายฤดูร้อน) ให้เด็กๆ ที่มีความสามารถพิเศษได้มาร่วมกิจกรรม-ดึงศักยภาพที่มีอยู่ตัวออกมามากขึ้น " ค่ายฤดูร้อนที่จัดค่อนข้างหลากหลาย คือ มีทั้งค่ายพัฒนาศักยภาพเด็กที่มีความสามารถพิเศษทางดนตรี ค่ายศิลปะ ค่ายภาษาและวรรณกรรม ซึ่งค่ายหลังนี้มีอาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ มาช่วยเป็นวิทยากรอบรม ค่ายละคร รวมทั้งค่ายวิทยาศาสตร์ทางทะเล "หลังการเข้าค่ายเสร็จสิ้น เด็กส่วนใหญ่บอกว่าชอบมาก เพราะเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ " เด็กหลายคนที่ได้เข้าค่ายวิทยาศาสตร์ทางทะเลบอกว่าโตขึ้นจะเรียนด้านวิทยา ศาสตร์ทางทะเล ถือว่าการเข้าค่ายเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กได้ทางหนึ่ง" ผู้อำนวยการ สสอน.บอกอย่างภูมิใจ ส่งเสริมให้เด็กเก่ง..แล้วเรื่อง "ความดี" จะได้รับการเน้นด้วยหรือเปล่า? ดร. อรพินท์ตอบคำถามนี้ว่า คงไม่ใช่หน้าที่ของ สสอน.เพียงอย่างเดียว แต่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันนับตั้งแต่ครอบครัวที่ต้องปลูกฝังเรื่องคุณธรรม-ความ ดีให้กับเด็ก การเรียนในโรงเรียนที่ไม่เน้นการแข่งขัน แต่เน้นการช่วยเหลือกันด้านการเรียน และสังคมที่ต้องช่วยกันส่งเสริมและเชิดชูเรื่องของคุณธรรม เดี๋ยว นี้หน่วยงานที่ส่งเสริมเรื่องเด็กกิฟเต็ดไม่ได้ให้ความสำคัญแค่ว่าเด็กเก่ง เพียงอย่างเดียวแล้ว แต่ยังรวมถึงเรื่องความเป็นคนดีด้วย..เป็นสิ่งที่ ดร.อรพินท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมอัจฉริยภาพและนวัตกรรมการเรียนรู้ย้ำ "สร้างสรรค์สมอง...สู่เศรษฐกิจสังคมที่สร้างสรรค์" สัมมนาประจำปี"สสอน." ก่อ ตั้งมา 1 ปีแล้ว จึงเป็นโอกาสดีที่ "สถาบันส่งเสริมอัจฉริยภาพและนวัตกรรมการเรียนรู้" จะร่วมมือกับ "สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน" จัดสัมมนาวิชาการประจำปี 2551 ขึ้น ในหัวข้อ "สร้างสรรค์สมอง...สู่เศรษฐกิจสังคมที่สร้างสรรค์" (ครีเอทีฟ เบรน..ทูวาร์ดส์ ครีเอทีฟ อีโคโนมี่ แอนด์ โซไซตี้) ระหว่างวันที่ 16-17 ตุลาคมนี้ ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมแห่งชาติไบเทค กิจกรรมภายในงานมีอาทิ.. วันที่ 16 ตุลาคม เวลา 09.10-09.45 น. -ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี ประธานกรรมการบริหารสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ บรรยายพิเศษเรื่อง "สร้างสรรค์สมอง...สู่เศรษฐกิจสังคมสร้างสรรค์ : ความท้าทายสำหรับสังคมไทย" เวลา 10.00-12.00 น. -ศาสตราจารย์ฟรองซัวส์ ก๊ากเญ่ อดีตอาจารย์จากมหาวิทยาลัยในประเทศแคนาดา บรรยายพิเศษ "บิลดิ้ง กิฟเต็ด อินทู ทาเลนเท็ด : โอเวอร์วิว ออฟ ดีเอ็มจีที แอนด์ เอ็กซพลอริ่ง อิทส โมสต์ คอมเพล็กซ์ คอมโพเนนท์" เวลา 13.45-15.45 น. - ศาสตราจารย์จอห์น กี๊ก อาจารย์จากสถาบันการศึกษาเวสต์มินสเตอร์ แห่งมหาวิทยาลัยอ็อกซฟอร์ด บรูคส์ บรรยายพิเศษ "เดอะ นูโรไบโอโลจี ออฟ กิฟเต็ดเนส" วันที่ 17 ตุลาคม เวลา 09.00-10.30 น. - ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ จากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) ร่วมอภิปราย "การพัฒนาพลังสมองของแผ่นดิน" เวลา 14.00-16.00 น. - คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดร.จุรี วิจิตรวาทการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ร่วมอภิปราย "สร้างสรรค์สมองเพื่อเศรษฐกิจสังคมสร้างสรรค์ : ก้าวต่อไปสำหรับสังคมไทย" ใน งานยังมีการจัดนิทรรศการแสดงผลงานของ สสอน. อาทิ โรงเรียนเครือข่าย ค่ายสร้างสรรค์ ห้องเรียน "บีบีแอล" ฯลฯ และนิทรรศการจากหน่วยงานเอกชนหลายแห่ง ทั้งยังมีการประชุมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อเกี่ยวกับ "บีบีแอล" และพัฒนาการของเด็กอีกด้วย สนใจร่วมงานสัมมนา ติดต่อได้ที่ โทรศัพท์ 0-2686-2999 ต่อ 321 หรือ 322 หรือดูรายละเอียดได้ที่ www.igil.or.th |