พิมพ์หน้านี้
|
คำว่า แม่ ฉันสมควรที่จะเป็นรึ? ครั้งแรกเมื่อฉันรู้ว่าในท้องของฉัน กำลังจะมีอีกหนึ่งชีวิต ฉันน้ำตาไหลด้วยความยินดี วันที่ชีวิตน้อยๆ ดิ้นอยู่ในท้อง เท้าของเขาถีบที่ท้องของฉัน ฉันลูปท้องแล้วก็ยิ้มด้วยความสุข วันที่เขากำเนิดขึ้นมา ถึงแม้ว่ามันจะเจ็บปวดทรมาณถึงสองวัน แต่ฉันก็มีความสุขเป็นอย่างยิ่ง วันที่เขาเริ่มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เวลาที่เขาเจ็บ ฉันนั้นก็เจ็บไปด้วย วันที่เขาสอบบางวิชาไม่ผ่าน ฉันจะคอยปลอบเขาว่าไม่เป็นไร เดียวสอบซ่อมก็ผ่าน วันที่เขาต้องสูญเสียพ่อไป ประมาณ 6-7 ปี ฉันพยายามที่จะเป็นทุกอย่างให้กับเขา ....................................................................................................................... ช่วงนี้ปิดเทมอ เขาอยากขึ้นไปเที่ยวเชียงใหม่ ฉันก็ไปส่งเขา แล้วฉันก็กลับมาทำงานต่อ ไปอยู่ได้อาทิตย์กว่าๆ เมื่อวันที่ 2 เม.ย คุณพ่อของฉันโทรมาหาช่วงเย็นๆ พ่อบอกว่า น้องเค ดื้ออีกแล้ว ออกไปเที่ยวกลับบ้านตีสี่ตีห้า โอ้...อะไรกันนี่ ฉันจึงคุยกับน้องเค ว่าจะเอายังไง จะกลับมากรุงเทพฯเลยมั้ย รึอยากจะเที่ยวต่อ ถ้าอยากจะเที่ยวก็ให้ไปอยู่กับเพื่อนเลย ไม่ต้องไปรบกวนคุณตานะ ฉันพูดด้วยความโมโห เหตุผลก็คือ บ้านที่เชียงใหม่เปิดร้านอาหาร ฉันจึงแค่อยากให้น้อง เค ช่วยงานที่บ้านด้วย ซึ่งก็ไม่ใช่งานที่อยากอะไรมากมาย แค่คอยเก็บเงินเวลาที่ลูกค้าเรียกเช็คบิล ก็แค่นั้นเอง คำตอบที่ได้มาคือ ผมจะไปอยู่กับเพื่อนครับ ผมจะไปเที่ยวกับเพื่อนๆ งั้นก็ตามใจ ด้วยความที่ฉันคิดมาก วันนั้นฉันนอนไม่หลับทั้งคืน ฉันใช้คำพูดที่ผิดอะไรงั้นหรือ ............................................................................................................................... เช้าวันที่ 3 เม.ย ฉันบินไปเชียงใหม่ตั้งแต่เช้า พอไปถึงบ้าน น้อง เค ก็ไปแล้ว ฉันถามคุณพ่อของฉันว่า เกิดอะไรขึ้น คุณพ่อก็บอกเล่าให้ฟังว่า น้อง เค กลับไปหาเพื่อน ที่เคยคบตอนสมัยที่เขาเรียนอยู่ที่เชียงใหม่อีกแล้ว พากันเที่ยวดึกๆดื่นๆ งานที่บ้านก็ไม่ช่วยเลย ฉันจึงบอกพ่อไปว่าหนูจะไปตามหาลูกกลับกรุงเทพค่ะ หนูขอกุญแจรถมอไซร์ เพื่อจะขี่ตามหาลูก พ่อบอกว่าให้รอร้านปิดช่วงบ่ายสองก่อน พ่อจะขับรถยนต์ไปช่วยตามหา ฉันบอกไม่ต้องค่ะ ฉันขว้ามอไซร์ได้ ก็ขี่ไปเรื่อย ไปตามหาพวกเพื่อนๆที่ น้องเค เคยเรียนด้วย แต่ก็ไม่มีใครเห็นเลย ฉันขี่ไปน้ำตาก็ไหลไป ได้แต่คิดในใจ ฉันเป็น แม่ ที่แย่ที่สุดเลยรึนี่ ฉันกลับมาบ้านเกือบมืด พ่อฉันถามว่าได้ข่าวมัย ฉันไม่อยากมองหน้าพ่อฉันเลย ตาฉันบวมและแดงกำ พ่อปลอบใจฉันว่า ใจเย็นๆลูก เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยไปตามหาใหม่ วันนี้พักผ่อนก่อนเถอะนะลูก ดูลูกเหนื่อยเหลือเกิน มาเดี๋ยวพ่อทำกับข้าวให้ทาน เช้าวันที่ 4 เม.ย ฉันออกไปตามหาลูกอีกครั้ง ฉันขี่ไปร้านเกมส์ เกือบทั่วเชียงใหม่ จนกระทั้งเจอร้านนึง ที่มีเด็กวัยรุ่นเยอะแยะมากมาย ฉันมองไปยังกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนึง ฉันเห็นแล้ว นั้นลูกของฉันที่ฉันตามหา ฉันยืนมองเขาด้วยน้ำตาที่นองใบหน้า เพื่อนน้องเค เห็นฉันก็หันไปบอก น้องเคว่า แม่มาหา เค เขาหันมามองฉัน ฉันยังคงยืนน้ำตาไหลโดยที่พูดอะไรไม่ออกเลย เขาลุกขึ้นจากโต๊ะเกมส์แล้วก็วิ่งมากอดฉัน แม่ครับเคขอโทษ ฉันไม่พูดอะไรทั้งนั้น ฉันจับมือเขาแล้วพาขึ้นมอไซร์กลับบ้าน กลับถึงบ้านช่วงเย็น ฉันทำกับข้าวให้เขาทานแล้วบอกเขาว่า เรากลับกรุงเทพ พรุ่งนี้ด้วยกันนะลูก ช่วงที่นอน ฉันบอกเขาว่า น้องเค น้องเคมีเพื่อนรึคบเพื่อน แม่แค่ขอให้ น้องเค มีเพื่อนที่ดี น้องเค ก็รู้นี่ว่าเพื่อนคนไหนดีไม่ดี แม่คงไม่ขออะไรมาก แค่อยากเห็นลูกเรียนให้จบ มีงานทำที่ดี มีเพื่อนที่ดี แค่นี้แม่ก็ภูมิใจแล้ว วันที่ 5 เม.ย ฉันและน้องเค พากันขี่มอไซร์ ไปเยี่ยมคุณครูที่เคยสอนเขา เพื่อนเก่าๆที่เขาเคยเรียนด้วย และช่วงเย็นฉันและครอบครัวก็ทานข้าวพร้อมหน้ากัน ก่อนที่ฉันจะบินกลับกรุงเทพ คุณพ่อมาส่งที่สนามบิน ท่านพูดเตือนไว้อย่างเดียวคือ ลูกเลี้ยงได้แค่แต่ตัวเขานะ ลูกเองต้องดูแลสุขภาพของตัวเองด้วยนะ มีอะไรก็โทรมาหาพ่อนะ |