| ขิง ขิง | ||
13 มิถุนายน 2551 คุณพ่อ คุณแม่ของ ขิง ลูกศิษย์คนโปรดมาเยี่ยมค่ะ น่ารักไหมคะ |
||
|
View All |
||
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||
พิมพ์หน้านี้
|
วันนี้ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 12 มิถุนายน 2551 โรงเรียนโดยทั่วๆไป ได้จัดให้มีกิจกรรม "ไหว้ครู" กันค่ะ แม้กระทั่งวิทยาลัยที่อิชั้นสอนอยู่ก็มีกิจกรรมนี้ค่ะ ตั้งแต่อิชั้นเริ่มจับงาน "สอนหนังสือ" มา ถึงจะไม่ได้เป็นครู "มืออาชีพ" ก็เถอะ เป็นอาจารย์พิเศษ ที่จะเชิญมาสอนเป็นรายวิชา รายคาบการเรียนไป แต่มันก็ทำให้อิชั้นภูมิใจค่ะ ที่ได้มีโอกาสได้ทำงานอย่างใจปราถนา โดยเฉพาะ "สายตา" ของบรรดาผู้ร่วมงาน ที่มองอิชั้นด้วยความ "เชื่อมือ" และ "เชื่อใจ" รวมทั้งสายตาของนักเรียน ที่มองอิชั้นด้วย "ความเคารพ+ดีใจ" ที่ได้พบอิชั้นในแต่ละสัปดาห์ มัน "ปลื้ม" ค่ะ . . เด็กที่อิชั้นสอน เป็นเด็กสายอาชีพค่ะ ช่างสถาปัตย์กรรมชั้นปีที่ ๑ และช่างไฟฟ้ากำลังชั้นปีที่ ๒ ซึ่งก่อนหน้านั้นอิชั้นได้เคยสอนนักเรียนช่างเชื่อมโลหะการและ ช่างอิเลคโทรนิคส์มาแล้วในปีที่ผ่านมา ยอมรับค่ะว่า ปีแรกของการสอนเด็กในวิทยาลัยเทคนิคนั้น อิชั้น "ลองผิด ลองถูก" อยู่หลายอย่าง โดยเฉพาะวิธีการ "ตรึง" หูและสายตา ของผู้เรียนให้พุ่งความสนใจมา ในเรื่องที่อิชั้นพูด ในปีที่แล้ว "เปลืองพลังงาน" อย่างมากค่ะ แต่ทว่าในปีนี้ รู้สึกสบายอก สบายใจจริงๆค่ะ เพิ่งรู้ว่า การสอนที่ทำให้ทั้งผู้สอนและผู้เรียนประสบความสำเร็จ ไม่ใช่การบังคับและ "ตรึง"การฟังและการดู แต่เป็นการ "ตรึงที่ใจ" ค่ะ เมื่อใดที่ทำได้ เมื่อนั้น อิชั้นจะชนะ . . เด็กในสายอาชีวะ ถ้าเราจะเอาเป็นเด็กเรียนเหมือนสายสามัญคง "ยากส์" ค่ะ เด็กพวกนี้ พลังงานเยอะ แค่พวกเขารวมหัวกัน "กระซิบกระซาบ" พร้อมๆกัน อิชั้น "เสียงเดียว" มีหรือจะสู้ไหว คนช่างพูดช่างคุยก็มี เถียงคำไม่ตกฟากก็มี ถ้าคนเป็นครู "ใจแคบ" ละก็ "จบ" แน่ๆ ก็ต้องปล่อยบรรยากาศการเรียนรู้ไปเรื่อยๆ ให้เด็กได้ "พูด" บ้าง ได้แสดงความคิดเห็นบ้าง หรือถ้าเขาจะ "แซว" ผู้สอนบ้าง ก็ปล่อยเขาไปเถอะค่ะ ถ้าเราโกรธหรือแสดงอาการไม่พอใจ เด็กจะ "ลามปาม" ค่ะ ถ้าเรายืนยิ้ม "อืม พูดได้ดี" เมื่อไรเขาจะรู้สึกหวั่นไหวไปเอง ที่พูดไม่ดูกาลเทศะ ที่สำคัญคนเป็นครูอาจารย์ ใจต้องมั่นคงและซื่อสัตย์ในวิชาชีพพอจึงจะเจริญในวิชาชีพค่ะ . . คนที่เป็นครู อิชั้นเชื่อว่า ข้อมูลที่ใช้สอนของแต่ละโรงเรียน แต่ละวิทยาลัยมันก็คล้ายๆกัน หลักสูตรทางกระทรวงเอง ก็กำหนดมาแล้ว ว่าจะเอาวิชาใด ใส่ลงไปตอนไหน ความเป็นวิชาการของทุกๆที่ ที่มีการเรียนการสอน ไม่แตกต่าง แต่แตกต่างที่ "ครู" ผู้สอนว่า จะมี "จิตวิทยา" การสอนไปในแนวทางใด ที่จะทำให้คนเรียน มีความรู้สึกว่า "เรียนแล้วสนุก" หรือ "เรียนแล้วมีประโยชน์" มากกว่าที่จะทำให้เด็กคิดว่า "เราจำเป็นต้องเรียน" หรือ "เรียนๆไปเถอะ เดี๋ยวก็จบคาบแล้ว" . . แต่ก็นั่นล่ะค่ะ ก็แล้วแต่วิทยายุทธ์ของแต่ละที่ ในการคัดสรรค์ผู้สอนให้ตรงกับความต้องการ ในรายวิชานั้นๆ ทำได้ก็ "วิน-วิน" ชนะทั้งคู่ คนเรียนก็มีความรู้เพราะสนใจเรียน เรียนด้วยความสนุกและอยากเรียน เกรดออกมาดี ผู้สอนก็พลอยได้หน้า ได้ตา ได้ผลงาน ได้รับการชื่นชมจากสถาบัน ถ้าแกนๆทำหรือไม่เต็มใจใคร่สอนเท่าใดนักก็ "แพ้ทั้งคู่" เด็กเบื่อ ไม่อยากเรียน เกรดออกมาไม่ดี ครูก็ไม่มีผลงาน ผู้บริหารก็มองได้ไม่เต็มลูกกะตา(มองด้วยหางตา) . . วันนี้ "วันครู" ขออภัยที่ไม่พูดถึงหน้าที่ของศิษย์ที่ดีเลย เชื่อว่าที่ไหนมีการไหว้ครู คงมีรายละเอียดให้ พร้อมแล้วค่ะ ว่าคนเป็นศิษย์ที่ดีควรจะทำอย่างไรต่อผู้ที่เป็นครู แต่พูดถึงเรื่องที่ "ครู" ควรมองดูตัวเอง ว่าได้ทำหน้าที่ครู สมกับที่เด็กเขากราบไหว้หรือเปล่า? ใช่ว่าจะดูถูกเพื่อนร่วมวิชาชีพ แต่ถ้า "ครู" ไม่เตือน "ครู" จะรอให้หนังสือพิมพ์เขาเตือนหรือ? จะให้ผู้ปกครองเขาเตือนหรือ? จะให้เด็กนักเรียนเดินมาเตือนหรือ?
ว่า "ครู ตอนนี้คุณเป็นครูอยู่นะ" . . ครูท่านใดที่ทำหน้าที่ตามที่ "จรรยาบรรณ" ที่ครูจะพึงมีสอนศิษย์ด้วยความเมตตากรุณา ด้วยปราถนาดีต่อศิษย์อย่างแท้จริงแล้ว ขอให้ท่านสุขกาย สุขใจ ไปไหนมาไหนสะดวก มีแต่ความเจริญ มีแต่คนสรรเสริญ เจริญในวิชาชีพ ครูท่านใดสอนอย่างขอไปที กระทำให้สถาบันความเป็น "ครู" เสื่อมถอย ก็ขอให้ได้ปรับปรุงตัวให้ดี อย่าให้เพื่อนร่วมวิชาชีพได้เดือดร้อน เพราะการกระทำของท่านเลย เอ็นทรี่นี้ อาจจะไม่เป็นที่ถูกอก ถูกใจ "ครู" สักเท่าไร แต่อย่างไรอิชั้นก็ยังปราถนาดี ต่อ "สถาบันครู" ที่จะเป็นผู้อบรมสั่งสอนกล่อมเกลาคนในสังคมให้มีความรู้ ผิดพลาด บกพร่อง ประการใด ขอกราบประทานอภัย "ครู" และท่านผู้อ่านทุกท่านมา ณ โอกาสนี้นะคะ สวัสดีค่ะ . . เครดิท เพลง พระคุณที่สาม |