พิมพ์หน้านี้
|
การยกเลิกโทษประหารเป็นประเด็นหนึ่งได้ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุย ซึ่งผมได้ติดตามรับฟังท่านผู้พิพากษาท่านหนึ่งได้ออกมาพูดกล่าวสนับสนุนการยกเลิกโทษประหารให้ได้ฟังว่า การตัดสินประหารชีวิตนั้น โดยปกติแล้วศาลนั้นก็ไม่ค่อยพิพากษาประหารชีวิตสักเท่าไรอยู่แล้ว ในกรณีฆ่าข่มขืนนั้นผู้ต้องคำตัดสินประหารชีวิตรายล่าสุดก็ได้ฆ่าผู้บริสุทธิ์ไปถึง 3 ศพจึงได้รับคำตัดสินประหาร และที่สำคัญท่านได้ยกตัวอย่างในกรณีของต่างชาติที่มีหลายๆประเทศนั้นได้ยกเลิกโทษประหารชีวิตไปแล้ว ฟังดูแล้วรู้สึกอย่างไรกันบ้างครับ .. ในประเด็นแรกเราต้องเสียชีวิตของคนดีๆไป ถึง 3 ศพ เพื่อแลกกับการประหารคนร้ายไปจากโลกนี้ ผมเคยได้คำพูดของคนบางคนที่มักจะพูดว่า ไหนๆคนก็ตายไปแล้ว ประหารมันไปก็เขาก็ไม่ฟื้นหรอก หรือ อาจจะมีนักสิทธิมนุษยชนพูดว่า คนร้ายก็เป็นคนมีจิตใจเหมือนกัน ก็ควรจะมีสิทธิและความเสมอภาค และได้รับการให้อภัยบ้าง ผมรู้สึกอยากจะหัวเราะนะครับ หัวเราะอย่างสังเวช ผมอยากจะถามกลับว่าแล้วคนที่เสียชีวิตไปล่ะครับ เขาไม่มีสิทธิ์เลยใช่ไหม เขาไม่มีค่าเท่ากับคนร้ายคนนั้นใช่ไหม พวกที่ทำผิดไปฆ่าเขาแล้วมาสำนึกผิดกันเนี่ย ตอนที่ทำจิตสำนึกมันหายไปไหนหมดครับตอนที่ทำ ประเด็นที่ 2 ที่ท่านหยิบยกว่านานา อารยประเทศ นั้นได้ยกเลิกโทษประหารไปแล้ว ทำไมต้องทำตามเมืองนอกด้วยล่ะครับ สังคมของเขากับของเราก็ต่างกัน ทำให้เหมือนเพื่ออะไรครับ หลายครั้งนะครับที่คนไทยชอบนำต่างประเทศมาอ้าง ซึ่งต่างประเทศก็ไม่ได้วิเศษอะไรกว่าเราเลย ทำไมต้องบ้าจี้ตามเขาด้วย หลายคนอาจจะมองว่าผมเองไม่ใช่นักโทษประหาร จะพูดอะไรก็ได้ หรือเป็นพวกชอบความรุนแรง แต่ผมมองเรื่องของกฎหมายนั้นเป็นเรื่องของการเยียวยาทางสังคมให้บุคคลนั้นไม่กล้าที่จะกระทำผิด ถ้ากฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ คนผิดก็จะล้นเมือง |