| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||
พิมพ์หน้านี้
|
จากการออกมาเปิดปมประเด็นความผิดปกติในดุษฎีนิพนธ์ปริญญาเอก และผลการสอบ TOEFL (Test Of English as a Foreign Language : การทดสอบความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษสำหรับผู้ที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาประจำชาติ) ของ ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุง โดย ดร.ภูวดล ทรงประเสริฐ อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บนเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ณ สะพานมัฆวานรังสรรค์ และตั้งข้อสังเกตถึงพิรุธในเนื้อหาดุษฎีนิพนธ์ ที่มีเนื้อหาสาระกว่า 200 หน้า ในฐานะที่เป็นลุกพ่อขุนฯ คนหนึ่ง ขอแสดงความคิดเห็นเพื่อจะได้ไม่หลงประเด็นกันจนเกิดเป็นผลกระทบต่อสถาบันโดยรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อลูกพ่อขุนฯ ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และที่กำลังจะก้าวเข้ามาเป็นลูกพ่อขุนฯ ในอนาคต มหาวิทยาลัยรามคำแหง ถือเป็นสถาบันการศึกษาของรัฐ ที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ.2514 โดยมีจุดมุ่งหมายให้เป็นสถาบันแบบ "ตลาดวิชา" รับนักศึกษาโดยไม่มีการสอบคัดเลือกและไม่จำกัดจำนวน (ตรงนี้หมายถึงในระดับปริญญาตรีภาคปกตินะครับ ส่วนในระดับอื่นๆ นั้นยังคงมีการคัดเลือกโดยการทดสอบความรู้ และจำกัดจำนวนผู้เข้าเรียนเช่นเดียวกับการเข้าศึกษาในสถาบันการศึกษาอื่นๆ โดยทั่วไป) และคงต้องยอมรับกันว่าในปัจจุบันนี้ สถาบันการศึกษาเกือบทุกสถาบันใด้เปิดหลักสูตรเฉพาะกิจ หรือที่เรียกกันว่าโครงการพิเศษกันอย่างมากมาย ซึ่งมหาวิทยาลัยรามคำแหงเองก็มีหลักสูตรพิเศษดังกล่าวอยู่พอสมควรทีเดียว ผมเข้าใจว่าหลายท่านคงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่า การเข้าไปเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงนั้นไม่ยาก แต่การที่จะสำเร็จการศึกษานั้นยากยิ่งกว่า เพียงแค่คุณมีเอกสารหลักฐานตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดก็สามารถเดินเข้าห้องสอบพร้อมจบการศึกษาได้ทันที ทำไมผมถึงกล่าวเช่นนั้น ก็เพราะว่าการศึกษาในมหาวิทยาลัยรามคำแหง ไม่มีใครมาคอยบังคับ ไม่มีการเช็คชื่อนักศึกษาก่อนเข้าเรียน จะนั่งเรียนอยู่แห่งหนตำบลใค เมื่อถึงเวลาสอบหากทำได้ก็ได้ ไม่มีคำว่าเวลาเรียนไม่พอ.. ไม่มี ผมจึงเชื่อมั่นในศักยภาพลูกพ่อขุนฯ ที่ได้ก้าวออกไปรับใช้สังคมอยู่ในทุกวันนี้ และค่อนข้างมั่นใจว่าทุกภาคส่วนของเมืองไทยมีลูกพ่อขุนฯ เป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนอยู่ทุกหนแห่ง สิ่งที่ผมกล่าวมาไม่ใช่ประเด็นหลักแต่อย่างใด สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ ปัญหามาจากตัวบุคคลมากกว่า ในสังคมหนึ่งๆ นั้นผมไม่เชื่อว่าจะไม่มีคนเลวปะปนอยู่เลย และคงไม่เฉพาะที่รามคำแหงที่เดียว แต่เหมือนๆ กันในทุกสังคมนั่นแหละ และจุดด่างเล็กๆ ที่เกิดขึ้นผมเชื่อว่าไม่สามารถกลบเกลื่อนความดีงามจากรุ่นสู่รุ่นที่สร้างสมมายาวนานอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่ได้กระทำการอันไม่ถูกต้องคงต้องพิจารณาตัวเอง มีสองทางเลือกง่ายๆ แค่นั้นครับ พิสูจน์ตัวเองให้ได้ หรือไม่ก็ยอมรับตัวเองเสีย อย่าให้เหมือนกับสุภาษิตปลาเน่าเพียงหนึ่งตัวแต่เหม็นไปทั้งเข่ง คงต้องทบทวนกันสักหน่อยแล้วครับ "ศักดิ์ศรีลูกพ่อขุนฯ ขึ้นอยู่กับเป็ดเน่าเพียงตัวเดียวกระนั้นหรือ ?"
ลืมคำๆ นี้กันไปหรือยังครับลูกพ่อขุนฯ ทั้งหลาย "รู้จักอภัย ตั้งใจศึกษา บูชาพ่อขุนฯ สนองคุณชาติ" ญาธร -------------------------------------------------------- เพลงประกอบ |