| << | สิงหาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |
| 31 | ||||||
พิมพ์หน้านี้
|
1 กันยายน 2533 หรือ 18 ปีที่แล้ว หลังจากเสียงปืนนัดนั้นเงียบลง หากเปรียบดั่งชีวิตหนึ่งที่ได้กำเนิดมา จนถึงวันนี้เด็กน้อยคนนั้นก็คงกำลังก้าวสู่วัยหนุ่ม และใกล้บรรลุนิติภาวะเต็มที หากแต่ว่าเขาได้อะไรบ้างกับระยะเวลา 18 ปีที่ผ่านมา มีความเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นบ้างนอกจากการได้รู้จักคำว่า "ห้วยขาแข้ง" และชื่อ "สืบ นาคะเสถียร" จากราวป่าตะวันตกผืนนั้น สำนึกต่อเรื่องราวของชีวิตสัตว์ป่าที่หลายฝ่ายได้ฉุกคิดและหันกลับมามองมีเพียงใด หรือเรื่องราวเหล่านี้ได้จางหายไปตามกาลเวลาจนอาจจะเหลือเพียงเรื่องเล่า คำสดุดี และรูปปั้นที่ยืนท้าทายสายลมหน้าอนุสรณ์สถานในที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งแห่งนั้น ข่าวคราวการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า การล่าสัตว์ป่าเพื่อต้องการเพียงบางส่วนของร่างกายตามออเดอร์ หรือเพียงหลงผิดไปกับค่านิยมแปลกประหลาด แม้กระทั่งการฝืนวิถีตามธรรมชาติของสัตว์ป่าเพื่อนำมาขังกรงเพียงแค่การดูเล่น ยังปรากฏให้เห็นอยู่เนืองๆ
ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ ได้ให้ทัศนะในความเรียงที่มีชื่อว่า "หนึ่งกันยายน" ในหนังสือ "โลกของเราขาวไม่เท่ากัน - เรื่องเล่าและมุมมองของผู้ชายสองคน" ไว้น่าสนใจทีเดียวว่า "ไม่ใช่เรื่องตลก หรือบทหนังซึ่งเขียนขึ้นเพื่อให้พระเอกดูดี แต่มันคือความจริงว่าสืบต้องรับผิดชอบเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอันมีพื้นที่ราว 1 ล้านกว่าไร่ ด้วยงบประมาณที่ได้รับสำหรับในการดูแลต่อปีประมาณ 83 สตางค์ต่อไร่" "สืบใช้กระสุนปืนหนึ่งนัดเป็นเครื่องมือเพื่อแสดงความมุ่งมั่น และบอกให้รู้ว่าป่าห้วยขาแข้ง รวมทั้งผืนป่าแห่งอื่นๆ ไม่เคยได้รับความสนใจอย่างเอาจริงจากคนระดับผู้นำประเทศ.. ภายหลังการจากไปของเขา ห้วยขาแข้งกลายเป็นป่าที่คนรู้จัก ได้รับการยอมรับให้เป็นให้เป็นมรดกทางธรรมชาติแห่งหนึ่งของโลก.." ".....นโยบายสำหรับการปกป้องธรรมชาติในประเทศนี้ ดำเนินไปเช่นเดิม แต่ดูเหมือนว่าเรากำลังเริ่มเอาจริงกับธรรมชาติปลอม ที่พยายามสร้างขึ้นมา เราใช้งบประมาณ 2 พันกว่าล้านทำคอกสัตว์ป่าเพื่อให้คนมาดูพวกมันในตอนกลางคืน อีก 2 พันกว่าล้านจัดงานพืชสวนใหญ่ยักษ์ และอีกมหาศาลในการทำมหาสมุทรในศูนย์การค้า เราสามารถใช้เงินกับสิ่งเหล่านี้ ภาคภูมิใจในความใหญ่โตอลังการ โดยไม่ต้องใส่ใจว่านี่คือหนทางการทำลายล้างของจริง หรือเอางบประมาณนี้ไปปกป้องธรรมชาติจริงๆ.." (บางส่วนจากความเรียง "หนึ่งกันยายน" ในหนังสือ "โลกของเราขาวไม่เท่ากัน - เรื่องเล่าและมุมมองของผู้ชายสองคน" ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ และวรพจน์ พันธุ์พงศ์, สำนักพิมพ์ OPENBOOKS ตุลาคม 2550)
ถึงวันนี้ผมไม่รู้เหมือนกันว่าความทรงจำของเด็กน้อยเมื่อ 18 ปีที่แล้วจะยังคงอยู่มาจนถึงวันที่เติบโตเป็นหนุ่มน้อยในปัจจุบันหรือไม่ หรือจะลางเลือนไปกับกระแสแห่งการพัฒนาการท่องเที่ยวของยุคสมัยที่ต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายอย่างครบครัน ในขณะที่รัฐกำลังจะมีนโยบายให้เอกชนเข้าสัมปทานอุทยานแห่งชาติ.. ดูลางเลือนและหลงลืมความหมายของธรรมชาติที่แท้จริงลงอย่างสิ้นเชิง รูปปั้นของ สืบ นาคะเสถียร หน้าอนุสรณ์สถานในที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ยังคงยืนตระหง่านท้าทายแรงลมที่พัดปะทะอย่างมุ่งมั่นและมั่นคง เสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดของสัตว์ป่า และเสียงคมเลื่อยที่กดลึกลงไปกับโคนไม้ไม่เคยเงียบลง ในขณะเสียงปืนที่ดังขึ้นของเช้าวันนั้นเริ่มจางหายไปตามกาลเวลา../ คารวะ ญ า ธ ร -------------------------------------------------------------------- ขอขอบคุณ - |