พิมพ์หน้านี้
|
๓.ผม,คมและสลา คุณวุฒิบนถนนแสวงหา ราวปี ๒๕๒๔-๒๕๒๕ เป็นช่วงเวลาที่ผม , คม และสลามีความผูกพันกันมากที่สุด คมเป็นอดีดนักศึกษาของมหาวิทยาลัยรามคำแหง เคยอยู่ชมรมเสื่อมโทรมฯ เป็นนักกิจกรรมมืออาชีพ และมีบทกวีที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในหนังสือต่างๆมาแล้วมากมาย การเข้ามาเรียนในวิทยาลัยอุบลฯ ของคม ทัพแสง จึงสร้างสีสันให้กับนักศึกษาที่ทำกิจกรรมเป็นอย่างมาก ประกอบกับอดีดผู้นำนักศึกษาครูก่อนเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม กลับเข้ามาเรียนต่อในระดับปริญญาตรีหลายคน และวิทยาลัยครูอุบลฯก็เปิดหลักสูตรปริญญาตรี ๔ ปีจึงทำให้มีนักศึกษาหนุ่มสาวที่สอบเอ็นทรานซ์ไม่ติดเข้ามาเรียนจำนวนมาก กลุ่มของคมมีอุดม บัวเกษ สมชัย ศรีลาชัย เสถียร สระใบ กลุ่มของสลาก็มีอดุลย์ ย่าพรหม นพพา พิมพ์สระ บัญชา เกียรติจรุงพันธ์ กลุ่มดนตรีวงสุดสะแนน มีวิทยา กีฬาและอัศวัน อบรมและช่วงเวลานั้นพวกเขาเพิ่งกลับมาจากไปร่วมงานกับทีมงานสร้างหนังครูวิบาก ครูดอย ของสรุสีห์ ผาธรรม รวมทั้งการเล่นดนตรีในนามของวงเพื่อน ซึ่งมีวิสา คัญทัพเป็นผู้ดูแลอยู่ และกลุ่มของครูตุ้-วรเทพ ทองผายจากโรงเรียนนารีนุกูล ในส่วนของผมนั้นเปรียบไปก็เหมือนกับเสือจร คือไปได้กับทุกกลุ่ม ผมไปทำงานหนังสือพิมพ์แม่มูลฉบับยุติธรรมกับเชิดศักดิ์ จุมพะบุตร นักศึกษามหาลัยรามคำแหง ซึ่งเป็นโต้โผใหญ่ของชมรมฝึกพูดที่วิทยาลัยพยาบาลสรรพสิทธิ์ฯจังหวัดอุบลฯ และผมก็ได้นำงานเขียนเรื่องสั้นของสลาชื่อ"ใต้ต้นกระโดน"โดยใช้นามปากาว่าศรีลัดดาไปตีพิมพ์ด้วย ซึ่งนามปากกาเดียวกันนี้ มีเรื่องสั้นตีพิมพ์ที่สกุลไทยด้วยเช่นกัน นี่เป็นความพยายามอีกด้านหนึ่งของสลา คุณวุฒิที่จะก้าวเดินไปบนถนนวรรณกรรม พวกเราเป็นนักศึกษาครูที่ค่อนจะยากจน จึงพากันใช้ชีวิตแบบรวมหมู่ ใครมีอะไรก็แบ่งกันกิน พักเที่ยง พวกเราก็ไปใช้บริการแม่ค้าส้มตำและปลาทอดแถวตึกเก่า เป็นการหลบสายตาของนักศึกษารุ่นน้องๆที่เข้ามาใหม่ บางทีพวกเราก็ไปหาบ้านเช่าเพื่อที่จะได้ทำงานดนตรี และวรรณกรรม สลา และกลุ่มเพื่อนๆเอกภาษาไทยและวิทยาศาสตร์กำลังพากันก่อตั้งวงดนตรีลูกทุ่งชื่อวงอ้อคำ สลาเป็นคนแต่งเองร้องเอง โดยมีบัญชาเป็นคนเป่าเมโรเดี่ยนให้จังหวะ ส่วนวงกระดานชนวน ซึ่งคม ทัพแสง เป็นนายวงนั้นได้มีสมาชิกใหม่เพิ่มเข้ามาคือทวีศักดิ์ เวชกามา ญาติผู้น้องของสมชาย เวชกามา นักร้องนำของวงคนโคก วงดนตรีของชาวครูยโสธรนั่นเอง ทวีศักดิ์ กำลังเรียนอยู่ที่โรงเรียนพาณิชการอุบลฯ พวกเราเล่นเพลงเพื่อชีวิตโดยขึ้นต้นด้วยเพลง ถั่งโถมโหมแรงไฟ วงกระดานชนวนเล่นเพลงเพื่อชีวิต ขณะที่วงอ้อคำเล่นเพลงลูกทุ่งแนวสายัณห์ สัญญา เป็นเหรียญสองด้านที่ขัดแย้ง หากทว่ากลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวผมคิดว่าจากอิทธิพลด้านนี้แหละที่ทำให้สลา คุณวุฒินำมาใช้ทำเพลงลูกทุ่งเพื่อชีวิตอย่างที่วสุ ห้าวหาญ หรือเสถียร ทำมากำลังขับขานอยู่ในขณะนี้ ความจริงแล้ว ผมเองก็ไม่ได้คาดคิดดอกว่าสลา คุณวุฒิจะกลายเป็นศิลปินนักร้อง นักแต่งเพลงผู้มีชื่อเสียงในปัจจุบันนี้ ที่เขียนเรื่องนี้ขึ้นมาก็ไม่ใช่เกาะกระแสสลา คุณวุฒิแต่อย่างใด หากทว่านี่คือกลิ่นอายหรือต้นทุนแห่งชีวิตของเพื่อนๆที่เกี่ยวติดกันมา เปอร์-หนุ่มร่างพิการ อดีดบัณฑิตอาสา(คอส.)เป็นอีกคนหนึ่งที่มีคุณูประการของกลุ่มพวกเรา เปอร์เรียนจบจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ดูแลร้านขายยาที่อยู่ตรงข้ามโรงพยาบาลสรรพสิทธิ์ฯ ให้กับน้าของเขา เขาเป็นแหล่งเงินทุนของพวกเรา เปอร์กับคม ทัพแสงเป็นเพื่อนกันมาก่อน พวกเขาก็เป็นคนเปิดโลกแห่งการอ่านในระดับลึกลงไปในจิตวิญญาณ โลกหนังสือ นิตยาสารวรรณกรรมซึ่งมีสุชาติ สวัสดิ์ศรี เป็นบรรณาธิการ รวมทั้งรวมเรื่องสั้นรางวัลช่อการะเกดเล่มแรกชุดวันเวลาที่ผ่านเลย ผมก็ได้อ่านจากคม ทัพแสงนี่แหละ นอกจากคมทัพแสงจะมีความสามารถทางด้านการเขียนบทกวีแล้ว เขายังมีฝีมือในการทำหนังสือและวาดรูปอีกด้วย งานเพลงของคม ทัพแสงที่แต่งให้สลา คุณวุฒิร้องในช่วงแรก ไม่ว่าจะเป็นเพลงวอนลมเกี่ยวใจ สาวตีข้าว ล้วนมีกลิ่นอายของกวีในเสียงเพลงทั้งสิ่น ถ้าหากเขาไม่หลงใหลในน้ำชีวจิต คมจะไปได้ไกลมากทีเดียว อีกคนหนึ่งที่เป็นนักอ่านตัวฉกาจ คือสมชัย ศรีลาชัย ซึ่งเคยรวบรวมงานเขียนของเด็กๆโรงเรียนบ้านหนองขนานร่วมกับฟอน ฝ้าฟาง(วีระ สุดสังข์) พิมพ์รวมเล่มมาแล้ว จนกระทั่งเจน สงสมพันธุ์ ผู้ประสานงานขององค์กรวรรณกรรมไปพบเข้าจึงได้นำไปเผยแพร่ในจุลสารองค์กรวรรณกรรม ซึ่งมีญิบ พันจันทร์ เป็นโต้โผใหญ่ คม ทัพแสง เรียนจบเอกพัฒนาสังคมในปี ๒๕๒๕ ในขณะที่ผมกำลังเรียนซัมเมอร์วิชาสุดท้าย เลยพลาดโอกาสสอบบรรจุที่จังหวัดยโสธร คมสอบบรรจุเป็นครูที่ยโสธรบ้านเกิดได้ไม่นาน เขาก็ลาออกและกลับมาเรียนปริญญาตรีเอกศิลปะที่วิทยาลัยครูอุบลฯเหมือนเดิม ก่อนที่เขาจะไปทำงานเขียนเพลงอยู่กับสลา คุณวุฒิที่โรงเรียนบ้านไร่ขี อำนาจเจริญ เพื่อนๆมีงานประจำทำกันหมดแล้ว ผมยังคงเป็นหนุ่มพเนจรหมอนหมิ่น สะพายกระเป๋าเดินทางไปอาศัยเพื่อนๆแถวอุบลฯ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ ไม่ว่าจะเป็น ฟอน ฟ้าฟาง นคร ศรีวิพัฒน์ เกษม ศรีโพนทอง ทิพยา วงค์จิตตะ ปราโมทย์ ในจิต วงเดือน ทองเจียวและคนอื่นๆอีกมากมาย ผมขอขอบคุณเพื่อนๆทุกคน. |