• เยี่ยมทองน้อย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yiumthongnoy@thaimail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-10-27
  • จำนวนเรื่อง : 72
  • จำนวนผู้ชม : 19921
  • จำนวนผู้โหวต : 52
  • ส่ง msg :
กวีแห่งหุบเขาพญาฝ่อ
สาระชีวิต วิถีท้องถิ่น
Permalink : http://www.oknation.net/blog/yiumthongnoy
วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน 2551
อีสานปริทัศน์
Posted by เยี่ยมทองน้อย , ผู้อ่าน : 203 , 06:18:13 น.  
พิมพ์หน้านี้


อีสานปริทัศน์

ดอกสะแบง

สาวไหม,-การล่มสลายของภูมิปัญญาท้องถิ่น

สาวไหมเป็นรวมเรื่องสั้นของ “ฮอยล้อ”นักเขียนอีสานอีกคนหนึ่งที่ผ่านเกิดนิตยสารช่อการะเกด  ซึ่งมีสุชาติ  สวัสดิ์ศรี   ตู้วรรณกรรมแห่งประเทศไทยเป็นบรรณาธิการ

รวมเรื่องสั้นเล่มนี้เป็นรวมเรื่องสั้นเล่มแรกของฮอยล้อ   ซึ่งมีเรื่องสั้นที่ผ่านการตีพิมพ์เผยแพร่จากสยามรัฐรายสัปดาห์  เนชั่นสุดสัปดาห์   จุดประกายวรรณกรรม  และนิตยสารช่อการะเกด   รวมทั้งสิ้น ๑๑ เรื่องด้วยกัน

ดูเหมือนว่าการนำเอาเรื่องสั้นที่ผ่านเกิดนิตยสารช่อการะเกดมาเป็นชื่อของหนังสือรวมเล่ม  จะกลายเป็นขนบธรรมเนียมและประเพณีของนักเขียนสกุลช่อการะเกดไปแล้ว  เพราะเท่าที่ผู้เขียนได้อ่านรวมเรื่องสั้นของนักเขียนที่เคยผ่านเกิดนิตยสารช่อการะเกดแล้วมักจะเป็นเช่นนั้น

ซึ่งการกระทำเช่นนี้  มองได้เป็นสองด้าน   ด้านแรกเป็นการเชิดชูเกียรติเรื่องนั้นๆที่ผ่านการพิจารณาจากบรรณาธิการที่มีคุณภาพของประเทศไทย  

ด้านที่สองเป็นการเกาะกระแสนิตยสารช่อการะเกดเพื่อเป็นหลักยึดของคนอ่านให้ตระหนักว่ารวมเรื่องสั้นเล่มนี้ยอดเยี่ยม    ซึ่งเมื่อซื้อไปอ่านดูแล้วอาจไม่เป็นไปตามนั้นก็เป็นได้

ในจำนวนเรื่องสั้น ๑๑ เรื่องของหนังสือรวมเรื่องสั้นเล่มนี้   มีเรื่องสั้น ๒ เรื่องที่ผ่านการตีพิมพ์ในนิตยสารช่อการะเกด  คือเรื่อง สาวไหมและเฝ้าไข้

หากทว่าเมื่อผู้เขียนอ่านเรื่องสั้นทั้งหมดแล้ว  กลับพบว่าเรื่องสั้นที่เคยผ่านเกิดนิตยสารช่อการะเกดทั้งสองเรื่องหาได้กลบความเป็นเรื่องสั้นที่เคยผ่านการตีพิมพ์จากนิตยสารอื่นๆเลย ซึ่งมันย่อมแน่นอนว่าเสียงเล่าของนักเขียนมีความเท่าเทียมกันทั้งหมดทุกเรื่อง

ธัญญา  สังพันธานนท์เคยกล่าวเอาไว้ว่า “ผู้เล่าเรื่องเปรียบเหมือนนักเชิดหุ่นหนังตะลุงหมายถึงการเล่าเรื่องผ่านตัวละคร   น้ำเสียงของผู้เล่าเรื่องไม่ใช่ตัวละครที่กำลังโลดแล่น  เพราะจะเป็นการเอาคำพูดไปยัดปากตัวละครเฉยๆไม่มีชีวิตชีวาอะไรเลย”

ในขณะที่สุชาติ  สวัสดิ์ศรี  เขียน “เถ้ากถาแห่งความน่าจะเป็น”ในนิตยสารช่อการะเกด ๔๓ ว่า...เรื่องสั้นในปัจจุบันมีความก้าวหน้าไปมาก  คือหลุดไปจากกรอบและหลุมเดิมๆ   หากทว่าสิ่งที่พบเห็นในเรื่องสั้นในปัจจุบันเป็นการอธิบายมากกว่าการเดินทาง”

ซึ่งในเรื่องนี้ขยายความได้ว่าเรื่องสั้นที่เขียนอยู่ในปัจจุบัน  แม้จะหลุดจากกรอบเพื่อชีวิตในอดีด  แต่ก็ยังเป็นการกระทำขึ้นมาเพื่ออธิบายในความเป็นไปมากกว่าการค้นพบ การทะลุทะลวงไปข้างหน้า  หรือความแปลกใหม่”

ความจริงแล้วนักเขียนมีอิสระในการที่จะเลือกเล่าเองตามแนวถนัดของตัวเอง   ซึ่งเมื่อประเมินค่าในแต่ละเรื่องแล้วจะเป็นการมุ่งอธิบาย  หรือการค้นพบความแปลกใหม่  ล้วนมาจากต้นทุน และบริบทของนักเขียนด้วยเช่นกัน

ในฐานะที่ฮอยล้อเป็นนักเขียนอีสาน  เขาเลือกเล่าเรื่องด้วยน้ำเสียงของคนท้องถิ่น  คนบ้านนอกคอกนา  ซึ่งก็คือคนชั้นล่างของสังคม  จึงเรื่องสั้นทั้งหมดในรวมเรื่องสั้นเล่มนี้   ล้วนมีน้ำเสียงแห่งการอธิบาย   มีอยู่เรื่องเดียวที่ผู้เขียนพบเห็นที่เขาลองทดลองดูคือเรื่อง คนจร  ก้อนหิน  และสายน้ำ    ซึ่งเป็นเรื่องสั้นที่แปลกไปกว่าเรื่องอื่นๆ

การเลือกที่จะเล่าเรื่องด้วยน้ำเสียงของคนชั้นล่าง  นับเป็นขนบเดิมที่ผู้เล่าผูกพันมาจากขนบ วรรณกรรมเพื่อชีวิต   จะเห็นว่าน้ำเสียงของคนเล่าจะกล่าวอ้างถึงกอร์กี้และหนังสือเล่มหนาๆอันหมายถึงวรรณกรรมของโลก

เรื่องสั้น ๑๑ เรื่องในหนังสือเล่มนี้  มีท่วงทำนอง  และสำนวนการเขียนคล้ายกับวงเดือน ทองเจียว นักเขียนรุ่นพี่ของฮอยล้ออีกคนหนึ่ง   นี่เป็นการจับสังเกตของผู้เขียน  ว่ากันว่าน้ำเสียงการวิจารณ์ที่มีต่อนักเขียนอีสานในยุคหลังๆมานี้จะมีลักษณะทำซ้ำกับเรื่องราวของนักเขียนรุ่นก่อน  ไม่ว่าจะเป็นคำสิงห์   ศรีนอก  คำพูน  บุญทวี และคำหมาน คนไค  หรือที่เขาเรียกกันว่า ๓ คำ ค้ำอีสานนั่นแหละ

ความจริงแล้วการคิดแบบเหมาจ่ายอาจจะไปทำลายคุณค่าเล็กๆที่ปรากฏให้เห็นในผลงานของนักเขียนอีสานในรุ่นต่อมา   เหมือนเราเบื่อวรรณกรรมเพื่อชีวิตในรูปแบบเก่า  เนื้อหาเก่าๆอย่างนั้นแหละ หากทว่า  เมื่อพินิจดูจริงๆแล้วรากเหง้าอันดีงามก็ยังมีอยู่  เพียงแต่นักเขียนในรุ่นต่อมาจะนำเสนอด้วยท่วงทำนองอย่างไรเท่านั้นเอง

เรื่องราวของผู้คนในแดนดินถิ่นอีสานนั้นมีรายละเอียดมากมาย   ไม่ว่าจะเป็นการล่มสลายของภูมิปัญญาท้องถิ่น  ซึ่งเรื่องสาวไหมก็เป็นเรื่องสั้นอีกเรื่องหนึ่งที่ฮอยล้อพยายามที่จะอธิบายถึงการล้มลงของความงามของพื้นถิ่น หากทว่าคนรุ่นต่อมามันยุ่งยากกับวิถีชีวิต

กล่าวให้ชัดเจนก็คือว่าวิถีชีวิตยุคทุนนิยมอีสานนั้นมันเร่งรีบและร้อนแรง   ชีวิตของคนในแต่ละวันเต็มไปด้วยการดิ้นรนกระเสือกระสน  เพราะมีภาระที่ต้องจ่ายทุกอย่าง   และทุกอย่างที่ต้องจ่ายล้วนเป็นเงินเป็นทองกันทั้งนั้น

“ไม่มีใครมานั่งสาวไหมกันแล้ว”  เหมือนอย่างผัวของหนูพูดเอาไว้ในเรื่องสั้น   “ยุคสมัยนี้มันต้องกินต้องจ่าย  จะมัวมานั่งปลูกหม่อนเลี้ยงไหมจะทันอยากทันกินหรือ” นี่เป็นขนบการคิดของคนอีสานในยุคสมัยทุนนิยมกำลังไล่ล่า

ในความสลดหดหู่และการดิ้นรนขนขวายเพื่อปากท้องนั้น  ฮอยล้อก็ยังมีอารมณ์ขันพอที่จะปล่อยตัวละครอย่างนายผันออกมาเรียกเสียงหัวเราะได้บ้าง   ในเรื่องสั้นไม่มีจดหมายถึงนายผัน  อันเป็นการล้อเลียนหนังสือเล่มใหญ่อีกเล่มหนึ่งที่ตัวละครของเขาชอบอ่าน

อีกเรื่องหนึ่งที่ฮอยล้อแสดงอาการหวาดวิตกอยู่เสมอ นั่นคือเรื่องเกี่ยวกับเพศ  หรือความสุขในเพศรส  ซึ่งเขามีทัศนะเรื่องนี้แบบคุณธรรมจริยธรรม  แม้ว่ามนุษย์ทุกคนจะเกิดขึ้นมาด้วยแรงผลักของความกำหนัดในกิเลสตัณหา   แต่พระพุทธเจ้าก็ใช้ท่าไม้ตายตัวนี้แหละเป็นตัวดับทุกข์ทั้งปวง

วัฒน์  วรรยางกูล  นักเขียนรางวัลศรีบูรพาเคยกล่าวเอาไว้ว่า “ ศาสนาพุทธใช้จุดอ่อนของมนุษย์มาเป็นจุดแข็ง  มันก็เลยทำให้คนเราทำบาปไม่สิ้นสุด  ไม่เหมือนกับฝรั่งดังโหน่ที่ปล่อยให้เรื่องเพศรสเป็นตัวขับเคลื่อนในการสร้างสรรค์เหมือนทฤษฎีของฟรอยด์”

การหากินกับความเชื่อของคนก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ฮอยล้อนำมาเสนอให้คนอ่านได้รับรู้  ซึ่งเขาก็ทำได้ดี   ในเรื่องข้ามฝั่งฝัน  ตัวละครที่หมดสิ้นหนทางทำกินแล้วกลับคืนสู่แผ่นดินถิ่นอีสาน  เริ่มงานแรกด้วยการดูดวงชะตาราศี  อันเป็นอาชีพที่ทำเงินทำทองได้มากทีเดียว  ดินแดนประหลาดนี้  ผู้คนกินอยู่ง่าย  กินง่าย  และเชื่อง่ายด้วยมนต์ขลังแห่งชาติปางก่อน

ซึ่งก็คล้ายๆกันกับเรื่องมุมสูงและทางเลือก  ต่างก็มีวิถีแห่งการดิ้นรนขนขวาย ทำอยากทำกิน  เผชิญอุปสรรค   พร่ำบ่นเพ้อเจ้อ   พรรณนาชีวิตในความเศร้าหมองและอ้างว้าง   ฟูมฟายทะยานอยาก  และผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า

การเดินทางไกลเพื่อไปแสวงโชคของคนท้องถิ่น   เป็นอีกฉากหนึ่งที่นักเขียนหยิบยกขึ้นมาองค์ประกอบของตัวละคร

โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร    ไม่ว่าจะเป็นคนเหนือ  อีสาน  ใต้  ออก   กลาง  และตก ต่างก็ฝันใฝ่ถึงเมืองกรุงเทพฯ  หากทว่ากรุงเทพฯนั้นเป็นได้แค่ความฝัน   ชีวิตจริงนั้นโหดร้ายทารุณ  เหมือนอย่างเรื่องวันหนึ่งซึ่งไม่นาน 

ในเรื่องเรือนหลังเก่า   สะท้อนให้เห็นถึงความอบอุ่น  ความผูกพันในครอบครัวชนบท  ความยิ่งใหญ่ของพลังท้องถิ่น  หากทว่าสุดท้ายก็จบลงด้วยความพ่ายแพ้ต่อระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่   ซึ่งให้ศักยภาพของพ่อใหญ่นายจอบหักหมดคุณค่าลงทันที

เช่นเดียวกับสาวไหม  ซึ่งวิถีชีวิตยุคใหม่ไม่อาจหวนคืนกลับไปหาสิ่งเก่าได้แล้ว  ชีวิตต้องเดินไปข้างหน้า   ลูกต้องเรียนหนังสือ   น้ำต้องใช้  ไฟต้องจ่าย   ผักหญ้าตามห้วยหนองไม่เหลือให้เก็บกิน    สารเคมีจากโรงงานปล่อยออกมาทำลายระบบนิเวศของคนท้องถิ่น   กุ้ง หอย  ปู  ปลาตายเป็นเบื่อ  ในเรื่องเรือข้ามฟาก   อันเป็นการสะท้อนให้เห็นในสิ่งที่เรียกว่าความเจริญ   หากทว่ามันกลับต้องแลกด้วยชีวิตของผู้คนและทรัพยากรธรรมชาติ

สำหรับรวมเรื่องสั้นเล่มนี้ของฮอยล้อ   นักเขียนในสังกัดของค่ายสโมสรนักเขียนภาคอีสาน   นับเป็นรวมเรื่องสั้นที่สะท้อนน้ำเสียงของคนเล่าเรื่องด้วยความปริวิตก และห่วงหาอาทร  การเลือกที่จะเล่าเรื่องของคนชั้นล่าง  ซึ่งกระจัดกระจายพรายพลัดอยู่ตามเมืองใหญ่  บ้านนอกคอกนา   นับเป็นงานเขียนที่อยู่ในสกุลวรรณกรรมเพื่อชีวิตที่นับวันจะแผ่วเบาลงไปเรื่อยๆ

มีเรื่องที่น่าตำหนิอยู่เรื่องเดียวคือภาพประกอบเรื่อง  ซึ่งไม่สอดคล้องกับเรื่องราวในแต่ละเรื่องเอาเสียเลย   ผู้เขียนนึกว่าเป็นหนังสือชวนไปเที่ยวป่าหิมพานต์มากกว่า  แต่ก็คงเป็นข้อจำกัดของหนังสือที่ลงทุนพิมพ์เอง   ส่วนเรื่องราวต่างๆนั้นก็สั่นสะเทือนจิตสำนึกได้แหลมคมยิ่ง.

 

 

 

 

 

 

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
พราวนภา วันที่ : 09/04/2008 เวลา : 23.31 น.
http://www.oknation.net/blog/yui

..
ถ้ามีโอกาส จะหามาอ่านค่ะพ่อครู..
..
ความคิดเห็นที่ 2
ประกายพฤกษ์ วันที่ : 07/04/2008 เวลา : 15.22 น.
http://www.oknation.net/blog/khoncr

แหม ปล่อยวางเรื่องสังกัดกะวรรณกรรมเพื่อชีวิตชีวาได้ละกะมมัง เพื่อน
ความคิดเห็นที่ 1
Supawan วันที่ : 07/04/2008 เวลา : 07.07 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

ต้องหามาอ่านบ้างค่ะ ...
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30