พิมพ์หน้านี้
|
โรงเรียนนอกหน้าต่าง ครูแสงดาว รักการอ่าน ห้องสมุดของโรงเรียนนับเป็นแหล่งเรียนรู้อีกแห่งหนึ่งที่คุณครูใช้เป็นสถานที่ให้เด็กๆไปแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการปลูกฝังนิสัยรักการอ่านของเด็กๆด้วยเช่นกัน จากรายงานการประเมินของสมศ.พบว่ามีบางมาตรฐานการเรียนรู้ของเด็กไทยยังต้องปรับปรุงคือทักษะการคิดวิเคราะห์ และการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ซึ่งก็เป็นเด็กๆตามบ้านนอกคอกนาเสียส่วนมาก ปัญหาการคิดวิเคราะห์และการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองของนักเรียนตามชนบทย่อมแตกต่างจากโรงเรียนในเมืองหรือกรุงเทพมหานครอย่างแน่นอน ในขณะที่เครื่องมือที่ใช้ในการวัดและประเมินของสมศ.ยึดเอามาตรฐานอันเดียวกัน ซึ่งเรื่องนี้ครูแสงดาวมีมุมมองที่แตกต่างจากสมศ.มาตลอด ในขณะที่บทสรุปของสมศ.มีผลต่อบทบาทหน้าที่การจัดการเรียนรู้ของครูเรา จึงทำให้เพื่อนครูในโรงเรียนต่างๆที่ได้รับการประเมินว่าปรับปรุง และพอใช้ต้องดิ้นรนขนขวายหาแนวทางแก้ไขและพัฒนาเด็กๆเหล่านั้นให้ได้ตามมาตรฐานของสมศ. มีโครงการมากมายที่ครูเราใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาเด็กๆโดยใช้ห้องสมุดเป็นแหล่งเรียนรู้ เช่น โครงการห้องสมุดมีชีวิต วางทุกงานอ่านทุกคน บันทึกรักนักอ่าน สัปดาห์ห้องสมุด เป็นต้น ครูและผู้บริหารบางคนใช้ห้องสมุดเป็นสถานที่เก็บเด็ก เมื่อครูขาด หรือครูมีภารกิจติดต่อการงานอย่างอื่น อย่างน้อยๆก็เป็นการบังคับเด็กให้อยู่ใกล้ชิดกับหนังสือ บางทีอาจก่อเกิดสำนึกรักการอ่านขึ้นมาบ้าง ความจริงแล้วครูเราเองก็ใช้กระบวนท่าทุกรูปแบบเพื่อพัฒนาเด็กๆเหล่านี้ หากทว่าห้องสมุดที่เห็นและเป็นอยู่ตามโรงเรียนชนบทมีหนังสือไม่เพียงพอ หรือถ้าหากมีหนังสือ มันก็จะถูกเก็บไว้อย่างดีในตู้กระจก หนังสือมีน้อย หนังสือมีไม่เพียงพอ หนังสือมีแต่ไร้สาระ เด็กๆที่มาใช้บริการก็ไม่มีระเบียบวินัยในการใช้ ครูบรรณารักษ์ก็ไม่ใช่ครูชอบหนังสือสักเท่าไหร่ เมื่อเด็กๆค้นรื้อหนังสือก็ดุด่า ทำให้เด็กกลัวครู ไม่กล้าไปใช้บริการห้องสมุด เงินงบประมาณที่จะมาสนับสนุนกิจกรรมเกี่ยวกับห้องสมุดก็มีน้อย ปีหนึ่งโรงเรียนบางแห่งตั้งงบประมาณเอาไว้จากรายหัวเด็กๆไม่เกินห้าพันบาท แล้วเงินแค่นี้จะซื้อหนังสือได้กี่เล่ม ในขณะที่เด็กๆที่ต้องการใช้บริการมีเป็นร้อยคน คุณครูบางคนและโรงเรียนบางแห่งที่มีวิสัยทัศน์หน่อยก็จะพากันทำหนังสือเล่มเล็กร่วมกัน เป็นการเพิ่มหนังสือในห้องสมุด แต่ก็มีข้อจำกัดในเรื่องรูปเล่ม และสีสัน เด็กๆตัวเล็กๆชอบอ่านหนังสือที่มีสีสัน รูปภาพประกอบสวยงาม ห้องสมุดมีชีวิตชอบจัดกันตอนที่จะมีการประกวด หรือการพิจารณาความชอบหลังฤดูกาลแล้วก็ปิดเงียบ เพราะครูขี้เกียจดูแล ว่ากันตามจริง เด็กยุคใหม่ก็ไม่ใส่ใจใฝ่อ่านหนังสือกันสักเท่าไหร่ดอก คนจัดก็เลยเหนื่อย หนังสือจัดวางไว้ดีๆก็กระจัดกระจาย มองดูแล้วอยากร้องไห้ การปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน อย่างงานใหญ่ๆระดับชาติ เช่นงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ก็จัดกันอยู่แค่กรุงเทพฯ เมืองต่างจังหวัดมีน้อย ในระดับเขตพื้นที่ก็มักจะเป็นพวกขายหนังสือเรียนและแบบฝึก พร้อมกับแผ่นซีดีลอกผลงานทางวิชาการ วัฒนธรรมการอ่านของคนไทยเราจึงไม่ค่อยแข็งแรง เพราะมันไม่ได้รับการส่งเสริมมาตั้งแต่เด็กๆ เมื่อเด็กได้ฝึกอ่านฝึกจินตนาการตั้งแต่เด็กๆความสามารถในการคิดค้น วิเคราะห์ และการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองแล้วมันก็จะเป็นนิสัยติดตามตัวไปจนตาย ซึ่งนักคิดระดับโลกยังกล่าวอ้างไว้เลยว่าจินตนาการสำคัญกว่าสิ่งอื่น เมื่อเราต้องการส่งเสริมจินตนาการ เราก็ต้องปลูกฝังกันตั้งแต่เริ่มแรก ไม่ใช่ร้องแรกแหกกระเชอเอาตอนที่เด็กมันโตแล้ว บอกอะไรมันก็ไม่ฟังดอก มันอยากซิ่ง อยากยา อยากมีเซ็กส์ มากกว่าการอยากอ่านหนังสือ เพราะมันตอบสนองยุคสมัยได้ดีนั่นเอง. |
| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||