พิมพ์หน้านี้
|
เทพทิพากร-นักบุญอีสานมาแล้ว เยี่ยม ทองน้อย ๙.พระใหญ่ที่สุดในโลก เสียงส่าลือยังคงกึกก้องไปทั่วแผ่นดินอีสาน กลบเสียงร่ำไห้ของผีแม่หม้ายที่ออกอาละวาดไปทั่วหมู่บ้าน และเสียงด่าทอสาปแช่งกลุ่มพันธมิตรที่บังอาจมากล่าวหาว่าร้ายเทวดาทักษิณ งานใดถ้าไม่ได้เทพทิพากรไปเปิดบุญแล้วละก็เป็นเรื่องเลยทีเดียว จะอะไรอีกล่ะ ก็ไม่มีคนมาโฮมมาตุ้มนะสิ ชื่อเสียงเรียงนามของท่านดังขนาดนี้แล้ว หน่วยงานไหน หรือองค์กรใด ไม่มีเงาร่างของท่านล่ะก็ ต้องจบเห่อย่างแน่นอน เช่นเดียวกันกับคณะกรรมการจัดสร้างพระใหญ่วัดสระหงส์นี่แหละ ต้องคิดอ่านเพื่อเรียกมหาศรัทธาของปวงชนชาวไทยที่นับถือพระพุทธศาสนา หากทว่าบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บางปราชญ์เทศนาว่าเป็นการผสมผสานหลักความเชื่อของชนรากหญ้าจากลัทธิผี พราหมณ์ ฮินดูมาสู่พุทธ ว่าเข้าไป แน่นอน งานจัดสร้างพระใหญ่ที่สุดในโลก เป็นภารกิจอันใหญ่หลวงของปวงชนชาวพุทธ แม้จะมีเสียงนกเสียงกาว่ากล่าวในสิ่งเดิมที่มีอยู่แล้วนั้นสุดยอดแห่งความเชื่อในศรัทธาของมหาประชาชนอยู่แล้ว หากทว่าแบรนด์ใหม่พระใหญ่ที่สุดในโลก ขนาดหน้าตัก ๙๙ เมตร สูง ๑๙๙ เมตร ก็ขนาดใหญ่กว่าพระใหญ่ของอินเดียเป็นไหนๆ เช่นเดียวกันกับเทพทิพากร งานนี้ถือได้ว่าจะต้องแสดงให้เห็นบุญบารมีอย่างแท้จริง ต้องระดมพลังศรัทธาของลูกศิษย์ลูกหาที่เคยเปิดบุญบารมีมารร่วมกันสร้างความหวังและความฝันให้เป็นที่ประจักษ์แจ้งต่อสาธารณชนให้จงได้ มีความเชื่ออยู่ลึกๆในส่วนของคณะกรรมการการจัดสร้างพระใหญ่ที่สุดในโลก ตอนที่ประชุมกันครั้งแรกว่าสระหงส์อันเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์นี้เกี่ยวติดกับความเชื่อในอดีดเรื่องพระสุธนกับนางมโนราห์ สระน้ำอโนดาด ที่นางมโนราห์ชวนพี่ๆมาเล่นน้ำมาอาบน้ำเป็นประจำนั้น ซึ่งก็คือก็คือสระหงส์ในปัจจุบันนั่นเอง จึงเชื่อมั่นได้เลยว่าถ้าหากได้เทพทิพากรมาเป็นหัวเรือใหญ่ในการขับเคลื่อน การสร้างพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในโลกก็จักสำเร็จอย่างแน่แท้ และแล้วพลังศรัทธาของพวกเขาก็เป็นจริง เมื่อท่านเทพทิพากรรับปากที่จะเป็นหัวเรือใหญ่ในการระดมเงินทุนจตุปัจจัยมาสร้างให้สำเร็จ เป็นปฏิมากรรมชิ้นเอกในพระพุทธศาสนาแห่งแดนดินต้นน้ำซี ภารกิจนี้ใหญ่หลวงนัก จะต้องใช้เงินทุนหลายล้าน ทำให้เทพทิพากรต้องใช้พลังแห่งการส่องซอดไปทุกหย่อมหญ้า อย่างว่านั่นแหละ วิถีแห่งเทพทิพากรนั้นคือวิถีแห่งคนเหนือคน การที่จะยึดกุมผู้คนได้นั้นจะต้องยึดกุมศรัทธาของพวกเขา และการได้รับพระบัญชาจากพระนางสร้อยดอกหมากแห่งนครคูเมืองให้มาทำหน้าที่แทนพระเนตรพระกรรณนั้น จะสำเร็จสมดังพระราชประสงค์แล้วละก็ต้องใช้บารมีแห่งเทพมากมายมหาศาล กำหนดการของงานพิธีกรรมที่ยิ่งใหญ่นี้ ถูกกำหนดขึ้นในช่วงวันขึ้น ๑๓ -๑๔-๑๕ ค่ำ เดือน ๖ เป็นเวลา ๓วัน ๓ คืน เลยทีเดียว ซึ่งตรงกับสัปดาห์วันวิสาขบูชานั่นเอง ท่านเทพทิพากรกล่าวกับคณะกรรมการจัดสร้างพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในโลกว่า..งานนี้จะเอาให้ยิ่งใหญ่กว่างานเปิดบุญบารมีครั้งแรกที่วัดโคกหินขาวเลยทีเดียว เวลานี้อาจารย์ได้ประสานงานกับทางฝ่ายญาติธรรมทางกรุงเทพฯและชาวต่างชาติที่มีจิตใจเลื่อมใสศรัทธาในภารกิจอันยิ่งใหญ่นี้ เพื่อเป็นการประกาศให้ชาวโลกได้รับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของพิธีกรรมความศรัทธา ยิ่งไปกว่านั้น อาจารย์ยังได้วานให้เพื่อนๆนักเขียน นักข่าว นักจัดรายการวิทยุช่วยกันโฆษณา ประชาสัมพันธ์กันอย่างเต็มที่ อาจารย์เชื่อมั่นเหลือเกินว่างานนี้ต้องสำเร็จอย่างแน่นอน ไม่ต้องเป็นห่วงในเรื่องของเงินบริจาค คงไม่ต่ำกว่า ๑๐ ล้านแน่ๆ ครูเปี้ยก หรือเทพทิพากรกล่าวให้กำลังใจคณะทำงานการจัดสร้างพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งแน่นอนว่าคณะทำงานย่อมมีกำลังใจและมีพลังศรัทธาไม่ยิ่งหย่อนกว่าคณะทำงานเปิดบุญบารมีที่วัดโคกหินขาว เพราะคณะกรรมการชุดนี้ ประกอบไปด้วยตัวแทนฝ่ายการเมืองท้องถิ่น ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ครู พยาบาล และพ่อค้า ประชาชนทุกหมู่เหล่า วันแรกของกำหนดการแห่งงานพิธีกรรมที่ยิ่งใหญ่เดินทางมาถึง ฝูงมหาประชาชนผู้มีความเลื่อมใสศรัทธาในบุญบารมีของเทพทิพากร ต่างพากันเดินทางมาถึงสถานที่จัดงานกันอย่างล้นหลาม ชนิดที่เรียกว่ามืดฟ้ามัวดินกันเลยทีเดียว เทียบได้ไม่แตกต่างจากม๊อบพันธมิตรเมื่อคราวบุกยึดทำเนียบท่านนายกนอมินีเลยล่ะ เสียงสวดบทชะยันโต นะโมตะโป จาถะ อะริโย อะริโย อะริโย กล่อมเกล่าจิตวิญญาณของคลื่นมหาชนให้เงียบเสียงเหมือนดั่งต้องมนตราสะกดจิต เพียงวันแรกของการเริ่มงานพิธี ฝ่ายการเงินการบัญชีของคณะกรรมจัดสร้างพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในโลก ก็แจ้งให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์บอกกล่าวให้มหาประชาชนได้รับรู้ว่าตอนนี้ยอดบริจาคทะลุหลักแสนแล้ว อีกไม่นานก็ต้องเป็นหลักล้านอย่างแน่นอน ต้องไม่ต่ำกว่า ๑๐ ล้าน ถ้าหากผู้คนยังเดินทางมาอย่างมืดฟ้ามัวดินขนาดนี้ ท่านเทพทิพากรท่านก็เชื่อมั่นเช่นนั้นแหละ งานนี้คงไม่ถึงกับอดอยากปากแห้งกันดอก อย่าพูดไป เดียวบาปจะกินหัว ฮ่วย เฮ็ดงาน สิให่อดอยาก มันสิคือบ้อ วันที่สองวันที่สาม ผู้คนยังคงทยอยกันมาอย่างไม่ขาดสาย ยิ่งในยามค่ำคืน ไฟแสงสีแผ่บุญบารมีสว่างไสว ท่านเทพทิพากรเปล่งวาจา ...นะโมตะโปจาถะ อะริโย อะริโย อะริโย พร้อมเชิญชวนเทพยดาฟ้าดิน ผู้รักษาบานประตูทั้งสี่ทิศ แม่พระคงคา แม่พระธรณี ผู้ปกปักรักษาแผ่นดินพื้นน้ำ พระนางสร้อยดอกหมากแห่งนครคูเมือง เจ้าที่ เจ้าทาง เจ้าป่า เจ้าเขา ปู่ด้วงย่าดี และดวงวิญญาณเจ้าพ่อพญาแล เชิญสถิตจากแดนสวรรค์ชั้นฟ้า ลงมาแสดงอิทธิฤทธิ์ปฏิหาริย์ แก่สายตาของชาวโลก ผู้เดินทางมาร่วมชุมนุม ในสถานที่แห่งนี้ พระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในโลกมูลค่าก่อสร้าง ๑๐๐ ล้าน ตั้งตระหง่านอยู่ริมสระหงส์ หรือสระอโนดาตแห่งป่าหิมพานต์ นี่เป็นประติมากรรมชิ้นเอกแห่งพุทธทำนายที่ท่านเทพทิพากร หรือครูเปี้ยกของเราระดมพลังศรัทธาจากญาติธรรมทั่วทุกสารทิศมาสร้างสรรค์ให้กับพี่น้องชาวเมืองต้นน้ำซี นี่คือภารกิจแห่งพระราชประสงค์ของพระนางสร้อยดอกหมากแห่งนครคูเมือง เมื่ออดีดกาล ๕,๐๐๐ ปีล่วงมาแล้ว ครูเปี้ยก หรือเทพทิพากร คือผู้ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณและความจงรักภักดีนั่นเอง เวลานี้ การก่อสร้างพระใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อเป็นที่สักการะ บูชา ของผู้เลื่อมใสในพระพุทธศานาได้สำเร็จลงแล้ว หากทว่าภารกิจแห่งการปลดปล่อยชาวโลกให้พ้นทุกขเวทนาสงสารยังคงเป็นหน้าที่หลักของท่านเทพทิพากรต่อไป.
|
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||