พิมพ์หน้านี้
|
เทพทิพากร-นักบุญอีสานมาแล้ว เยี่ยม ทองน้อย ๑๐.วิถีของคนขี่เสือ จากวันที่ชีวิตซวนเซ จนแทบจะหาพื้นที่หยัดยืนได้ยากยิ่งนั้น หากทว่าวันนี้ของครูเปี้ยกแล้ว ชีวิตกลับอุดมสมบูรณ์พูนสุขไปด้วยบุญบารมี ผู้ยากแค้นลำเค็ญต่างเวียนวนมาให้ชุบชีวิตผายโผดและฟื้นตื่นจากทุกขเวทนาหลายพันหลายหมื่นคน อาณาจักรเทพทิพากรจึงโดดเด่นอยู่ในท่ามกลางวิถีชีวิตของผู้คนชาวอีสานอันแล้งเค็ญ เนื้อที่ ๓ ไร่จึงเปรียบเสมือนศาลาโรงธรรมที่ดับทุกข์ดับโศก และเพิ่มความหวังอันเรืองรองของชีวิตผู้คน เช่นเดียวกันวิถีแห่งเทพทิพากรที่จะต้องเคี่ยวกรำกับพลังภายในตามสมมตินาม ว่าไปแล้วก็ไม่แตกต่างจากวิถีของคนขี่เสือ - วรรณกรรมอันล้ำค่าของชาวอินเดียดอก ทุกวันเทพทิพากรจะต้องแบกรับภารกิจอันยิ่งใหญ่นี้ ด้วยการตื่นนอนขึ้นมาในยามรุ่งเช้าของวันใหม่ด้วยความเมื่อยล้า นั่งนึกตรึกตรองทั้งเหตุและผล ก่อนที่จะต้มน้ำร้อนดื่มน้ำชา หรือกาแฟเพื่อกระตุ้นพลังสร้างสรรค์ แล้วเดินเข้าไปในโรงธรรมศาลาเพื่อปฏิบัติกิจเทพ ท่ามกลางรูปหล่อของพระพุทธหลายร้อยองค์ ก้มลงกราบพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ เป็นการเคารพบูชา หลังจากนั้นก็ท่องบ่นพระคาถา นะโม ตะโป จาถะ อะริโย อะริโย อะริโย เสร็จแล้วนั่งสมาธิแผ่เมตตาไปยังสัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เจ้ากรรมนายเวร เจ้าที่เจ้าทาง เจ้าป่าเจ้าเขา คุณบิดรมารดา คุณครูบาอาจารย์ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก เทวดาฟ้าดิน ผู้รักษาบ้านประตูสู่สวรรค์ ทั้งสี่ทิศ จงได้เปิดบุญเปิดม่านชะตากรรมชีวิตให้สดใสสว่างดั่งแก้วมณีโชติ อะริโย อะริโย อะริโย เช่นเดียวกันกับภรรยาคู่ทุกข์ ซึ่งบัดนี้ เธอมิได้เป็นเพียงแม่บ้านหน้าแหล่เหมือนครั้งในอดีด หากทว่าเมื่อพิศดูดวงหน้าในวันนี้ กลับเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล ใบหน้าผ่องผุด และอิ่มเอิบด้วยผะหลาบุญสุนทาน อันเนื่องด้วยบุญบารมีแห่งเทพทิพากรโดยแท้ คิดแล้วก็อดที่จะขำขื่นและเปล่งถ้อยสรวลสราญมิได้ ก็ในอดีด เธอเป็นเพียงเมียครูเปี้ยกที่ใครๆก็หน่ายแหนง เพราะต้องขึ้นบ้านสูงลงบ้านต่ำ ย้ำคำคิดคำขอหยิบยืมเงินดอกเพื่อมาต่อลมหายใจของลูกทั้งสองที่กำลังร่ำเรียนอยู่ในระดับชั้นมัธยมทั้งสองคน บัดนี้ วิถีชีวิตกลับพลิกผัน ย่างเหยียบก้าวเดินไปทางไหน ใครๆก็เรียกแม่พระแม่เทพ นี่ก็คงเป็นผลบุญอันเนื่องมาจากพระนางสร้อยดอกหมาก เจ้าแห่งนครคูเมืองโดยแท้ เธออดคิดเปรียบเปรยตัวเองเหมือนกับพระนางมัทรี และครูเปี้ยกที่ใครๆเรียกเทพทิพากรก็คือพระเวสสันดรนั่นทีเดียวล่ะ ลูกหญิงลูกชายนั่นก็ใช่กัณหาชาลี โอ...บุญบารมีโดยแท้ คิดได้ดังนั้น เธอก็รีบลุกตื่นจากห้องนอนอันอบอุ่น เพื่อประกอบภารกิจแห่งวิถีของคนขี่เสือ บ้านเรือนอันโอ่อ่าของเธอรายล้อมด้วยกำแพงธรรม วัสดุที่นำมาก่อสร้างปรุงแต่ง ครูเปี้ยกออกแบบเองทั้งสิ้น มันคล้ายเรือนมหาปราสาทของท่านเทพจริงๆ พื้นบ้านปูลาดด้วยอิฐดินเผา สระน้ำมีดอกบัวผลิดอกแย้มบานกลางสระ น้ำตกจากท่อประปาไหลรินเวียนวนอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ห้องน้ำห้องส้วมรองรับญาติธรรมหลายสิบห้อง ห้องดื่มกาแฟ ห้องของที่ระลึก ตู้บริจาคเพื่อร่วมกันทะนุบำรุงสุขภาพและบุญบารมีของท่านเทพ เรียกได้ว่าเนื้อที่ ๓ ไร่ ไม่มีที่ตรงไหนว่างเปล่า ใครมาเยี่ยมยามก็เหมือนได้มาเปลื้องทุกข์รับสุขกันถ้วนหน้า กลับบ้านไปด้วยความหวังอันเรืองรอง เจ้าใหญ่นายโต ท่านนายพันท่านนายพล ผอ.เขตพื้นที่ นายกอบต. นายกอบจ.ต่างก็ปราวณาเป็นข้ารับใช้ให้กับเทพทิพากร โอ้ย..สะอื้นสะออนหมากหัวใจจริงๆ นางมัทรีแห่งบ้านโนนสวนปออยากหัวร่อกับชะกรรมชีวิตที่พลิกผันหลายตรลบ หากทว่า เธอก็เหมือนกับนางมัทรีที่จะต้องร่วมเดินเคียงบ่าเคียงไหล่พระสามีเวสสันดร เทพทิพากร หรือครูเปี้ยกของคนกันเอง และเมื่อนุ่งขาวห่มขาว เปล่งถ้อยคำ ...นะโมตะโปจาถะ อะริโย อะริโย อะริโย เท่านั้นแหละ บุญเปิดทั้งสี่ทิศแปดทิศ ส่องซอดทะลุไปถึงชั้นฟ้ามหานทีโน่นเลยทีเดียว ใครๆก็กล่าวว่าท่านเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ ชาวบ้านร้านตลาดต่างก้มกราบบุญบารมีของท่านเทพทิพากร ผองชนคนรากหญ้าหน้าคล้ำดำหมองต่างพากันโหยหาแก้วแหวนเงินทอง อันเนื่องด้วยนโยบายประชานิยมหว่านโปรยลงมา หากทว่าบัดนี้เทวดาทักษิณต้องโทษคดีจากพวกอำมาติยาขี้ริษยา จึงทำการยึดอำนาจ แต่แล้วก็มิอาจขัดขืนยืนต้านพลังมหาประชาชน ผู้ชื่นชมนโยบายเงินอยู่ในอากาศ และช้อปไว ใช้แหลก เอาเงินอนาคตมารับประทาน พวกเขาต่างรอคอยท่านเทวดาทักษิณจะกลับมาผายโผดอีกครั้งและอีกครั้ง ตอนนี้ปล่อยให้ท่านนอมินีชมพู่มะเหมียวจ้อปากพาจนไปก่อน เมื่อจัดตั้งมวลชนคนหน้าแหล่ได้สำเร็จ คอยดูก็แล้วกัน ต่อให้พวกพันธมิตรประชาธิปตายอำมาติยา ชั้นสูง และขุนทหารอนุรักษ์ก็มิอาจต้านทานกงล้อประวัติศาสตร์อย่างพวกตุลาชินทำนายเป็นแน่แท้ ... เสียงเปล่งถ้อยคำคาถาดังแว่วมาจากธรรมศาลา พระอาทิตย์ยังไม่ส่องแสงเลย หน้ากำแพงธรรมก็เปิดรับผู้ใฝ่บุญบารมีรายแล้วรายเล่า คนงานคนรับใช้กำลังเตรียมก่ออิฐผสมปูนก็ต้องหลีกทาง ลูกสาวลูกชายตื่นนอนแล้วต่างก็ช่วยกันประกอบภารกิจ ปัดกวาด เช็ดถู จัดเตรียมภาชนะรองรับแขกญาติธรรม ภารกิจรับนิมนต์ของเทพทิพากรได้รับการจัดคิวโดยฝีมือของนางมัทรี ผู้เรียนรู้ได้รวดเร็วยิ่ง สมกับเป็นแม่พระแม่เทพจริงๆ ความจริงเธอน่าจะเป็นพระนางซูสีไทเฮามากกว่า เพราะเป็นผู้ทรงอำนาจบารมียิ่งกว่าใครๆเพราะหลังจากที่ไปกราบขอพรมาจากร่มโพธิ์ทองของพระพุทธองค์ที่ประเทศอินเดียแล้ว ราศีของเธอก็เปล่งบารมี จนท่านนายพลนอกราชการต้องก้มกราบเลยทีเดียวล่ะ เมื่อบุญบารมีของท่านเทพทิพากรแก่กล้า แม้แต่ขีปนาวุธของผู้นำอิหร่านก็เอาไม่อยู่ ท่านเทพทิพากร หรือครูเปี้ยกของเพื่อนครูเราก็เลยได้เวลาอำลาพาจากชีวิตข้าราชการครูด้วยการเข้าร่วมโครงการเออร์ลี่ เอาเงินก้นถุงตามนโยบายบายลดจำนวนข้าราชการของประเทศยิ้มแย้มแก้มตุ๋ย งานนี้ แม้อาวุโสอายุราชการจะไม่มาก หากทว่า อ.ก.ค.ศ. และผอ.สำนักงานเขตพื้นที่ก็ไทเดียวกัน ร่วมศรัทธาในบุญบารมีเทพทิพากรเหมือนกัน ที่สำคัญได้เป็นใหญ่เป็นโตอยู่ในเวลานี้ก็เพราะเทพทิพากรเป็นผู้ชี้ทางสว่างไสว เมื่อเป็นพระประสงค์ของพระนางสร้อยดอกหมาก โลกและชีวิตเทพทิพากรบอกว่ามีเทพยดาฟ้าดินท่านขีดเส้นให้เดินไป จึงมิอาจต้านทานได้ บัดนี้ ท่านเทพทิพากรได้เป็นเทพได้สมบูรณ์แล้ว เส้นทางชีวิตที่เกี่ยวติดอยู่กับระบบราชการครูสิ้นสุดลง ไม่ต้องอิงแอบอาศัยความเป็นข้าราชการมาสร้างบุญบารมี เหมือนอย่างเพื่อนครูผู้ริษยาว่าร้ายให้เสื่อมเสียดอก เสือตัวใหญ่สีขาวกระโจนทะยานไปบนทางช้างเผือก ไล่เขมือบภูมิปัญญา และดวงตาอันมืดมิดของผู้คน ซึ่งเต็มไปด้วยความอ้างว้างโดดเดี่ยว ริมฝีปากหื่นกระหาย อันเนื่องด้วยความแร้นแค้นลำเค็ญโบกโบย บนหลังเสือตัวใหญ่สีขาว เทพทิพากรเปล่งถ้อยคำสีแดงคล้ายสีเลือด อะริโย อะริโย อะริโย.
|
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||