• yogilek
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yogilek@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 15
  • จำนวนผู้ชม : 5385
  • จำนวนผู้โหวต : 7
  • ส่ง msg :
MAN IN THE MOON... ผู้ชายในเงาจันทร์
I have found the moon inside it shinning from the bottom of my heart. Shinning brighter than the sunshine.
Permalink : http://www.oknation.net/blog/yogilek
วันอังคาร ที่ 3 กรกฎาคม 2550
หลวงปู่ ติช นัท ฮันท์
Posted by yogilek , ผู้อ่าน : 233 , 13:07:09 น.   | หมวดหมู่ : The experiment of truth  
พิมพ์หน้านี้


"ติช นัท ฮันห์" กำเนิดในปี พ.ศ. 2469 ที่จังหวัดกวงสี ในตอนกลางของประเทศเวียดนาม ท่านมีชื่อเดิมว่า เหงียน ซวน เบ๋า ( Nguyen Xuan Bao) "ติช นัท ฮันห์" เป็นฉายา เมื่อท่านได้รับ การอุปสมบทแล้ว คำว่า "ติช" ในเวียดนามใช้เรียกพระ มีความหมายว่า เป็นผู้สืบทอด พุทธศาสนา ส่วน "นัท ฮันห์" เป็นนามทางธรรมของท่าน มีความหมายว่า "การกระทำเพียงหนึ่ง" (One Action) หมู่ศิษย์ในทางตะวันตก เรียกท่านว่า "Thay" (ไถ่) ซึ่งในภาษาเวียดนามมีความหมายว่า "ท่านอาจารย์"

ในปี พ.ศ. 2485 เมื่ออายุได้ 16 ปี ท่านได้บรรพชา เป็นสามเณรที่วัดตื่อฮิ้ว (Tu Hieu) วิถีชีวิตในวัดเซนแห่งนี้ เป็นรากฐานอันสำคัญ ต่อชีวิตนักบวชของท่าน สามเณรต้องเรียนรู้ การมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันขณะ ในทุกการกระทำ อาจารย์ได้มอบหนังสือ เล่มเล็กๆ กำชับให้ศึกษาหนังสือนั้น จนกว่าจะเข้าใจ "การนำสารัตถะแห่งพระวินัย มาประยุกต์ ใช้ในชีวิตประจำวัน" เป็นตอนแรกของคู่มือเล่มเล็กนั้น กล่าวถึง อากัปกิริยาของ พระฝึกหัด จะต้องเกิดขึ้นพร้อมไปกับสัมมาสติ หรือการกำหนดรู้ในปัจจุบัน

 ในปี พ.ศ. 2492 ติช นัท ฮันห์ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่ออายุ 23 ท่านได้เดินทางไปไซ่ง่อน เพื่อช่วยฟื้นฟูพุทธศาสนา และเขียนบทความ ซึ่งถูกต่อต้าน อย่างมาก จากผู้นำองค์กรชาวพุทธและจากรัฐบาล ในปี พ.ศ. 2505 เมื่อท่านได้รับ การเสนอทุนจากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน เพื่อศึกษาศาสนาเปรียบเทียบ จึงเดินทางไปยัง ประเทศสหรัฐอเมริกา จากนั้น 1 ปี ท่านได้รับทุนจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย แต่ท่านตัดสินใจ เดินทางกลับเวียดนาม เพื่อกลับมาทำงานด้านความร่วมมือระหว่าง พุทธมหายาน และหินยานในประเทศ และตั้งรร.ยุวชนรับใช้สังคม เพื่อรักษาสังคม ที่เสียหายจากสงคราม สานต่อแนวคิด เรื่องพุทธศาสนาที่ผูกสัมพันธ์ กับสังคม และ พัฒนาวงการสงฆ์ด้วยการสอนและ เขียนในสถาบันพุทธศาสนาขั้นสูง เป็นการบ่งบอกถึง แนวคิด ของท่านว่า การกระทำและปัญญา ต้องก้าวไปด้วยกัน (action and wisdom must go together) และจัดตั้งคณะเทียบหินในปี 2509

 ท่านตระหนักว่า ต้องมี การเปลี่ยนแปลง วิธีการการต่อสู้เพื่อสันติภาพ เพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุคือ หยุดการสนับสนุนสงคราม และมุ่งเน้น สันติภาพ โดยปลุกจิตสำนึกต่อคนทั่วโลก จน มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ ( Martin Luther King, Jr.) เสนอนาม ติช นัท ฮันห์ เพื่อรางวัลโนเบล เพื่อสันติภาพ   การทำงานเช่นนี้ ทำให้รัฐบาลเวียดนามใต้ ปฏิเสธการกลับประเทศของท่าน จนแม้ รวมประเทศแล้วก็ตาม ท่านจึงลี้ภัย อย่างเป็น ทางการ ในประเทศฝรั่งเศส โดยสอน ประวัติศาสตร์พุทธศาสนาเวียดนาม ที่มหาวิทยาลัย และสร้างอาศรมแห่งหนึ่ง นอกเมือง ปารีส เพื่อเขียนหนังสือ และปลูกพืชผักสมุนไพร ซึ่งท่านติดต่อลับๆ กับพระภิกษุที่ถูกจำคุก ในเวียดนาม เพราะไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลคอมมิวนิสต์ ระหว่างนั้นท่านยังคงทำงาน เพื่อสันติภาพและผู้ลี้ภัย จากประสบการณ์ของท่านที่ได้พบเห็นชะตากรรม ของผู้ลี้ภัย ด้วยตนเอง จนสามารถ ช่วยเหลือผู้คนได้อีกมาก

  ในปี พ.ศ. 2525 เมื่อผู้มาปฏิบัติธรรมที่อาศรมของท่านทวีจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว ท่านจึงเริ่มก่อตั้งชุมชนแห่งใหม่ ทางตะวันตกเฉียงใต้ ของฝรั่งเศส ให้ชื่อว่า หมู่บ้านพลัม ( Plum Village ) ซึ่งถือเป็นบ้านของท่านจนทุกวันนี้ ในช่วงแรก หมู่บ้านพลัมเป็นแหล่งพักพิงของผู้ลี้ภัย ในช่วงการปรับตัว ก่อนเข้าสู่สังคมใหม่ในประเทศใหม่ ปัจจุบันหมู่บ้านพลัมได้ต้อนรับผู้คนมากมายในการปฏิบัติสมาธิภาวนา และได้เริ่มมีสมาชิก เป็นนักบวชตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 ในปี พ.ศ. 2549 มีสมาชิกนักบวชกว่าห้าร้อยคน มาจากยี่สิบกว่าประเทศทั่วโลก ส่วนใหญ่อยู่ที่หมู่บ้านพลัม ในฝรั่งเศส ที่ Green Mountain Dharma Center รัฐเวอร์มอนต์ และ Deer Park Monastery รัฐแคลิฟอร์เนียในสหรัฐอเมริกา และที่วัด บัทหงา เมืองบ๋าวหลอบ และ วัดตื่อฮิ้ว เมืองเว้ ประเทศเวียดนาม

 ในปี พ.ศ. 2548 เมื่อสถานการณ์ทางการเมืองของเวียดนามเข้าสู่ภาวะปกติ ติช นัท ฮันห์ ได้เดินทางกลับไปเยือนประเทศเวียดนาม บ้านเกิดของท่านอย่างเป็นทางการ หลังการจากมาเป็นเวลา 39 ปี และได้รับการต้อนรับจากประชาชนชาวเวียดนามอย่างอบอุ่น ปัจจุบันท่าน ติช นัท ฮันห์ ยังคงพำนักอยู่ที่ หมู่บ้านพลัม ประเทศฝรั่งเศส และยังเดินทางไปนำการภาวนาในประเทศต่างๆ ท่านเป็นชาวเวียดนาม ที่เป็นพระมหาเถระ ในพุทธศาสนา และมีอุดมการณ์แห่งพระโพธิสัตว์อันเป็นพระที่เลื่อมใส แห่งสากลโลก เป็นอย่างยิ่ง

คัดลอกบทความจาก http://www.thaiplumvillage.org/plum_abount_p1.html


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6
วัชร วันที่ : 04/07/2007 เวลา : 17.16 น.
http://www.oknation.net/blog/wachara


Be Happy!

ความคิดเห็นที่ 5
yogilek วันที่ : 03/07/2007 เวลา : 15.19 น.
http://www.oknation.net/blog/yogilek


ขอบคุณทุกๆความคิดเห็นนะครับ
จะว่าไปแล้วผมก็ได้มีโอกาส ไปร่วมช่วยใช้แรงงานในการจัดสถานที่แสดงธรรมของหลวงปู่แทบทุกพื้นที่นะครับ ยกเว้นที่เชียงใหม่กับวันสุดท้ายซึ่งเป็นวันจิบชา เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ซักถาม เท่านั้นที่ไม่มีโอกาสได้เข้าร่วมช่วยงาน ยังรู้สึกเสียใจนิดๆเหมือนกัน แต่ก็นั่นแหละครับชีวิตคนเราไม่มีอะไรที่ได้รับความเบิกบานไปเสียทุกอย่าง ดั่งที่พระอาจารย์พุทธทาสกล่าวว่า ให้หาสุขจากทุกข์ เพราะเป็นเรื่องเดียวกัน จิตเราต่างหากที่จำแนกอารมณ์ออกมาแล้วจับเฉพาะสิ่งที่เราพอใจ เป็นตัวกู ของกู

พวกเราอาสาสมัคร มีความสุขกันมากครับ ยิ่งผมด้วยแล้วผมมีความสุขทุกห้วงยามที่ได้ช่วยเหลือให้งานสำเร็จลุล่วงด้วยดี

หลวงปู่สอนถึงการดำรงสติว่า
หายใจเข้า รู้ตัวทั่วพร้อมว่าเรากำลังเบิกบาน
หายใจออก ยิ้มให้กับความเบิกบานที่อยู่ในตัวเรา
หายใจเข้า รู้ตัวทั่วพร้อมว่าเรากำลังมีความสุข
หายใจออก ยิ้มให้กับความสุขที่อยู่ในตัวเรา
หายใจเข้า รู้ตัวทั่วพร้อมว่าเรากำลังเป็นทุกข์
หายใจออก บอกตัวเองว่าเรากำลังปลดปล่อยความทุกข์นั้น

ความคิดเห็นที่ 4
delicoco วันที่ : 03/07/2007 เวลา : 14.01 น.
http://www.oknation.net/blog/delicoco
ถ้าเข้า delicoco1 ไม่ได้ ให้เข้า delicoco นะคะ 

ตอนท่านมาเมืองไทยก็มีโอกาสได้ฟังเทศนาธรรมจากท่านค่ะ ท่านดูผ่องใสมาก คงเป็นเพราะท่านปฏิบัติธรรม คิดดี ทำดี พูดดี น่ะค่ะ
ความคิดเห็นที่ 3
คนใส่แว่น วันที่ : 03/07/2007 เวลา : 13.48 น.
http://www.oknation.net/blog/chattrg

ครับ
คำสอนท่าน
สั้นๆ ชัดเจน ครับ

ความคิดเห็นที่ 2
Supawan วันที่ : 03/07/2007 เวลา : 13.43 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

ชอบวิธีคิดของท่านค่ะ ค่อนข้างจับต้องได้ง่าย

มาชวนไปเที่ยวค่ะ
ความคิดเห็นที่ 1
9ton วันที่ : 03/07/2007 เวลา : 13.13 น.
http://www.oknation.net/blog/IsAmR
(เงินทอง ของมายา ข้าวปลา คือ ของจริง)ขอทำหน้าที่ผู้ชม(อ่าน) ก็พอนะ..............

ขอบคุณมากครับ ที่นำเรื่องราวของท่านมาเผยแพร่
กำลังอ่านงานเขียนของท่านอยู่พอดี เรื่อง "ปลูกรัก"
และก็เรื่อง "การเดิน วิถีแห่งสติ"
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน