พิมพ์หน้านี้
|
เห็นหน้าของบรรดาพลพรรคไทยรักไทยที่ประกาศตัวจะทำหน้าที่เป็นสื่อมวลชนที่จะ ร่วมสร้างสรรค์ประชาธิปไตย ด้วยข้อมูลข่าวสารที่เป็นจริง ผ่านทางสถานีข่าวผ่านดาวเทียมที่เรียกตัวเองว่า พีทีวี แล้ว ก็อดรู้สึกแปลกๆ ไม่ได้ เพราะแต่ละท่านดูจากประวัติแล้วต่างก็เป็นนักการเมืองอาชีพล้วนๆ บางคนอาจเคยเป็นพิธีกรหรือนักวิเคราะห์ข่าวมาบ้าง แต่ก็ไม่เคยได้พิสูจน์ตัวเองว่าเคยต่อสู้เพื่อเสรีภาพของสื่อมวลชนหรือกล้ามีปากมีเสียงกับผู้มีอำนาจทางการเมืองแต่ประการใด แถมยังรีบวิ่งเข้าซบนักการเมืองทันทีที่มีโอกาส แต่วันนี้คนเหล่านี้กำลังประกาศตัวว่าจะขอเป็นสื่อมวลชน เสมือนหนึ่งว่าอยู่ดีๆ ก็สามารถสลัดความเป็นนักการเมืองทิ้งแล้วหันมาใส่หมวกคนทำข่าวแทนในเวลาเพียงแค่ชั่วข้ามคืน โดยไม่ต้องแคร์ว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร ผมไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้นถ้าคนที่เข้าจะมาทำสื่อมาด้วยความผูกพันต่อวิชาชีพและมีความเชื่อมั่นในหลักการของการเป็นสื่อที่เป็นปากเสียงให้กับประชาชนจริงๆ โดยไม่เป็นเครื่องมือของใคร และคนเหล่านี้ควรมีสิทธิเสรีภาพเต็มที่ในการรายงานข่าวและแสดงความเห็น ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่คนทำสื่อต้องดิ้นรนหาทางสื่อสารกับสังคมผ่านทางช่องทางต่างๆ เท่าที่จะทำได้ในยามที่บ้านเมืองถูกปิดหูปิดตาจากผู้มีอำนาจ เหมือนที่เกิดขึ้นในช่วงห้าปีของรัฐบาลทักษิณ แต่ถ้าคนที่อ้างตัวว่าทำหน้าที่สื่อแต่หน้ายังปะยี่ห้อของพรรคการเมืองบางพรรคอยู่ ผมว่ายากครับที่จะให้ชาวบ้านยอมรับว่าท่านทั้งหลายจะพูดความจริงหรือทำหน้าที่สื่ออย่างตรงไปตรงมาได้ จะให้เชื่อว่าคนเหล่านี้เป็นสื่อมวลชนที่อิงผลประโยชน์ของสังคมได้อย่างไร ก็ในเมื่อคนกลุ่มเดียวกันนี้ไม่เคยแสดงอาการรู้ร้อนรู้หนาวในขณะที่บ้านเมืองกำลังลุกเป็นไปเพราะนักการเมืองที่อยู่ในอำนาจขณะนั้น (ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็เจ้านายของคนเหล่านี้แหละ) มุ่งแต่ประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้อง และขณะที่เจ้านายและคนรอบข้างถูกกล่าวหาว่าโกงกิน มีผลประโยชน์ทับซ้อน ท่านทั้งหลายเหล่านี้ก็อยู่เฉย ไม่ส่งเสียงแม้แต่แอะเดียว และเมื่อเจ้านายและครอบครัวเอาสมบัติของชาติไปขายให้กับต่างชาติ ท่านเหล่านี้ก็ไม่เห็นจะมีอาการเดือดเนื้อร้อนใจอะไรทั้งสิ้น ทั้งๆ ที่ก็มีภาพว่าเป็นนักการเมืองเลือดใหม่ที่น่าจะมีระดับความอดทนต่อความชั่วร้ายทางการเมืองต่ำกว่านักการเมืองรุ่นเก่า แต่สุดท้ายแล้วท่านเหล่านี้ก็ไม่ได้มีอะไรแตกต่างแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำบางคนยังออกมาปกป้องเจ้านายแบบไม่ลืมหูลืมตา โดยไม่สนใจด้วยซ้ำว่าข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร และก็ไม่แคร์ว่าชาวบ้านจะรู้สึกอย่างไร แต่มาวันนี้คนเหล่านี้กำลังจะบอกชาวบ้านว่า พร้อมจะมาทำหน้าที่สื่อพร้อมด้วยสโลแกน ข่าวที่เป็นข่าว ทุกรายละเอียด ตรงไปตรงมา ไม่บิดเบือน คำแนะนำของผมก็คือ ท่านทั้งหลายเหล่านี้ไม่ต้องทำอะไรแบบอ้อมค้อม ไม่ต้องเสียเวลาสร้างภาพของการเป็นสื่อมวลชน บอกชาวบ้านตรงๆ ไปเลยว่าท่านเป็นใคร และกำลังรับใช้ใคร เพราะยังไงๆ ท่านก็สลัดภาพของการเป็นสมุนของกลุ่มอำนาจเก่าออกไปไม่ได้อยู่ดี พูดจาแบบ ตรงไปตรงมา ไม่บิดเบือน ให้สมกับสโลแกนตั้งแต่เริ่มต้นเลยจะไม่ดีกว่าหรือ |
| เมื่อพี่ทำตัวเป็นศิลปิน | ||
อย่าทิ้งพี่ที่อยากเป็นศิลปินให้อยู่กับน้องตามลำพังเป็นอันขาด |
||
|
View All |
||
| ในเมื่อนักการเมืองยังเปลี่ยนใจได้... | ||
ไม่ต้องสงสัยเลยครับว่าทำไม ประชัย ถึงได้ทิ้ง "ป๋าเหนาะ" ได้ลงคอ |
||
|
View All |
||
| << | กุมภาพันธ์ 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | |||