พิมพ์หน้านี้
|
ฉากสุดท้ายของไอทีวี อดีตทีวีเสรี กำลังจะมาถึงแล้ว คณะรัฐมนตรีวันนี้มีมติให้สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรียึดสัมปทานไอทีวีคืนหากฝ่ายบริหารของไอทีวีไม่สามารถจ่ายเงินค่าสัมปทานที่ค้างไว้ในวันที่ 6 มี.ค. นี้ ผมเคยเขียนหนังสือเล่มหนึ่งเกี่ยวกับไอทีวีที่มีชื่อว่า "บทสุดท้าย ทีวีเสรี" ผมอยากหยิบเอาบทสุดท้ายของหนังสือเล่มนี้มาเตือนความจำว่าไอทีวีมีที่มาอย่างไร และคนในฝ่ายข่าวที่ยืนหยัดในหลักการต้องเผชิญกับอะไรบ้างในการต่อสู้กับการแทรกแซงทางการเมือง หนังสือเล่มนี้ผมเขียนขึ้นในขณะที่พนักงานฝ่ายข่าว 20 ที่ถูกเรียกว่า "ขบถไอทีวี" ถูกฝ่ายบริหารของชิน คอร์ปของตระกูลชินวัตรไล่ออก เพราะไม่ยอมถูกแทรกแซง บทนี้มีชื่อว่า ศพสุดท้าย จาก พฤษภาทมิฬ ..........ผมเข้าใจดีถึงความรู้สึกที่อดีตเพื่อนร่วมงานของผมกลุ่มหนึ่งกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ เพราะนั่นเป็นความรู้สึกที่ผมมีเช่นเดียวกันเมื่อเจ็ดแปดเดือนก่อนหน้านี้ เพียงไม่กี่วันก่อนการเลือกตั้งครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย พนักงานฝ่ายข่าวไอทีวีกว่า 20 คน ประกาศจุดยืนต่อต้านการแทรกแซงการทำข่าวของฝ่ายบริหารจากชินคอร์ปฯ มันเป็นเหตุการณ์ที่สวนความรู้สึกของคนในสังคมนี้มาก ในขณะที่เราคาดหวังให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของการปฏิรูปการเมือง สถานีโทรทัศน์ที่เป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อเสรีภาพทางด้านการแสดงออก กลับไม่สามารถทำหน้าที่ของสื่อได้อย่างเสรี ผมชื่นชมในความกล้าหาญของคนข่าวเหล่านี้ที่ยอมเอาอนาคตการทำงานของตัวเองมาเสี่ยง ด้วยการออกมาฟ้องประชาชน ในขณะเดียวกัน ผมรู้สึกภูมิใจเงียบๆ ที่ รู้ว่า ยังมีคนในฝ่ายข่าวไม่น้อย ที่เห็นหลักการ และเสรีภาพในการทำงาน สำคัญกว่า ความอยู่รอด ทางการงานของตัวเอง เราโดดเดี่ยว แต่เราไม่มีทางเลือก ถ้าเราไม่ทำ เราจะอธิบายให้กับคนรุ่นต่อไปได้อย่างไร วิศาล ดิลกวานิช ยืนยันถึงการตัดสินใจที่อาจจะหมายถึงการตกงาน วิศาลและเพื่อนๆ ที่ออกมาเคลื่อนไหวไม่ได้มีตำแหน่งใหญ่โตอะไรในกองบรรณาธิการ เขาเป็นเพียงนักข่าวสายไอทีคนหนึ่ง ซึ่งผู้ชมอาจจะรู้จักเขาในฐานะผู้ประกาศข่าวมากกว่า แต่คุณไม่จำเป็นต้องมีตำแหน่งที่ใหญ่โต ถึงจะมีจุดยืน หรือมีหลักการได้ พนักงานฝ่ายข่าวทุกคนที่ออกมาเคลื่อนไหวรู้ล่วงหน้าแล้วว่า พวกเขาจะต้องเผชิญกับอะไรบ้าง พวกเขารู้ดีว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้ทุกคน หรือคนส่วนใหญ่ของสถานีเข้าใจถึงความสำคัญของของ ความเป็นเสรี ของไอทีวี และมันเป็นเรื่องที่ยากยิ่งกว่า ที่หวังจะเห็นทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมในการเคลื่อนไหว ผมไม่โทษใครครับ และผมไม่ว่าใครด้วย ผมเข้าใจความจำเป็นของแต่ละคน แต่ไม่ว่าคนที่มาร่วมต่อสู้จะมีกี่คน ถึงแม้จะเหลือผมคนเดียว ผมก็จะสู้ วิศาล ประกาศความเด็ดเดี่ยวของเขา ในที่สุดแล้ว มันกลายเป็นการต่อสู้ โดยกลุ่มพนักงานเพียงกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่ง วิธีการ แบ่งแยก และปกครอง ถูกฝ่ายบริหารนำมาใช้อีกครั้ง และมันก็ได้ผล วิศาลและเพื่อน ๆ กลายเป็นคน กลุ่มน้อย แต่ในการต่อสู้เพื่อความถูกต้อง และเพื่อหลักการ ความสำคัญไม่ใช่อยู่ที่จำนวน ถึงแม้ ถ้าหาก วิศาล เป็นเพียงคนเดียวที่ลุกขึ้นมาปกป้องความเป็นเสรี ของสถานีโทรทัศน์แห่งนี้ การต่อสู้ครั้งของเขาก็ยังจะมีความหมาย แต่ความเจ็บปวดของคนเหล่านี้อยู่ที่ว่า การต่อสู้ที่ทำด้วยความบริสุทธิ์ใจของพวกเขาถูกบิดเบือนทั้งโดยฝ่ายบริหารและสื่อบางฉบับ การเรียกร้องเสรีภาพของฝ่ายข่าวถูกป้ายสีให้เป็นการเคลื่อนไหวที่มีเรื่องของความขัดแย้งทางธุรกิจอยู่เบื้องหลัง ขณะที่ผมกำลังปิดต้นฉบับ วิศาลและเพื่อน ๆ อีก 22 คน ถูกยื่นซองขาวด้วยข้อหาที่น่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง พวกเขาถูกกล่าวหาว่าเป็น ปรปักษ์ และ กระด้างกระเดื่อง ต่อฝ่ายบริหาร และ ทุจริตในหน้าที่ ผู้บริหารไอทีวี ได้สร้างคำนิยามใหม่ให้กับการเรียกร้องเสรีภาพในการทำงานเสียแล้ว นอกจากทำลายอิสระในการทำงานของคนในฝ่ายข่าวแล้ว ผู้บริหารไอทีวียังแสดงธาตุแท้ของนายทุนที่ไม่เคารพแม้กระทั่งความรู้สึกของคนในสังคม การไล่พนักงานฝ่ายข่าวออกเพียงเพราะคนเหล่านี้ออกมาปกป้องความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ของไอทีวี เป็นการตบหน้าสังคมฉาดใหญ่ ผู้บริหารไอทีวีไม่สนใจด้วยซ้ำว่าความคาดหวังของสังคมที่มีต่อสถานีโทรทัศน์ช่องนี้เป็นอย่างไร ความต้องการของสังคมคงไม่แตกต่างไปจากสิ่งที่ฝ่ายข่าวเรียกร้อง สังคมต้องการเห็นไอทีวีเป็นสถานีโทรทัศน์ที่เป็นอิสระไม่ถูกนักการเมืองหรือนักธุรกิจครอบงำ มันไร้ประโยชน์ที่ฝ่ายบริหารไอทีวีจะพยายามสร้างภาพของความเป็นทีวีเสรีให้กับสถานีโทรทัศน์แห่งนี้ ด้วยการแต่งตั้งบุคคลที่มีชื่อเสียงในสังคมมาตรวจสอบความเป็นกลางในการเสนอข่าว หลังจากทำการกำจัดกลุ่มนักข่าวที่ต้องการทำงานอย่างเสรี หรือด้วยการดึงเอา มืออาชีพ ทางด้านข่าวจากที่อื่นมาดูแลฝ่ายข่าว เพราะความเป็นจริงก็คือ ฝ่ายบริหารไม่สามารถยัดเยียดความเป็นเสรีให้กับสถานีแห่งนี้ได้ ไอทีวีจะมีความเป็นเสรีหรือไม่ อยู่ที่ความรู้สึกและความเชื่อของคนในสังคม ไม่ใช่อยู่ที่ฝ่ายบริหาร หรือผู้ถือหุ้น ในความรู้สึกของคนในสังคมที่มีความคาดหวังอย่างสูงต่อสถานีโทรทัศน์แห่งนี้ ความเป็นทีวีเสรีของไอทีวีได้ตายไปแล้วพร้อมๆ กับการหมดอิสระในการทำหน้าที่ของฝ่ายข่าว ถ้าจะถามว่าไอทีวีทุกวันนี้คืออะไร ผมอยากจะตอบว่า สภาพของไอทีวีในปัจจุบัน ก็คือ ศพสุดท้าย จากเหตุการณ์ พฤษภาทมิฬ...........
|
| เมื่อพี่ทำตัวเป็นศิลปิน | ||
อย่าทิ้งพี่ที่อยากเป็นศิลปินให้อยู่กับน้องตามลำพังเป็นอันขาด |
||
|
View All |
||
| ในเมื่อนักการเมืองยังเปลี่ยนใจได้... | ||
ไม่ต้องสงสัยเลยครับว่าทำไม ประชัย ถึงได้ทิ้ง "ป๋าเหนาะ" ได้ลงคอ |
||
|
View All |
||
| << | กุมภาพันธ์ 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | |||