พิมพ์หน้านี้
|
ไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดาเท่านั้นที่สามารถเกิดอาการที่เรียกกันว่า Stockholm Syndrome
คนทำสื่อก็มีสิทธิเกิดอาการที่ว่านี้ได้เหมือนกัน Stockholm Syndrome (สต็อกโฮล์ม ซินโดรม) เป็นอาการของคนที่ตกเป็นเชลยหรือตัวประกันเกิดมีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจคนที่เป็นคนร้ายหลังจากต้องใช้เวลาอยู่ด้วยกันระยะหนึ่ง และอาจจะลงเอยด้วยการแสดงอาการปกป้องคนร้ายหรือยอมเป็นพวกเดียวกันด้วยซ้ำ อาการที่ว่านี้นักจิตวิทยาตั้งขึ้นตามคดีปล้นธนาคารที่เกิดขึ้นในกรุงสต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดนในปี 1973 หลังจากถูกตำรวจปิดล้อมอยู่หลายวันเจ้าหน้าที่และลูกค้าธนาคารซึ่งถูกจับเป็นตัวประกันเริ่มเห็นใจโจร เมื่อตำรวจบุกเข้าไปตัวประกันพยายามปกป้องโจรด้วยซ้ำ (เหตุการณ์ปล้นครั้งนั้นกลายเป็นพล็อตหนังเรื่อง ปล้นกลางแดด หรือ Dog Days Afternoon ที่มีอัลปา ชีโน่เป็นดารานำ) ที่เขียนถึงเรื่องนี้ก็เพราะวันก่อนได้อ่านบทความชิ้นหนึ่งซึ่งเขียนถึงภาวะของสื่อมวลชนในสหรัฐอเมริกาในยุคที่ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช เป็นใหญ่และเป็นที่นิยมชมชอบของชาวอเมริกันแบบสุดๆ โดยเฉพาะในช่วงที่บุชหาเรื่องส่งทหารบุกเข้าไปยึดประเทศอิรัก สื่อมวลชนมะกันรู้ทั้งรู้ว่าบุชเป็นผู้นำที่ไม่ฟังเสียงใคร แถมยังอาศัยอำนาจการเมืองแทรกแซงการทำหน้าที่ของสื่อเพื่อสร้างกระแสรักชาติหลังเหตุการณ์ 11 กันยายน จนสื่อมะกันเป๋กันเป็นแถวๆ เป็นเพราะหลงคารมหรือน้ำมนต์ของบุชยังไงก็ไม่ทราบ อยู่ดี ๆ สื่อมวลชนสหรัฐลืมหน้าที่ตรวจสอบไปจนเกือบหมดสิ้น มีแต่ความเห็นอกเห็นใจเข้ามาแทนที่ เหมือนกับตัวประกันในธนาคารในกรุงสต็อกโฮล์มที่เกิดอาการเห็นใจกลุ่มโจรขึ้นมา บุชจะทำอะไร สื่อก็เห็นดีเห็นงามไปหมด คำถามที่ควรถามบุช ก็ไม่ถาม เรื่องที่ควรจะขุดคุ้ยก็ไม่ทำ กว่าจะรู้ว่าบุชพาประเทศสู่ความหายนะในอิรัก ก็เกือบสายไปแล้ว อ่านบทความชิ้นนี้แล้วก็อดไม่ได้ที่จะหันกลับมาดูบ้านเรา เพราะสื่อไทยก็เคยตกอยู่ในอาการสต็อกโฮล์ม ซินโดรมเหมือนกัน ทั้งๆ ที่รู้ว่าอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตรนั้น เป็นผู้นำที่หลงในอำนาจ ทำทุกอย่างเพื่อปูทางสู่การผูกขาดอำนาจทางการเมือง และรู้ทั้งรู้ว่าเกือบทุกเรื่องหรือเกือบทุกนโยบายต้องมีผลประโยชน์ทับซ้อนเข้ามาเกี่ยวข้อง แถมยังหาทุกโอกาสที่จะแทรกแซงและครอบงำสื่อ แต่สื่อมวลชนส่วนใหญ่ของบ้านเราในขณะนั้นกลับมีอาการเห็นอกเห็นใจหรือถึงขั้นชื่นชมทักษิณ ลืมไปหมดว่าหน้าที่หลักของสื่อมวลชนคืออะไร การตรวจสอบการทำงานของฝ่ายการเมืองแทบไม่มีให้เห็น นโยบายประชานิยมทั้งหลายของทักษิณถูกมองในแง่ดีไปหมด ทักษิณจะพูดอะไรทำอะไร สื่อมวลชนช่วยกันประโคมโดยไม่ต้องตั้งข้อสงสัยหรือตั้งคำถาม บรรดาเจ้าของสื่อยิ่งมีอาการสต็อกโฮล์ม ซินโดรม หนักกว่าคนทำข่าวด้วยซ้ำ เพราะมีเรื่องของเงินโฆษณาเข้าเป็นตัวเร่งให้มีอาการเห็นอกเห็นใจทักษิณเป็นทวีคูณ ส่วนสื่อที่ไหวตัวทัน ไม่ตกอยู่ในอาการสต็อกโฮล์ม ซินโดรม และยังทำหน้าที่ตรวจสอบวิพากษ์วิจารณ์ตามหน้าที่ กลับกลายเป็นแกะดำ นี่ยังดีที่สถานการณ์การเมืองเกิดพลิกแบบคาดไม่ถึง มีชาวบ้านออกมาเดินขับไล่ระบอบทักษิณ เลยช่วยให้สื่อมวลชนพ้นจากอาการสต็อกโฮล์ม ซินโดรมก่อนที่มันจะกลายเป็นอาการเรื้อรังรักษาไม่หาย เพราะฉะนั้น ถ้าสื่อมวลชนไทยวันนี้จะถามหาบทเรียนจากการที่ประเทศไทยต้องอยู่ภายใต้ระบอบทักษิณเพื่อหาตอบคำถามว่าทำไมนักการเมืองอย่างทักษิณถึงได้อยู่ในอำนาจได้อย่างเหนียวแน่นและนานขนาดนั้น ก็ต้องไม่ลืมที่จะส่องกระจกมองดูตัวเองด้วย จะได้รู้ว่าทำยังไงถึงจะไม่ตกอยู่ในอาการสต็อกโฮล์ม ซินโดรมอีกในอนาคต
|
| เมื่อพี่ทำตัวเป็นศิลปิน | ||
อย่าทิ้งพี่ที่อยากเป็นศิลปินให้อยู่กับน้องตามลำพังเป็นอันขาด |
||
|
View All |
||
| ในเมื่อนักการเมืองยังเปลี่ยนใจได้... | ||
ไม่ต้องสงสัยเลยครับว่าทำไม ประชัย ถึงได้ทิ้ง "ป๋าเหนาะ" ได้ลงคอ |
||
|
View All |
||
| << | กรกฎาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | 31 | ||||