พิมพ์หน้านี้
|
ผมเชื่อว่า นาทีนี้ ใครๆก็พูดถึงเรื่องราวชีวิตของ "หมูแฮม" หรือนายกัณฑ์พิทักษ์ ปัจฉิมสวัสดิ์ ซึ่งคงไม่ต้องท้าวความถึงเหตุผลที่ทำให้หนุ่มน้อยคนนี้กลายเป็น "ทอล์ค ออฟ เดอะทาวน์" อยู่ในเวลานี้ กรณีของ "หมูแฮม" เป็นมากกว่าคดีฆ่าคนตายโดยเจตนา เพราะเรื่องราวของ "หมูแฮม" สามารถสะท้อนสารพัดปัญหาที่มีอยู่ในสังคมปัจจุบัน หากมองอย่างผิวเผินแล้ว อาจคิดว่าจุดเริ่มต้นมาจากการเชี่ยวชน และทะเลาะวิวาทระหว่าง "คนใช้รถเบนซ์" และ "คนใช้รถเมล์" ที่สะท้อนปัญหาวินัยในการขับขี่ และนำไปสู่ความขัดแย้ง แต่แท้ที่จริงแล้ว นั่นคือ ปลายเหตุแห่งปัญหา เมื่อเรื่องราวดำเนินมาถึงวันนี้ กรณีของ"หมูแฮม" ยังฉายภาพของ ปัญหาครอบครัวหย่าร้าง ปัญหาความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว ปัญหาการเลี้ยงดูบุตรหลาน (ที่ยากขึ้นในสังคมสมัยใหม่) ปัญหาความไม่เท่าเทียมกันในสังคม และการแบ่งชนชั้น และอาจมีปัญหาอื่นๆที่ซ่อนอยู่อีกมาก (อย่างเช่น กรณีการออกใบอนุญาติขับขี่รถยนต์ ) ซึ่งสั่งสมและรอวันปะทุเหมือนภูเขาไฟ ทุกเรื่องราว ที่รวมกันอยู่ในกรณีของ "หมูแฮม" ผมอยากให้จากนี้ไป เมื่อเรานึกถึงเรื่องราวของหนุ่มน้อยคนนี้ ขอให้เรานึกถึงบทเรียนครั้งสำคัญ บทหนึ่ง ที่สังคมไทยต้องเรียนรู้ร่วมกัน และอยากให้ทุกคนช่วยกันเยียวยาสังคมที่กำลังบอบช้ำอยู่นี้เพื่อลูกหลานของพวกเราในวันข้างหน้า ขอนำบางส่วนของบทสัมภาษณ์ที่ผู้สื่อข่าวคมชัดลึก (ฉบับวันเสาร์ที่ 14 กรกฎาคมนี้ ) ซึ่งมีโอกาสพูดคุยกับคุณสาวิณี ปะการะนัง คุณแม่ของ"หมูแฮม" ซึ่งมีเนื้อหาที่สามารถสะท้อนเหตุแห่งปัญหาได้เป็นอย่างดี ********
ยามนี้ ชื่อของ สาวิณี ปะการะนัง ถูกเอ่ยถึงอีกครั้ง ในฐานะแม่ และ (อดีต) เมีย ในภาวะที่หนักหน่วงเหลือเกิน อยากให้ลองมารู้จัก และสัมผัสความรู้สึกของหัวอก "คนเป็นแม่" ดูสักนิด * * * * * ก่อนหน้านี้ไม่ค่อยเห็นออกงาน ทำอะไรบ้างคะ เอ๋ ใช้ชีวิตเป็นแม่บ้าน เงียบๆ ดูแลลูก ดูแลน้องแฮม มีงานเป็นช่วงๆ มีละครบ้าง ทำธุรกิจส่วนตัวนิดหน่อย เป็นพวกเครื่องสำอาง ทำของตัวเองใช้ชื่อ "สาวิณี" ไม่ได้วางขาย ขายตรงมากกว่า เราไม่ได้โปรโมทอะไรมากมาย ปากต่อปาก ไม่ได้เงินตรงนี้เท่าไร ทราบว่าไม่ได้อยู่กับลูกๆ แบ่งเวลาดูแลกันอย่างไร เป็นความต้องการของคุณพ่อเขา ตั้งแต่แยกทางแล้ว เขาไม่อยากให้เจอด้วยซ้ำไป เอ๋ต้องทำทุกอย่างเพื่อที่จะให้เจอลูกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เราเป็นผู้หญิงพยายามทำหลายอย่างเพื่อดูแลตัวเองด้วย เอ๋มีคอนโดอยู่ในกรุงเทพฯ เด็กๆ ก็เรียนหนังสือกัน ลูกอยู่โรงเรียนประจำ กว่าจะมีเวลาให้เรา ก็วันศุกร์-เสาร์ เราไปรับเขาที่โรงเรียน คุณพ่อเขาก็เป็นพักๆ ไม่ค่อยปล่อย อดีตสามีเป็นคนเจ้าระเบียบหรือคะ คำว่าเจ้าระเบียบเป็นยังไงไม่ทราบ ต้องดูเองดีกว่านะคะ พอจะบอกสาเหตุที่เลิกกันได้ไหมคะ แต่งงานแล้วก็ต้องทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่มีใครคิดว่าจะเลิกกัน อยู่ที่ว่าเราไม่สามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้ ถ้าอยากให้เกิดขึ้นคงไม่มีลูกถึง 3 คนมังคะ สาเหตุที่ทำให้อยู่ด้วยกันไม่ได้ เอ๋คิดว่าคำถามนี้ทุกคนก็น่าจะได้คำตอบอยู่แล้ว ถ้าหากดูจากทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นเวลานี้ คนคงเข้าใจดี ไม่อยากคอมเมนท์มาก แล้วก็แล้วกันไป ตอนนี้เป็นห่วงลูก ไม่อยากให้กระทบกระเทือน ไม่อยากให้คิดมาก เรื่องนี้มีส่วนที่ทำให้ลูกเครียดหรือเปล่าคะ เอ๋ คิดว่าวันเวลา...คือต้องมองทั้ง 2 ด้านว่าทำไมต้องเป็นอย่างนี้ วันนี้เขาอาจจะยังไม่เข้าใจ วันหนึ่งเขาจะรู้ และเข้าใจดีกว่านี้ เราพยายามทำดีที่สุดแล้วเหมือนกัน เอ๋คิดว่าพ่อแม่เลิกกัน ยังไงทุกคนก็ต้องคิดมากอยู่แล้ว ลูกๆ ก็เหมือนกัน หมูแฮมเริ่มมีอารมณ์ผิดปกติตั้งแต่เมื่อไรคะ ไม่ใช่นะคะ เขาชักเฉยๆ เป็นตอนเล็กๆ ชักแค่ 2 หน เด็กคนอื่นก็คงเป็นเหมือนกัน ตอนนั้นหมูแฮมอายุประมาณก่อนขวบหรือขวบกว่านี่แหละค่ะ เขาไข้ขึ้นสูงเลยชัก ตอนชักอีกครั้งก็ยังเล็กอยู่ มาครั้งนี้ ไม่แน่ชัดว่าเกิดจากอะไร เขายังปะติดปะต่ออะไรไม่ค่อยดีอยู่เลย เอ๋ไม่ได้พูดเลี่ยง แต่ไม่รู้เรื่องนี้โดยแท้จริง จากความรู้สึกจริงๆ ต้องให้ทางหมอช่วย คล้ายๆ ว่าเขาช็อก แต่จะว่าเป็นอะไรอย่างไร เราคงตอบแทนเขาไม่ได้ ตอนเกิดเหตุลูกสาวอีกคนอยู่กับหมูแฮมด้วย ตอนนี้อยู่ที่ไหนคะ เขาไปแข่งบัลเลต์ ที่ออสเตรเลีย คงประมาณอาทิตย์กว่าถึงจะกลับ ลูกๆ สนิทกันไหมคะ แฮมรักน้องมากๆ พี่ชายเขารู้ความฝันของน้อง ว่าอยากจะไปแข่งบัลเลต์ ก็พยายามไปรับส่งน้อง เพราะเรียนโรงเรียนประจำ ก็หนักหน่อย เรียนเสร็จก็รับน้องมาซ้อมบัลเลต์ ซ้อมเสร็จก็ไปส่งที่โรงเรียน รับๆ ส่งๆ อย่างนี้ตลอด เป็นน้องคนกลางที่เป็นออทิสติกใช่ไหมคะ ไม่ใช่ค่ะ คนนี้คนเล็กชื่อแบมบี้ อายุ 14 ปี ห่างจากแฮม 6 ปี คนกลางชื่อสแปม อ่อนกว่าแฮมปีกว่า เป็นออทิสติก คือไม่ได้เรียน เขาไม่พูด พยายามกระทบเขาให้น้อยที่สุด เด็กๆ ก็เป็นห่วงกัน พี่น้องรักกันทุกคน สแปมรู้ไหมว่าพี่ชายเกิดเรื่อง ตอนนี้น้องสแปม เฝ้าแฮมที่โรงพยาบาลค่ะ มีวิธีการเลี้ยงลูกอย่างไรคะ จริงๆ เราเองไม่ได้มีมาตรฐานว่าจะดีหรือไม่ดี แต่พยายามทำทุกอย่างด้วยใจ เวลามีน้อยที่อยู่กับลูก ก็พยายามบอกโน่นบอกนี่ให้มากที่สุด ตอนแยกกัน ตอนนั้นลูกๆ อายุเท่าไรคะ ตอนนั้นแฮมอายุ 6 ขวบ แต่เราไม่เคยหายขาดจากกันไปไหน ชีวิตคู่เป็นเหมือนนางฟ้าตกสวรรค์ได้ไหมคะ เอ๋ คิดว่าเป็นชีวิตที่ปกติ ไม่ต่างจากคนอื่นมั้งคะ ทุกคนก็มีทั้งขึ้นทั้งลง คงไม่ได้ตกทีเดียว เอ๋ว่าชีวิตทุกคนก็ลำบาก มีทั้งสุข ทั้งทุกข์ ที่ทุกข์ที่สุดในชีวิตเรื่องอะไรคะ ทุกข์ที่สุดก็เรื่องลูกนี่แหละ หมูแฮมคุยอะไรกับแม่บ้าง เขาบอกว่าถ้าทำได้ด้วยตัวเองก็จะทำ แฮมอยากไปเยี่ยมคนไข้ด้วยตัวเอง อยากมาก แต่สุขภาพของเขาไม่พร้อมทีเดียว รอให้ดีกว่านี้ก่อน ตอนนี้เขายังกังวลกับทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวหมดเลย ปะติดปะต่อไม่รู้เรื่อง แต่อาการดีขึ้นแล้ว ให้อ่านหนังสือพิมพ์หรือดูข่าวหรือเปล่า อ่านพอประมาณ เอ๋กลัวสภาพจิตใจ ค่อยๆ ให้เขารู้ แต่ก็ไม่อยากจะปิดทีเดียว ต้องให้เขารู้ในสิ่งที่ทำ ลูกชายมีนิสัยใจคออย่างไร คนมองว่าใจร้อน เป็นคนเจ้าอารมณ์หรือเปล่า จิตใจเขาไม่ได้เป็นอย่างนั้น ทำลงไปโดยไม่รู้ตัว เขาก็พูดออกมาว่า แฮมเสียใจมากๆ แฮมไม่อยากให้คนอื่นเจ็บ ถ้าเป็นแฮมได้จะง่ายกว่าเยอะเลย ต้องให้เขาเรียบเรียงตรงนั้นเองจะดีกว่า แฮมเป็นคนที่ห่วงน้อง รักคนรอบข้าง เอ๋ไม่ได้เลี้ยงลูกแบบสปอยล์ ไม่มีแม่คนไหนที่อยากเลี้ยงลูกอย่างคุณหนู เอ๋เลี้ยงด้วยใจ ทำให้ดีที่สุดเท่าที่ตัวเองมีความสามารถ และความรู้ ได้ปรึกษาคุณกัณฑ์เอนกบ้างไหม ก็คุยกันอยู่ว่าทำอะไรให้ได้มากที่สุด ก็ประสานเรื่องลูก ยังไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร ต้องออกทุกวัน วันหนึ่งต้องเยี่ยมคนเจ็บหลายโรงพยาบาล บางทีไปได้ 2 ราย อย่างปากน้ำ จ.สมุทรปราการ ไกลมากๆ รถก็ติดมากด้วย พยายามทำให้ดีที่สุด ให้ทุกฝ่ายเข้าใจ แต่การให้สัมภาษณ์ของคุณกัณฑ์เอนกแต่ละครั้ง เหมือนจะทำให้เรื่องบานปลาย (ถอนหายใจ) เอ๋เองก็อ่อนใจ ความคิดเห็นบางทีไม่หมือนกัน พูดกันแล้ว ไม่เข้าใจว่าทำไม เอ๋แยกทางกับเขามาจะเป็น 10 ปี เอ๋พูดอะไรมากไม่ได้ สื่อคงเดาๆ ได้ว่าเพราะอะไร จะออกความคิดเห็นตรงนั้นไม่ได้ ก็ขอทำตรงนี้ ในหน้าที่ของแม่ด้วยใจ ด้วยความรัก ด้วยความเป็นห่วงทุกๆ คน เป็นหัวอกแม่ ที่ต้องทำแทนลูกทุกอย่าง อย่าพูดอย่างนั้นเลย เราไม่ได้เป็นแม่ลูก 2 คนเท่านั้นที่เดือดร้อน คนที่บาดเจ็บหรือเสียไปก็เป็นแม่คนเหมือนกัน เขาก็รักและเป็นห่วงลูกไม่ต่างกัน เอ๋กับลูกพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ให้เร็วที่สุด ทุกวันนี้เยี่ยมลูกตัวเองน้อยกว่าคนอื่นอีก เมื่อวานเยี่ยมแฮมแค่ 10 นาทีเอง มีเวลาให้ลูกตัวเองน้อยมาก ตอนนี้เหมือนจะเป็นไข้ ล้าเหมือนกัน ไปไหนก็ขับรถไปเอง บางทีน้าว่างก็ไปเป็นเพื่อน ถ้าไม่ว่างก็ไปคนเดียว หลังจากนี้ จะทำอย่างไรต่อไป ก็พยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เท่าที่คนคนหนึ่งจะทำได้ เท่าที่ความสามารถเราจะมี ดูแลลูก และทำแทนลูก ไปเยี่ยมคนเจ็บ ไปงานศพผู้เสียชีวิต คนเราเลี้ยงลูกมา เราจะพูดแทนลูกหมดทุกอย่างคงเป็นไปไม่ได้ แต่ก็เข้าใจกระแสสังคม ไม่อยากจะขอร้องใครเลย เอ๋มีความรู้สึกว่าทำให้ใครหลายคนเสียใจ บาดเจ็บ แม้ไม่ได้ทำเอง แต่เขาเป็นลูกเรา คนอื่นบาดเจ็บเพราะลูกเรา |