พิมพ์หน้านี้
|
เราได้ยินเสียงบ่นเกี่ยวกับ"น้ำเน่า"ของรายการทีวีบ้านเรามานาน ไปถามเถอะ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของสถานีโทรทัศน์ คนทำรายการทีวี เอเยนซี่โฆษณา หรือเจ้าของสินค้าทั้งหลาย ร้อยทั้งร้อยตอบเหมือนกันหมด คืออยากเห็นโทรทัศน์มีรายการดีๆ สำหรับเด็กและครอบครัว แต่ถามว่าใครจะเป็นคนทำให้รายการดีๆ ที่ว่าเกิดขึ้นและอยู่รอดได้ ดูเหมือนจะไม่มีใครมีคำตอบหรืออยากจะตอบ เพราะฉะนั้นจึงไม่ต้องประหลาดใจที่กลุ่มคนที่ออกมาโวยวายเสียงดังที่สุดเมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติให้จำกัดเวลาการออกอากาศรายการทีวีที่ถูกจัดให้อยู่ในประเภทที่มีผลกระทบเชิงลบและมีอิทธิพลไม่สร้างสรรค์ต่อเด็กและเยาวชน คือกลุ่มเดียวกับคนที่อ้างว่าเมืองไทยควรมีรายการดีๆ สำหรับเด็กและเยาวชน น่าเห็นใจคนที่เป็นพ่อแม่ทุกวันนี้ เวลาที่ครอบครัวอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันมากที่สุดก็คือเวลาเย็นหรือหัวค่ำ ซึ่งเป็นเวลาที่พ่อแม่ลูกควรจะมีรายการโทรทัศน์ดีๆ และสร้างสรรค์ดูด้วยกัน นั่นเป็นเวลาที่เด็กๆ และเยาวชนควรจะเรียนรู้ชีวิตและความเป็นไปในสังคมจากละคร ภาพยนตร์หรือสารคดีหรือแม้แต่รายการข่าวที่มีสาระและเสริมสร้างความรู้ โดยมีพ่อแม่หรือผู้ใหญ่ให้คำแนะนำ แต่ที่ไหนได้ เวลาที่เด็กๆ นั่งอยู่หน้าจอทีวีมากที่สุดทุกวันนี้ กลับเป็นเวลาที่เจ้าของสถานีและคนทำรายการทีวีต้องการเสนอรายการที่ทำเงินให้ได้มากที่สุด
คนในวงการทีวีจึงเรียกเวลาสำหรับทำเงินทองในช่วงหัวค่ำว่า" ไพรม์ไทม์" (คือเวลาระหว่าง18.00 - 22.00 น.)ซึ่งได้กลายเป็นเวลาสำหรับรายการประเภทละครน้ำเน่าที่ทุกฉากต้องมีการแสดงความอิจฉาริษยา ความฟุ้งเฟ้อ การโวยวายใส่กันด้วยภาษาหยาบคายของตัวละคร หรือไม่ก็เป็นเกมโชว์ไร้สาระ ขายดาราที่ไม่มีอะไรมากไปกว่าความเป็นพระเอกนางเอกหรือตัวตลกที่หากินกับการแสดงอาการทะลึ่งตึงตัง เพราะรายการแบบนี้ มันผลิตง่าย ไม่ต้องใช้ความสามารถหรือจินตนาการอะไรเป็นพิเศษ มีสูตรสำเร็จในตัวที่ใช้หากินได้มาตลอด บ้านไหนโชคดีมีฐานะหน่อยก็มีทางเลือกหันไปดูช่องที่ต้องเสียค่าสมาชิก แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่มีทางเลือกก็ต้องทนกับรายการน้ำเน่า ดูไปดูมาก็ติดกันทั้งพ่อแม่และลูกๆ อย่างช่วยอะไรไม่ได้ ต้องชมเชยกระทรวงพัฒนาสังคมและทรัพยากรมนุษย์ของคุณไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ที่พยายามผลักดันจนคณะรัฐมนตรียอมจัดเรทติ้งทีวีเป็นครั้งแรก แต่การจัดเรทติ้งโดยไม่กำหนดช่วงเวลาการออกอากาศของรายการคงช่วยอะไรได้ไม่มาก เพราะทำไปทำมา รายการที่ถูกจัดให้อยู่ในประเภทที่ต้องมีผู้ใหญ่คอยแนะนำหรือเป็นรายการเฉพาะเพราะมีเนื้อหาไม่เหมาะสมสำหรับเด็ก ก็ยังออกอากาศในช่วงที่เด็กๆ และเยาวชนนั่งอยู่หน้าจอทีวีมากที่สุด พอกันทีเถอะครับ ที่ผู้ผลิตรายการทีวีทั้งหลายชอบอ้างว่าชาวบ้านทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน กลับมาบ้านไม่อยากดูอะไรเครียดๆ อยากจะผ่อนคลายไปกับละครน้ำเน่าหรือรายการไร้สาระ เพราะมันไม่ใช่ความต้องการของชาวบ้าน แต่มันเป็นการยัดเยียดของคนทำรายการและเจ้าของสถานีมากกว่า หรือว่าคนผลิตรายการทีวีบ้านเราทุกวันนี้ไม่มีความสามารถพอที่จะทำรายการทีวีที่มีสาระไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อเด็ก และผู้ใหญ่ก็สามารถดูด้วยความสนุกและผ่อนคลาย หรือคนผลิตยอมรับว่านอกจากละครทีมีฉากตบตีกัน ฉากแย่งผัวแย่งเมีย หรือฉากคนใช้นินทาเจ้านายแล้ว จนด้วยปัญญาที่จะสร้างละครที่มีเนื้อหาและรูปแบบดีกว่านี้ น่าเสียดายที่บ้านเรามีนักผลิตรายการทีวีรุ่นใหม่แถมยังมีดาราที่น่าจะมีความคิดความอ่านเข้าสู่วงการมากมาย เพราะน้ำเสียงของคนเหล่านี้ที่ออกมาโจมตีกลุ่มผู้ปกครองและนักวิชาการที่พยายามผลักดันให้มีกำหนดช่วงเวลาการออกอากาศของรายการทีวีนั้นมันสวนทางกับภาพที่พยายามสร้างให้กับตัวเอง มันส่อให้เห็นชัดว่าไม่ได้มีสำนึกทางด้านสังคมอย่างแท้จริง ห่วงแต่จะผลิตรายการที่มีคนดูเยอะๆ ได้โฆษณามากๆ และจะพูดถึงรายการดีๆ สำหรับเด็กและเยาวชนก็ต่อเมื่ออยู่ต่อหน้ากล้องทีวีหรือบนเวทีสัมมนาเท่านั้น ช่วยกันพิสูจน์หน่อยสิครับว่า คนทำทีวีเมืองไทยมีความสามารถผลิตรายการที่มีสาระ ดูกันได้สนุกทุกเพศทุกวัย ตัวละครไม่ต้องตบตีกัน ไม่ต้องแย่งผัวแย่งเมียกัน หรือพูดจาหยาบคายเข้าใส่กัน ถ้าคนดูเขาพัฒนาถึงขั้นเรียกร้องขอมีรายการแบบนี้ได้ ก็ต้องถามคนผลิตรายการทั้งหลายว่าทำได้หรือเปล่า (ขอบคุณภาพประกอบจาก TV4 KIDS ครับ) |
| เมื่อพี่ทำตัวเป็นศิลปิน | ||
อย่าทิ้งพี่ที่อยากเป็นศิลปินให้อยู่กับน้องตามลำพังเป็นอันขาด |
||
|
View All |
||
| ในเมื่อนักการเมืองยังเปลี่ยนใจได้... | ||
ไม่ต้องสงสัยเลยครับว่าทำไม ประชัย ถึงได้ทิ้ง "ป๋าเหนาะ" ได้ลงคอ |
||
|
View All |
||
| << | กรกฎาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | 31 | ||||