พิมพ์หน้านี้
|
นอกจากต้องดิ้นแล้ว บรรดาแกนนำทั้งหลายยังต้องหาคำพูดที่ฟังแล้วเก๋ไก๋เพื่อไม่ให้มีภาพว่าต้องทำทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด ฟังแล้วไม่ให้ชาวบ้านมีความรู้สึกว่าพร้อมจะทำอะไรก็ได้เพื่อให้อดีตเจ้านายใหญ่ที่มีงานอดิเรกบริหารสโมสรฟุตบอลอยู่ที่อังกฤษโน้นมีที่ยืนทางการเมือง หมอเลี้ยบ บอกกับหนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ ว่าการเมืองไทยหมดเวลาของการแก้แค้นแล้ว หมดเวลาของการแบ่งซ้ายแบ่งขวาแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าบรรดาอดีตฝ่ายซ้ายที่เคยเข้าป่าเพราะอุดมการณ์จะวิ่งเข้าหาคุณสมัคร สุนทรเวช เพื่อเชื้อเชิญให้มาเป็นหัวหน้าพรรค พลังประชาชน ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก อุดมการณ์หรือจุดยืนทางการเมืองที่แตกต่างกันไม่ใช่ประเด็นเพราะเป้าหมายคือการนำประชาธิปไตยกลับมา ถ้าฟังแบบผิวเผินมันก็ดูดี แต่ถ้าฟังจริงๆ และฟังแบบรู้เบื้องหน้าเบื้องหลังและธาตุแท้ของแต่ละคน มันเป็นคนละเรื่องกับที่ หมอเลี้ยบ พยายามบอกกับสาธารณชน เพราะประชาธิปไตยในความหมายของอดีตไทยรักไทยทั้งหลายก็คือประชาธิปไตยที่ต้องมีทักษิณเป็นใหญ่ ถึงจะไม่พูดออกมาตรงๆ แต่พฤติกรรมที่แสดงออกมันฟ้อง และที่ต้องเอาสมัครร่วมขบวนด้วยก็ไม่มีเหตุผลอะไรมากไปกว่าการเอาคนที่กล้าท้ากล้าชนกับกลุ่มอำนาจปัจจุบันมาเป็นพวก ไม่ใช่เพื่อหลักการประชาธิปไตยอะไรแม้แต่น้อย มาถึงวันนี้คงเปล่าประโยชน์ที่จะไปทวงถามความเป็นอดีตผู้นำนักศึกษาของ หมอเลี้ยบ และแกนนำคนอื่นๆ ในกลุ่มที่เคยต่อสู้กับอำนาจเผด็จการในอดีต เปล่าประโยชน์ที่จะถามว่า หมอเลี้ยบ และเพื่อนนักการเมืองรุ่นเดียวกันว่ารู้สึกอย่างไรกับนักการเมืองที่เคยหัวเราะด้วยความสะใจที่เพื่อนนักศึกษาของ หมอเลี้ยบ ถูกฆ่าอย่างเหี้ยมโหดในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม เสมือนหนึ่งคนเหล่านั้น สมควรตาย และก็เปล่าประโยชน์ที่จะถามว่า รู้สึกอย่างไรกับนักการเมืองที่กระโดดเข้าหาทหารที่ทำการปฏิวัติหลังเหตุการณ์สังหารหมู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เพื่อรับตำแหน่งรัฐมนตรีที่มีหน้าที่หลักในการไล่ล่าบรรดานักศึกษาฝ่ายซ้ายและจัดการกับสื่อมวลชน ถ้าคนอย่าง หมอเลี้ยบ สามารถทำงานรับใช้ ระบอบทักษิณ ได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ ก็คงไม่ต้องไปทวงถามอะไรมากมายเกี่ยวกับประชาธิปไตย เพียงแต่ว่าได้อ่านบทสัมภาษณ์แล้วมันมีความรู้สึกว่านักการเมืองบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นรุ่นเก่ารุ่นใหม่ ไม่ได้แตกต่างกันเลย พร้อมจะพูดทุกอย่างและทำทุกอย่าง ถ้าตัวเองได้ประโยชน์ เพราะฉะนั้นถ้า หมอเลี้ยบ และบรรดาเพื่อนๆ อดีตฝ่ายซ้าย จะยอมทำตัวเป็นลูกน้องของสมัคร ก็ไม่เห็นจะน่าประหลาดตรงไหน เพราะถ้าอยู่กับทักษิณได้แบบไม่ต้องแคร์ว่าชาวบ้านจะว่าอย่างไร ทำไมจะรับใช้นักการเมืองอย่างสมัครไม่ได้ เพียงแต่อย่าอ้างว่าทำไปเพื่อประชาธิปไตยก็แล้วกัน
|