พิมพ์หน้านี้
|
เห็นมาดสมัคร สุนทรเวช ปรากฏตัวที่ทำการของกลุ่มไทยรักไทยเมื่อวันก่อนแล้ว ไม่ต้องสงสัยเลยครับว่าคงไม่ได้มาร่วมในฐานะเป็นสมาชิกธรรมดาๆ แน่ ยิ่งยืนยันด้วยตัวเองว่าได้ติดต่อกับอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตรมาตลอด ก็ยิ่งจัดเสียยิ่งกว่าชัดว่า ตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชาชนนั้นได้มีการมอบหมายกันอย่างไม่ทางการผ่านเจ้านายใหญ่ตัวจริงจากลอนดอนเรียบร้อยไปแล้ว เพราะฉะนั้นไม่ต้องมาอ้างกันอีกว่า ได้ล้างมือทางการเมือง ขออยู่เงียบๆ กับครอบครัวในเมืองผู้ดี มิน่าเล่า บรรดาอดีตนักต่อสู้เพื่ออุดมการณ์ ไม่ว่าจะเป็น จาตุรนต์ ฉายแสง สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี หรือ สุธรรม แสงประทุม จึงต้องรีบแสดงอาการลุกลีลุกลนต้อนรับคุณสมัครราวกับเป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์มาแต่ปางก่อน แม้แต่วีระ มุสิกพงษ์ เจ้าของหนังดัง ไอ้ซ่า...จอมเนรคุณ ยังพูดอะไรไม่ออกสักคำ แกล้งทำเซ่อไม่รู้ไม่ชี้ว่าคนที่ตัวเองเคยด่าแบบไม่มีอะไรดีไว้เมื่อ 20 กว่าปีก่อนตอนนี้กำลังทำท่าจะขึ้นมาเป็นหัวหน้าอดีตเพื่อนร่วมพรรค เสียดายที่ ไอ้ซ่า...จอมเนรคุณ ของคุณวีระไม่มีโอกาสได้ฉายในโรงหนังเพราะถูกแบนเสียก่อน เลยไม่รู้ว่าตัวละครเอกที่ชื่อ สะกัด นั้นมันเลวแบบสุดๆ จนต้องสร้างหนังประจานแค่ไหน ที่หนังเรื่องนี้ถูกเซ็นเซอร์เพราะ จอมเนรคุณ ในเรื่องดันไปมีหน้าตาและชื่อเหมือนกับว่าที่หัวหน้าพรรคการเมืองที่เป็นผลผลิตของท่อน้ำเลี้ยงจากลอนดอน และก็ดันมีหน้าตาและชื่อเหมือนกับนักการเมืองฝีปากกล้ารับใช้เผด็จการในยุค 6 ตุลาคม 2519 ที่เคยออกทีวีและวิทยุหลังการฆาตกรรมหมู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประณามคนอย่าง หมอมิ้ง สุธรรม จาตุรนต์ หมอเลี้ยบ และเพื่อนๆ นักศึกษาทั้งหลายในสมัยนั้นว่าเป็น พวกหนักแผ่นดิน แถมยังเป็นพันธมิตรกับอดีตพระชื่อดังเจ้าของวลีดัง ฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาป อยากรู้เหมือนกันว่าจาตุรนต์และอดีตสหายร่วมอุดมการณ์ทั้งหลายคิดอะไรในใจในวันที่ต้องทำหน้าชื่นตาบานต้อนรับสมัคร สุนทรเวช ในฐานะว่าที่หัวหน้าพรรคซึ่งอ้างว่าได้อาสากับทักษิณมาดูแลน้องๆ ตามบทภาพยนต์ ไอ้ซ่า...จอมเนรคุณ เท่าที่รู้ ช่วงเหตุการณ์ 6 ตุลา ไอ้ซ่า ที่ว่านี้เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการขวาพิฆาตซ้าย ที่ทำเอาบรรดานักศึกษาทั้งหลายต้องหนีหัวซุกหัวซุน ไม่เข้าป่าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์ก็เตลิดเปิดเปิงไปคนละทิศละทาง แต่ขบวนการขวาพิฆาตซ้ายก็ฆ่าได้แต่คน แต่ฆ่าความคิดไม่ได้ เพราะฆ่าไปสิบเกิดเป็นแสน (ว่าไปตามสโลแกนของฝ่ายซ้ายในยุคนั้น) ทำให้เหล่าอดีตสหายทั้งหลายลอยนวลมาได้จนถึงทุกวันนี้ และก็ไม่น่าเชื่อนะครับว่า ถึงแม้ต้องใช้เวลาถึง 30 ปี ขบวนการขวาพิฆาตซ้ายก็ยังสามารถทำงานบรรลุเป้าหมายจนได้ ประสบผลสำเร็จถึงขั้นถอนรากถอนโคนซากแดนของขบวนการฝ่ายซ้ายที่ยังหลงเหลืออยู่จนหมดเกลี้ยง ถ้าคนอย่างจาตุรนต์ สุธรรม หรือหมอเลี้ยบ ต้องเรียกสมัครว่า ท่านหัวหน้า ถ้าไม่ถือว่าเป็นชัยชนะของขบวนการขวาพิฆาตซ้ายก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรแล้ว
|