พิมพ์หน้านี้
|
คงเป็นข่าวอีกหลายสัปดาห์ครับใครจะขึ้นมาเป็นแม่ทัพบกคนใหม่แทน พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน แม่ทัพบก (และผู้นำเหล่าทัพอื่นๆ) เป็นตำแหน่งที่หอมหวานที่ใครๆ ก็อยากได้ไปครอบครอง ในอดีตบางครั้งถึงขั้นต้องฆ่าเพื่อนหรือเหยียบหัวใครขึ้นมาก็ต้องทำ บางคนปากก็พูดว่าตำแหน่งไหนในกองทัพได้ทั้งนั้น ขอให้ได้ทำงานรับใช้ชาติก็พอใจแล้ว แต่พอชวดตำแหน่งที่หมายตาเอาไว้ก็แทบเสียผู้เสียคนทีเดียว ชาวบ้านอย่างเราๆคงอดสงสัยไม่ได้เหมือนกันว่า เมื่อไรการแต่งตั้งตำแหน่งสำคัญๆ ในกองทัพ มันจะมีระบบ และขั้นตอนที่ไม่ต้องขึ้นอยู่กับอำเภอใจหรือความต้องการของใครคนใดคนหนึ่ง เพราะทำไปทำมา ทุกวันนี้คนที่จะขึ้นมาเป็นผู้นำเหล่าทัพได้ ก็ต้องเป็น เด็ก ของคนโน้นคนนี้ หรือไม่ก็มีผู้ใหญ่ ฝากหรือดันขึ้นมา หรือเพราะอาวุโสสูงกว่าเพื่อน น้อยครั้งนักที่คนที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำเหล่าทัพได้เป็นเพราะเป็นนายทหารมีความรู้ ความสามารถมีวิสัยทัศน์และความสามารถในการบริหารที่จะให้กองทัพพัฒนาขึ้น มีความเป็นทหารอาชีพ มากขึ้น ไม่ตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มการเมืองหรือกลุ่มอำนาจต่างๆ ถ้าจะเทียบกับบริษัทเอกชนตำแหน่ง ผบ.ทบ. ก็คงเป็นตำแหน่งซีอีโอ แน่นอนครับ คนที่เป็นเบอร์สองหรือเบอร์รองๆ ลงไป ก็ย่อมอยากจะมี โอกาสได้ขึ้นมาเป็นใหญ่แทน ถ้าคนที่นั่งเก้าอี้ตัวนั้นอยู่เกษียณไปหรือมีอันต้องกระเด็นออกไป แต่บริษัทเอกชนใหญ่ๆที่ประสบความสำเร็จ จะไม่ปล่อยให้ผู้บริหารระดับรองๆ ลงมา ออกมาให้สัมภาษณ์ หรือเที่ยวเดินบอกกับพนักงานว่า ตัวเองเหมาะที่จะเป็นซีอีโอคนต่อไป และถ้าไม่ได้ก็มีปัญหาแน่ คณะกรรมการบริหารบริษัทย่อมต้องคัดเอาคนที่เชื่อว่ามีความสามารถและประสบการณ์มากที่สุด ขึ้นมาเป็นซีอีโอ แต่เท่านั้นยังไม่พอ ยังต้องเป็นคนที่มีความเป็นผู้นำและมีศักยภาพ ที่จะนำบริษัทไปข้างหน้า เพราะฉะนั้นคำถามสำคัญสำหรับใครที่จะขึ้นมาเป็น ผบ.ทบ. ควรจะอยู่ที่ว่านายทหารคนนั้น มีความสามารถ และความตั้งใจที่จะทำให้กองทัพดีขึ้นได้อย่างไร ที่ผ่านมาดูเหมือนว่าคำถามไม่ใช่อยู่ที่ว่าผมทำอะไรให้กับ กองทัพได้บ้าง แต่อยู่ที่กองทัพทำอะไรให้ผมได้บ้าง เพราะเป็นที่รู้ๆ กันว่าหลายคนอยากขึ้นมาเป็นใหญ่ เพียงเพื่อ ต้องการมีตำแหน่งและอำนาจเพื่อตัวเองและคนรอบข้าง และเพื่อ ชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล บางคนขึ้นมาเป็นแม่ทัพโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าภารกิจของตัวเองคืออะไร เพียงแค่ขอให้ได้ เป็นแม่ทัพเพราะ บังเอิญถึงคิวตัวเองหรือเพราะอาวุโสสูงสุด หรือเพราะมีคนดันขึ้นมา และบางคนรู้ทั้งรู้ว่าเหลือเวลาอีก เพียงปีเดียวก็จะเกษียณอยู่แล้วก็ยังอยากจะขึ้นมาเป็นใหญ่อยู่ดี หนึ่งปีในตำแหน่งสำคัญอย่างผบ.ทบ. จะทำอะไรได้ แค่เดินทางเยี่ยมหน่วยทหารและแนะนำตัวกับ ผู้นำเหล่าทัพเพื่อนบ้าน (นี่ยังไม่นับงานเดินทางเพื่ออำลาตำแหน่งอีก และไหนต้องมานั่งดูรายชื่อโยกย้าย นายทหารก่อนเกษียณอีก) ก็หมดเวลาไปหลายเดือนแล้ว จะมีเวลาหรือมีสมาธิที่ไหนมาคิดถึงเรื่องสร้างสรรค์เพื่อพัฒนากองทัพ เราได้ยินผู้นำเหล่าทัพพูดมาเป็นปีๆแล้วว่าอยากจะทำให้กองทัพไทยมีประสิทธิภาพ และมีความทันสมัย และคนในกองทัพมีความเป็นทหารอาชีพมากขึ้น แต่จนแล้วจนเล่าก็ยังไม่ไปไหน เพราะตราบใดที่การคัดเลือกคนที่จะขึ้นมาเป็นผู้นำเหล่าทัพยังทำกันแบบเก่าๆอยู่ ยังยึด ความอาวุโส หรือยึดตัวบุคคลอยู่ ก็คงยากที่จะได้เห็นความเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นถ้าคิดจะปรับโครงสร้างกองทัพกันจริงๆ สงสัยอาจจะต้องเริ่มต้นด้วย การปรับวิธีการคัดเลือกผู้นำเหล่าทัพก่อนที่คิดจะทำอย่างอื่น |
| เมื่อพี่ทำตัวเป็นศิลปิน | ||
อย่าทิ้งพี่ที่อยากเป็นศิลปินให้อยู่กับน้องตามลำพังเป็นอันขาด |
||
|
View All |
||
| ในเมื่อนักการเมืองยังเปลี่ยนใจได้... | ||
ไม่ต้องสงสัยเลยครับว่าทำไม ประชัย ถึงได้ทิ้ง "ป๋าเหนาะ" ได้ลงคอ |
||
|
View All |
||
| << | สิงหาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | |||
| 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 |
| 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 |
| 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 |
| 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | |