พิมพ์หน้านี้
|
ถ้าลองนักการเมืองที่ผ่านร้อนผ่านหนาวทางการเมืองมาอย่างโชกโชนอย่างหัวหน้าพรรคชาติไทย บรรหาร ศิลปอาชา ออกมาประทับตรารับรองว่าเงินซื้อประเทศไทยได้ ชาวบ้านอย่างเราๆ ก็คงไม่ต้องสงสัยเลยว่า การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 23 ธันวาคมนี้ จะเป็นเวทีให้พรรคการเมืองบางพรรค (หรือคนที่อยู่เบื้องหลังพรรคการเมือง) ทุ่มเงินเพื่อยึดบ้านเมืองให้เป็นสมบัติของตัวเองอีกรอบหนึ่ง ถึง เสี่ยเติ้ง จะไม่เอยชื่อว่าใครจะมีเงินมากพอเป็นหมื่นล้านในกระเป๋าที่จะควักออกมาซื้อประเทศได้ มันก็เดาไม่ยากว่าหมายถึงใคร เพราะรู้ๆ กันอยู่ว่าจะมีคนสักกี่คนที่มีเงินมากขนาดนั้น และจะมีสักกี่คนที่กระหายอยากจะเป็นเจ้าของประเทศถึงขั้นยอมทำทุกอย่างเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ยิ่งสมัคร สุนทรเวช ออกมายืดอกยอมรับว่าเป็น นอมินี ของคนที่กำลังลี้ภัยการเมืองอยู่ในกรุงลอนดอน ก็ยิ่งชัดเจนเข้าไปใหญ่ว่าใครกำลังเตรียมใช้เงินซื้อประเทศไทยอีกรอบ และเป็นการยืนยันว่าที่อ้างมาตลอดเวลาว่าหยุดแล้ว ไม่เล่นการเมืองอีกแล้ว เป็นเรื่องโกหกทั้งนั้น แต่คำถามใหญ่ที่ต้องมีคนตอบคือ ทำไมคนที่มีอำนาจในประเทศขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ถึงได้ปล่อยให้บ้านเมืองตกอยู่ในภาวะที่จะมีคนเอาเงินมาซื้อได้ เกือบหนึ่งปีที่ผ่านมาหลังการปฏิวัติ 19 กันยายน มัวแต่ทำอะไรกันอยู่ แทนที่จะใช้อำนาจที่มีอยู่ในมือถอนรากถอนโคนมรดกของกลุ่มอำนาจเก่าให้สิ้นซาก กลับทำเก้ๆ กังๆ ปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน คมช. เองก็มัวแต่เกรงอกเกรงใจใครก็ไม่รู้ ดาบที่อุตส่าห์เงื้อก็ยังไม่ได้ใช้ฟันใครให้เห็นดำเห็นแดงเสียที ส่วนรัฐบาล ขิงแก่ ก็เชื่องช้า เรื่องที่ควรทำก็ไม่ทำ เรื่องที่ไม่มีความเร่งด่วนก็ทำจนกลายเป็นเรื่องวุ่นวายขึ้นมา ชาวบ้านที่เป็น รากหญ้า จะอยู่กันอย่างไร จะถูกนักการเมืองครอบงำอย่างไร ก็ไม่สนใจ ข้อเสนอแนะจากคนที่หวังดีมากมาย ไม่ว่าจะจากคนในคณะกรรมตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) คนในสภานิติบัญญัติแห่งชาติหรือแม้แต่สื่อมวลชน ก็หายไปกับสายลม กว่าจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรก็ต้องรอให้กลุ่มอำนาจเก่าแสดงอิทธิฤทธิ์ในการลงประชามติรัฐมนูญเมื่อวันที่ 19 สิงหาคมเสียก่อน หรือกว่าจะรู้ตัวว่าคนที่ลี้ภัยอยู่ลอนดอนจะเอาคืนแน่ ก็ต้องรอให้หัวหน้าพรรค นอมินี อย่างสมัคร สุนทรเวช โผล่หน้าออกมาก่อน การลงประชามติเป็นเหตุการณ์ที่ตอกย้ำให้เห็นชัดเสียยิ่งกว่าชัดว่า กลไกลราชการเก่าๆ ที่โตขึ้นมาพร้อมกับ ระบอบทักษิณ ยังไม่ได้หายไปไหน ยังอยู่กันอย่างแน่นแฟ้นกับกลุ่มอำนาจเก่าเสมือนกำลังรอวันที่เจ้านายเก่าจะหวนกลับมา ยิ่งมาจับมือกับบรรดานักการเมืองที่เป็นผลผลิต และ นอมินี ของ ระบอบทักษิณ มันก็ยิ่งเป็นอาณาจักรทางการเมืองที่ไม่มีใครรู้ว่า คมช. จะเอาอยู่หรือเปล่า พอเห็นเค้าลางของอันตรายทางการเมือง คมช. ก็โยนความรับผิดชอบให้ประชาชนช่วยกันหาทางสกัดไม่ให้กลุ่มอำนาจเก่ากลับมาอีก อย่าไปโทษประชาชนเลยครับ ถ้าบรรดา นอมินี ทั้งหลายยังสามารถรักษาฐานอำนาจการเมืองให้กับเจ้านายที่กดปุ่ม รีโมท ต่อท่อน้ำเลี้ยงจากลอนดอนไว้ต่อได้เพื่อรอวันการกลับมาซื้อประเทศไทยอีกรอบ เพราะถ้ามันเกิดขึ้นจริงๆ คนใน คมช. ทั้งหลายและผู้นำรัฐบาล ขิงแก่ ที่ห่วงแต่ภาพลักษณ์ตัวเองนั่นแหละที่ต้องเป็นคนรับผิดชอบ ถ้าใช้ภาษาทางทหารก็ต้องบอกว่า ภาระกิจล้มเหลว
|