พิมพ์หน้านี้
|
ทำเอารัฐบาล ขิงแก่ และ คมช. งงเป็นแถวๆ ว่าอยู่ดีๆ ทำไมสหภาพยุโรปหรืออียูถึงได้เกิดสนอกสนใจการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นในบ้านเราในวันที่ 23 ธันวาคมนี้ ทำไมก่อนหน้านี้ไม่เคยแสดงทีท่าเจ้ากี้เจ้าการอยากจะเข้ามาขอมีเอี่ยวในการสังเกตการณ์การเลือกตั้งที่ผ่านๆ มา ทั้งๆ ที่เป็นที่รู้ๆ กันอยู่ว่าอำนาจรัฐและอำนาจเงินเข้าไปแทรกแซงแค่ไหน ถ้ายังจำกันได้ ก็บรรดาประเทศในอียูนั้นแหละที่ออกอาการนิยมชมชอบระบอบทักษิณอย่างออกหน้าออกตา พอๆ กับการแสดงอาการมึนตึงกับ คมช. หลังการปฏิวัติ 19 กันยายน เอะอะก็อ้างอย่างเดียวว่ารัฐบาลทักษิณมาจากการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นรับไม่ได้ที่อยู่ดีๆ ก็ถูกทหารยึดอำนาจ ไม่สนใจข้อเท็จจริงที่มีชาวบ้านออกมาเดินขบวนขับไล่ทักษิณเพราะทนไม่ได้กับการโกงกินบ้านเมืองและการเล่นพรรคเล่นพวกเพื่อผลประโยชน์ตัวเองและครอบครัว
ไม่รับรู้การบริหารประเทศแบบเผด็จการที่มุ่งทำลายขบวนการตรวจสอบและแทรกแซงเสรีภาพของสื่อและการทำงานขององค์กรอิสระ แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่เพราะเรื่องของประชาธิปไตยอย่างเดียวที่ทำให้รัฐบาลของบรรดาประเทศอียูรักทักษิณแบบสุดจิตสุดใจ จะบอกว่าประเทศเหล่านี้ตกเป็นเหยื่อของนโยบายประชานิยมของระบอบทักษิณก็คงไม่ผิด วันที่ทักษิณประกาศนโยบายเอาประเทศไทยมากระหน่ำขายแบบ มิดไนท์เซลส์ ลดแลกแจกแถมในนามของ เม็กกะโปรเจ็คส์ ไม่ว่าจะเป็นโครงการรถไฟฟ้า ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน และแม้แต่การพัฒนาระบบชลประทาน คนที่น้ำลายหกมากที่สุดก็ไม่พ้นบรรดานักการทูตและนักธุรกิจจากประเทศตะวันตกทั้งหลาย เพราะเห็นผลประโยชน์พันล้านหมื่นล้านรออยู่ข้างหน้า จึงไม่น่าแปลกใจที่คนเหล่าทำเป็นหูทวนลมกับเสียงสาปแข่งและเสียงขับไล่ทักษิณที่เริ่มดังกระหึ่มในขณะนั้น และก็ไม่น่าแปลกใจอีกเช่นกันที่ทำไมรัฐบาลของประเทศอียู ถึงได้โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงที่เห็นเม็กกะโปรเจคส์ทั้งหลายสลายไปต่อหน้าต่อเพราะการปฏิวัติ แถมยังมีหนังสือพิมพ์และนิตยสารบางฉบับที่เป็นที่รู้กันว่ามีหน้าที่รับใช้ผลประโยชน์ของกลุ่มทุนข้ามชาติทั้งหลายคอยออกมาปกป้องระบอบทักษิณอย่างออกหน้าออกตา ความจริงประเทศอียูและสื่อตะวันตกทั้งหลายน่าจะรู้ดีว่าประชาธิปไตยนั้นมันไม่ใช่วัดด้วยการมีการเลือกตั้งแต่เพียงอย่างเดียว ประชาธิปไตยหมายถึงการมีระบบการตรวจสอบที่เป็นอิสระ ประชาชนและสื่อมวลชนมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นโดยไม่ถูกอำนาจรัฐแทรกแซง และรัฐบาลไม่ใช้อำนาจผ่านทางกลไกราชการขู่เข็ญคุกคามกลุ่มคนที่มีความเห็นแตกต่างหรือฝ่ายตรงข้าม ที่มันทำให้เห็น ดับเบิ้ลแสตนดาร์ด ของประเทศตะวันตก โดยเฉพาะบรรดาประเทศอียูก็คือปฏิกิริยาที่มีต่อการขายหุ้นในบริษัทชิน คอร์ป ของคนในตระกูลชินวัตร ต่างก็อ้างว่าเป็นเรื่องส่วนตัวไม่เกี่ยวกับการบริหารประเทศ ทักษิณและครอบครัวเป็นเจ้าของหุ้นก็ย่อมมีสิทธิขายให้ใครก็ได้ ก็อยากรู้เหมือนกันว่า ถ้าวันดีคืนดี นายกรัฐมนตรีของอังกฤษหรือเยอรมัน เกิดขายหุ้นในบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ตัวเองและครอบเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อยู่ให้กับประเทศที่เป็นคู่แข่งอย่างจีนหรือรัสเซีย ชาวบ้านและสื่อมวลชนอังกฤษและเยอรมันจะยอมอยู่เฉย ๆ หรือไม่ ผมว่ามีสิทธิถูกขบวนการการเมืองถอดถอนหรือไม่ก็ถูกประชาชนเดินขบวนขับไล่พ้นจากเก้าอี้ในเวลาเพียงไม่กี่วัน หรือไม่ก็ถูกดันจนต้องลาออกไปเอง แต่เมืองไทยโชคร้าย เพราะนักการเมืองเราหน้าหนาเกินกว่าที่จะยอมลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบเหมือนนักการเมืองในประเทศที่เจริญแล้ว และกระบวนการตรวจสอบเรามันก็อ่อนปวกเปียกจนทำอะไรไม่ได้ ทางออกทางเดียว คือการออกมาเดินชุมนุมประท้วงของชาวบ้าน การปฏิวัติเป็นเพียงปลายเหตุ เป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะสถานการณ์มันเลวร้ายจนอาจจะเกิดการนองเลือดและนำพาประเทศสู่ความเป็นเผด็จการสมบูรณ์แบบ ถ้าอียูสนใจการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นอย่างจริงใจจริง สิ่งแรกที่ต้องรู้ก็คือที่ต้องมีเลือกตั้งครั้งนี้เป็นเพราะอะไร และเพราะใคร ควรหัดทำการบ้านให้เข้าใจสถานการณ์การเมืองไทยให้ดีเสียก่อน อย่าสักแต่ทำตัวเป็นตัวเป็นประเทศตะวันตกที่เลือกปฏิบัติ จนทำให้ชาวบ้านเขาสงสัยว่ากำลังทำตัวเป็นเครื่องมือให้ใครหรือเปล่า
ประเทศอียูทั้งหลายควรจะรู้ดีมิใช่หรือว่าเงื่อนไขในบันทึกข้อตกลงที่ยื่นให้กับรัฐบาลไทยก่อนหน้านี้ มันเกินเลยความพอหรือประเพณีปฏิบัติอย่างน่าเกลียด และไม่มีประเทศไหนในโลกนี้ยอมรับได้ จะมาทำไขสืออ้างว่าเป็นความเข้าใจผิดและพร้อมเจรจาแก้ไขเงื่อนไขในบันทึกข้อตกลงมันก็สายไปเสียแล้ว เพราะคนไทยอย่างเราๆ มันเสียความรู้สึกไปแล้ว แต่ยังไงๆ จะให้อียูส่งตัวแทนมาสังเกตการณ์เลือกตั้งหรือไม่อย่างไร ก็ไม่ควรจะเป็นเรื่องใหญ่โตอะไรมากมาย เพราะสุดท้ายแล้ว คนที่จะตัดสินว่าการเลือกตั้งครั้งนี้บริสุทธิ์ยุติธรรมตามครรลองประชาธิปไตยหรือไม่ หรือสกปรกจนยอมรับกันไม่ได้ ก็คือคนไทย ไม่ต้องรอให้ฝรั่งที่ไหนมาคอยชี้แนะ
|
| เมื่อพี่ทำตัวเป็นศิลปิน | ||
อย่าทิ้งพี่ที่อยากเป็นศิลปินให้อยู่กับน้องตามลำพังเป็นอันขาด |
||
|
View All |
||
| ในเมื่อนักการเมืองยังเปลี่ยนใจได้... | ||
ไม่ต้องสงสัยเลยครับว่าทำไม ประชัย ถึงได้ทิ้ง "ป๋าเหนาะ" ได้ลงคอ |
||
|
View All |
||
| << | กันยายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | ||||||