พิมพ์หน้านี้
|
ทำงานสมบทบาทของ นอมินี จริงๆ สำหรับสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน
แค่เปิดวิสัยทัศน์เล็กๆ ครั้งแรก ก็สร้างความฮือฮาเป็นข่าวเป็นคราวกลับไปถึงลอนดอนในเวลาชั่วข้ามคืน
ไม่ทันที่ผู้บริหารพรรคจะแถลงนโยบายอะไรเป็นเรื่องเป็นราว ท่านหัวหน้าพรรคก็รีบแสดงความเป็น นอมินี เต็มที่ด้วยการประกาศว่าวาระเร่งด่วนที่สุดของพรรคหลังการเลือกตั้งคือการออกกฎหมายนิรโทษกรรมบรรดาอดีตผู้บริหารพรรคไทยรักไทยทั้ง 111 คน
พลันก็มีเสียงขานรับจากบรรดาลูกน้องทั้งหลาย เสียงดังที่สุดก็ไม่พ้น หมอเลี้ยบ สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ซึ่งครั้งหนึ่งไม่นานมานี้เองแทบจะเข่นฆ่ากันให้ตายไปข้างหนึ่ง แต่มาวันนี้ หมอเลี้ยบ ผู้เคยมากด้วยอุดมการณ์กลับซูฮ๊ก เจ้านายสมัคร แบบไม่ต้องคำนึงถึงความรู้สึกของอดีตเพื่อนร่วมอุดมการณ์ที่ต้องบาดเจ็บล้มตายไปด้วยฝีมือของขบวนการ ขวาพิฆาตซ้าย เมื่อ 30 ปีก่อน
เพิ่งจะรู้ว่าเหล่าอดีตไทยรักไทยสนใจในเรื่องของความสมานฉันท์เหมือนกัน เพราะก่อนหน้านี้ก็ไม่เห็นจะแคร์อะไรมากมายเกี่ยวกับการสร้างความสมานฉันท์ ยิ่งสมัยที่อดีตเจ้านายใหญ่ยังครองบ้านครองเมืองอยู่ความสมานฉันท์ดูเหมือนไม่เคยอยู่ในความคิดของคนอย่าง หมอเลี้ยบ
อ้างอย่างเดียวว่าชาวบ้านเป็นคนเลือกเจ้านายใหญ่มา จะไปฟังเสียงฝ่ายตรงข้ามหรือกลุ่มคนที่ออกเรียกร้องให้ลาออกเพราะปัญหาคอรัปชั่นและผลประโยชน์ทับซ้อนทำไม
แต่มาตอนนี้ พอตัวเองและพรรคพวกจะได้ประโยชน์จากแผนนิรโทษกรรมของสมัครก็อ้างความสมานฉันท์ขึ้นมาทันที
ส่วน นอมินี สมัคร ก็อ้างข้างคูๆ ว่า ในเมื่อรัฐบาลของพล.อ. เปรม ตินสูลานนท์ สามารถออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับเหล่าทหาร ยังเติร์ก ที่ก่อการกบฏในปี 2524 ได้ ทั้งๆ ที่ทำความผิดมหันต์ ทำไมจะผลักดันให้มีการนิรโทษกรรมอดีตกรรมการบริหารของไทยรักไทยไม่ได้
แต่สมัครลืมไปว่า ปกติแล้วการนิรโทษกรรมนั้นเขามีไว้ให้กับคนที่ทำผิดแล้วรู้สึกสำนึกผิด เหมือนกับทหารที่พยายามล้มล้างรัฐบาลพล.อ. เปรม ทุกคนแสดงความสำนึกผิดและพร้อมยอมรับโทษ
อยากถามว่าจนถึงทุกวันนี้ มีใครในบรรดาอดีตผู้บริหารไทยรักไทยทั้ง 111 คนยอมออกมาขอโทษหรือยอมรับผิดที่เป็นส่วนหนึ่งของความเลวร้ายของระบอบทักษิณแม้แต่คนเดียว
มีใครที่ออกมาโวยวายบ้างที่เห็นการโกงกินกันแบบมโหฬารที่ได้รับฉายาว่า โกงทั้งโคตร เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา
ไม่มีเสียงคัดค้านแม้แต่แอะเดียวจากบรรดานักการเมืองไม่ว่าจะรุ่นเก่าหรือเลือดใหม่ที่นั่งเก้าอี้บริหารพรรคที่เห็นครอบครัวนายใหญ่เอาสมบัติของชาติไปประเคนขายให้กับสิงคโปร์ โดยไม่เสียภาษีแม้แต่บาทเดียว
และขณะที่ประชาชนเป็นแสนชุมนุมเรียกร้องให้ทักษิณลาออก ก็ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะแสดงจุดยืนของตัวเอง
ทุกคนยังเกาะขาทักษิณจนถึงนาทีสุดท้าย
และเมื่อมีหลักฐานชัดเจนว่า แกนนำไทยรักไทยบางคนเกี่ยวพันกับการว่าจ้างพรรคเล็กให้ส่งคนลงสมัครเลือกตั้งในเดือนเมษายนปีที่แล้ว ก็ไม่เห็นมีใครในกรรมการบริหารออกมาประณามการกระทำดังกล่าว ตรงกันข้ามกลับช่วยกันอุ้มแบบไม่ต้องมีคำถาม
แม้แต่หลังตุลาการรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยความผิด ก็ยังไม่มีใครสักคนที่สำนึกผิด แต่กลับเอะอะโวยวายว่าถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง ทั้งๆ ที่ปากก็พร่ำบ่นตลอดว่าพร้อมรับคำตัดสินของตุลาการ
ไม่รู้ว่าหวังดีหรือหวังร้ายที่สมัครไปเปรียบเทียบเหล่าอดีตนักการเมืองของไทยรักไทยเหมือนกับสัตว์ที่คนยังต้องช่วยกันป้องกันไม่ให้สูญพันธุ์
เพราะถ้าเกิดมีใครสวนกลับมา รับรองได้ว่าสะดุ้งกันเป็นแถวแน่
|
| เมื่อพี่ทำตัวเป็นศิลปิน | ||
อย่าทิ้งพี่ที่อยากเป็นศิลปินให้อยู่กับน้องตามลำพังเป็นอันขาด |
||
|
View All |
||
| ในเมื่อนักการเมืองยังเปลี่ยนใจได้... | ||
ไม่ต้องสงสัยเลยครับว่าทำไม ประชัย ถึงได้ทิ้ง "ป๋าเหนาะ" ได้ลงคอ |
||
|
View All |
||
| << | กันยายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | ||||||