พิมพ์หน้านี้
|
ตีปี๊บกันราวกับว่าเป็นปรากฏการณ์หรือนวัตรกรรมทางการเมืองใหม่ที่ชาวบ้านไม่เคยเห็นมาก่อน ไม่ใช่อะไรที่ไหน ก็ กลุ่มเพื่อแผ่นดิน ที่เปิดตัวไปอย่างเอิกเกริกเมื่อไม่กี่วันก่อนนั่นแหละ สร้างภาพเสมือนหนึ่งเป็นการรวมพลังของนักการเมืองไฟแรงพร้อมอุดมการณ์ใสบริสุทธิ์ที่พร้อมจะเข้ามาพลิกโฉมการเมืองไทย เพราะดูไปดูมา มันก็ไม่พ้นบรรดานักการเมืองหน้าเก่าๆ (รวมถึงพวกที่เคยถูกตราหน้าว่าเป็น น้ำเน่า หรือ ไดโนเสาร์ ) ที่เห็นหน้ากันมาทุกสมัยเลือกตั้ง ถึงจะมีสมาชิกหน้าตาใหม่ๆ ปะปนอยู่บ้าง แต่ก็ยังมองไม่เห็นหนทางที่คนเหล่านี้จะสามารถสร้างความแตกต่างอะไรได้ แค่เปิดตัวก็เดาได้ไม่ยากแล้วว่า กลุ่มเพื่อแผ่นดิน ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นทางเลือกให้กับนักการเมืองที่ต้องดิ้นหาเวทีให้ตัวเองมากกว่าเป็นทางเลือกให้กับชาวบ้าน เพราะนอกจากสโลแกนที่ฟังดูเก๋ไก๋แล้ว (สร้างชาติ ธำรงศาสน์ เทิดราชบัลลังก์) และคำสัมภาษณ์ของแกนนำที่อ้างว่ามารวมตัวกันเที่ยวนี้เพื่อชาติบ้านเมือง ยังไม่มีอะไรบ่งบอกได้ว่ากลุ่มการเมืองกลุ่มนี้หรือพรรคการเมืองพรรคนี้จะทำอะไรให้กับสังคมได้บ้าง สุรเกียรติ เสถียรไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรีซึ่งทำตัวผู้ประสานงานอ้างว่าเจตนารมณ์ของกลุ่มคือการเสียสละทำงานเพื่อแผ่นดิน ไม่ได้เป็น นอมินี ให้กับใคร หรือช่วยสืบทอดอำนาจให้กับใคร ส่วนนโยบายหรือจุดยืนของกลุ่มจะเป็นอย่างไร ยังไม่มีคำตอบ คนที่ถูกวางให้เป็นหัวหน้ากลุ่มชั่วคราว สุวิทย์ คุณกิตติ ก็ยังพูดอ้อมไปอ้อมมาเมื่อถูกซักเรื่องนโยบาย หรือจุดยืนทางการเมือง พูดเป็นอยู่อย่างเดียวว่าพร้อมจะทำงานเพื่อแผ่นดิน ความจริงก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง ก็มักจะมีกลุ่มการเมืองหรือพรรคการเมืองใหม่เกิดขึ้นเสมอ และก็เป็นเรื่องปกติเหมือนกันที่กลุ่มการเมืองหรือพรรคการเมืองเหล่านี้ ไม่เคยคิดว่าการมีนโยบายหรือจุดยืนทางการเมืองที่ชัดเจนเป็นสิ่งจำเป็น ประเพณีปฏิบัติก็คือ เอาคนมารวมกันให้มากๆ ไว้ก่อน ส่วนจะมีแนวทางการเมืองอย่างไรนั้นไว้ว่ากันทีหลัง เพราะการได้เข้าร่วมรัฐบาลและต่อรองตำแหน่งทางการเมืองหลังเลือกตั้งเป็นเป้าหมายที่สำคัญที่สุด ถ้าจะมีนโยบายก็มีไว้เป็นเพียงแค่ไม้ประดับให้กลุ่มหรือพรรคพออ้างได้ว่ารักและห่วงใยประชาชนไม่แพ้พรรคอื่น ทุกวันนี้ไปไหน ก็ได้ยินแต่เสียงบ่นว่าคนไทยน่าสงสาร เพราะดูๆ ไปแล้วบ้านเมืองเราไปไม่ถึงไหนสักที ปฏิรูปการเมืองก็ปฏิรูปไปแล้ว ปฏิวัติก็ปฏิวัติไปแล้ว แต่ก็ยังหนีสภาพการเมืองน้ำเน่าไม่พ้น เพราะฉะนั้น ก็อย่าได้ไปหวังอะไรมากนักกับการเลือกตั้งปลายธันวาคมนี้ เพราะดูแนวโน้มแล้ว ก็คงไม่พ้นได้นักการเมืองหน้าเดิมๆ กลับมานั่งบริหารประเทศอีกรอบ แต่ก็อย่าเพิ่งท้อนะครับ เพราะอย่างน้อยที่สุด ชาวบ้านอย่างเราๆ ก็ได้เรียนรู้บทเรียนสำคัญจากเหตุการณ์การเมืองในรอบปีสองปีที่ผ่านมา ถ้าประชาชนที่มีความรู้สึกเดือดร้อนที่บ้านเมืองถูกนักการเมืองเอาเปรียบและทำปู้ยี้ปู้ยำ สามารถลุกขึ้นมาแสดงความเป็นเจ้าของประเทศจนถึงขั้นทำให้ผู้นำการเมืองที่มีอำนาจล้นฟ้าอย่าง ทักษิณ ชินวัตร ไม่มีแม้แต่แผ่นดินจะอยู่ได้ ทำไมเราจะปกป้องบ้านเมืองเราจากนักการเมืองโกงกินในอนาคตอีกไม่ได้ แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าประชาชนอย่างเราๆ ท่านๆ จะต้องเหนื่อยอีกกี่รอบ
|
| เมื่อพี่ทำตัวเป็นศิลปิน | ||
อย่าทิ้งพี่ที่อยากเป็นศิลปินให้อยู่กับน้องตามลำพังเป็นอันขาด |
||
|
View All |
||
| ในเมื่อนักการเมืองยังเปลี่ยนใจได้... | ||
ไม่ต้องสงสัยเลยครับว่าทำไม ประชัย ถึงได้ทิ้ง "ป๋าเหนาะ" ได้ลงคอ |
||
|
View All |
||
| << | กันยายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | ||||||