พิมพ์หน้านี้
|
ไปอินเดียมาเที่ยวล่าสุดนี้ถึงได้เห็นชัดว่าการเมืองมีความสำคัญต่อความก้าวหน้าของบ้านเมืองแค่ไหน อย่างที่ท่านผู้อ่านทั้งหลายรู้กัน อินเดียทุกวันนี้กลายเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมไอทีที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกไปแล้ว เท่านั้นยังไม่พอ ยังเป็นแหล่งที่เรียกกันเป็นภาษาอังกฤษว่า outsourcing (หรือแหล่งผลิตเพื่อป้อนสินค้าและบริการให้กับบริษัทแม่ในต่างประเทศ) ที่ใหญ่มหึมาและนำรายได้เข้าประเทศปีละเป็นหมื่นๆ ล้านดอลล่าร์สหรัฐ บริษัททางด้านไอทีหรือเทคโนโลยีชั้นนำของโลกเกือบทุกแห่งขณะนี้มีโรงงาน ศูนย์บริการหรือศูนย์วิจัยและพัฒนาอยู่ในอินเดียทั้งนั้น เพราะอินเดียมีแรงงานที่มีฝีมือ โดยเฉพาะทางด้านวิศวกรรมและอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ที่ค่าตัวถูกกว่าคนในตะวันตกเป็นเท่าตัวและในปริมาณที่ไม่มีใครเทียบ ผมพร้อมกับคณะนักพัฒนาซอฟต์แวร์รุ่นหนุ่มสาวจากไทยกว่า 60 คนพร้อมด้วยตัวแทนจาก สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ บุกไปถึงเมืองบังกะลอร์และเชนไน ทางตอนใต้ของอินเดียซึ่งเป็นสองเมืองที่ถือได้ว่าเป็นแนวหน้าของอุตสาหกรรมไอทีและ outsourcing เมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่าน สิ่งที่เห็นและได้ยินทำให้เราอดกลับมามองดูบ้านเราไม่ได้ ทุกวันนี้อุตสาหกรรมไอทีและซอฟต์แวร์ของอินเดียเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจของอินเดียโตขึ้นปีละอย่างน้อยร้อยละ 8-9 จนเป็นเศรษฐกิจที่ร้อนแรงที่สุดในโลกรองจากจีนเท่านั้น มีอัตราส่วนถึงร้อยละ 5.4 ของผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) และมีการว่าจ้างแรงงานถึง 1.8 ล้านคน ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นคนหนุ่มสาวที่จบการศึกษาระดับปริญญาทางด้านวิศกรรมและวิทยาศาสตร์ทั้งนั้น คนเหล่านี้ถือได้ว่าเป็นชนชั้นใหม่ที่มีบทบาทและอิทธิพลต่ออนาคตของอินเดียเป็นอย่างมาก และเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจของอินเดียทุกวันนี้ ถึงแม้การเมืองอินเดียอาจไม่ได้มีความเป็นน้ำเน่าน้อยกว่าบ้านเราเท่าไรนัก แต่นักการเมืองอินเดียมีวิสัยทัศน์และมองการณ์ไกลมากกว่านักการเมืองบ้านเราอย่างแน่นอน ผู้บริหารบ้านเมืองเขามองเห็นโอกาสที่อินเดียจะเกาะกระแสยุคไอที และวางเป็นนโยบายชัดเจนที่จะผลักดันให้อินเดียเป็นฐานรองรับการขยายฐานการผลิตและบริการของบริษัททางด้านซอฟต์แวร์และอุตสาหกรรมไอที และแม้แต่การให้บริการจัดการและบริหารธุรกิจต่างๆ ผ่านทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ต รัฐบาลยอมลงทุนในการสร้างระบบสาธารณูปโภคและโครงข่ายพื้นฐาน ปรับระบบภาษีเพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับนักลงทุนต่างชาติ และที่สำคัญที่สุด ยกเครื่องระบบการศึกษาเพื่อมุ่งผลิตคนอินเดียรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อรองรับการตั้งโรงงานและศูนย์บริการทางด้านนี้โดยเฉพาะ ยิ่งคนอินเดียได้เปรียบในเรื่องภาษาอังกฤษอยู่แล้ว ก็เลยยิ่งได้เปรียบประเทศคู่แข่งอื่นๆ ทุกวันนี้บริษัทใหญ่ของอเมริกาและยุโรปเกือบทั้งหมดต่างก็พึ่งอินเดียเป็นฐานการผลิตและให้บริการทั้งนั้น ยิ่งถ้าเป็นงานบริการ อินเดียเอาไปกินหมด การติดต่อสื่อสารผ่านทางโทรศัพท์หรืออินเตอร์เน็ตในสหรัฐทุกวันนี้ แทบจะต้องผ่านศูนย์บริการในอินเดียทั้งนั้น ผู้โดยสารเครื่องบินที่กระเป๋าหายระหว่างทาง เวลาจะยกหูโทรศัพท์คุยกับเจ้าหน้าที่สายการบิน สายก็จะโผล่ที่บังกะลอร์หรือไม่ก็เชนไน แม้แต่หนังฮอลลีวู้ดที่เราดูๆ กันอยู่ทุกวันนี้ พวกเสปเชี่ยล เอฟเฟ็กซ์ ก็ทำกันที่เชนไนทั้งนั้น แม้แต่เวลาหมอมะกันจะตรวจเอ็กซ์เรย์คนไข้เพื่อวินิฉัยโรค ก็โยนผ่านทางอินเตอร์เน็ตมาให้ผู้เชี่ยวชาญที่อินเดียเป็นคนคอยช่วยวิเคราะห์ให้ พูดง่ายๆ ก็คือ ไม่มีอะไรที่เกี่ยวกับไอทีหรือเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ไม่มีอินเดียเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย คนอินเดียทำได้ไม่แพ้คนตะวันตก แต่ในราคาที่ถูกกว่ามาก แน่นอนครับ คณะนักพัฒนาซอฟต์แวร์จากไทยที่ร่วมขบวนไปดูงานเที่ยวนี้ต่างก็ทึ่งไปตามๆ กัน และต่างก็พากันภาวนาเงียบๆ ว่าสักวันบ้านเราจะมีนักการเมืองที่มีวิสัยทัศน์และความตั้งใจที่จะให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมไอทีและซอฟต์แวร์อย่างจริงจังกับเขาบ้าง เรื่องนี้สำคัญครับ เพราะมันเกี่ยวกับอนาคตของประเทศไทยโดยตรง ฉบับหน้าจะกลับมาเล่าให้ฟังกันต่อครับ (จากเนชั่นสุดสัปดาห์)
|
| เมื่อพี่ทำตัวเป็นศิลปิน | ||
อย่าทิ้งพี่ที่อยากเป็นศิลปินให้อยู่กับน้องตามลำพังเป็นอันขาด |
||
|
View All |
||
| ในเมื่อนักการเมืองยังเปลี่ยนใจได้... | ||
ไม่ต้องสงสัยเลยครับว่าทำไม ประชัย ถึงได้ทิ้ง "ป๋าเหนาะ" ได้ลงคอ |
||
|
View All |
||
| << | กันยายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | ||||||