พิมพ์หน้านี้
|
สัปดาห์ก่อนเขียนถึงบทบาทของนักการเมืองในการพัฒนาอุตสาหกรรมไอทีของอินเดีย และบทเรียนที่คนไทยควรได้จากอินเดีย ในฐานะเป็นประเทศประชาธิปไตยที่ใหญ่ที่สุดในโลกและปัจจุบันก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมไอทีและแหล่ง outsourcing ของโลก
ความสำเร็จทางอุตสาหกรรมไฮเทคของอินเดียไม่ใช่เกิดจากปาฏิหาริย์ แต่เกิดจากวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของนักการเมือง ย้อนหลังไปกว่าสิบปีที่แล้ว ผู้บริหารบ้านเมืองเขาตระหนักถึงกระแสยุคไอทีที่กำลังถาโถมใส่โลก และมองเห็นโอกาศที่อินเดียจะเกาะกระแสนี้ สิ่งแรกที่รัฐบาลในขณะนั้นทำคือการวางนโยบายที่จะผลักดันให้อินเดียเป็นฐานรองรับการขยายฐานการผลิตและการบริการของบริษัททางด้านซอฟต์แวร์และอุตสาหกรรมไอที ตามมาด้วยการลงทุนในการสร้างระบบสาธารณูปโภคและโครงข่ายพื้นฐาน แต่ที่ขาดไม่ได้ก็คือการปรับระบบการศึกษาเพื่อรองรับความต้องการบุคลากรทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของนักลงทุนจากต่างประเทศ ความที่คนอินเดียได้เปรียบในเรื่องภาษาอังกฤษอยู่แล้ว ก็ยิ่งทำให้อินเดียมีโอกาสมากกว่าประเทศอื่นๆ ในแถบนี้ในการดึงดูดการลงทุนและการย้ายฐานการผลิตจากบริษัทไฮเทคทั้งหลายในประเทศตะวันตก ทุกวันนี้เมืองที่เป็นศูนย์กลางไอทีอย่างบังกะลอร์จึงได้รับฉายาว่าเป็น ซิลิคอน วัลเล่ย์ ของอินเดีย พร้อมด้วยจุดขายที่หาประเทศอื่นเลียนแบบได้ยาก เพราะอินเดียมีแรงงานมีฝีมือ โดยเฉพาะทางด้านวิศวกรรมและอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ที่ค่าตัวถูกกว่าคนในตะวันตกเป็นเท่าตัวและในปริมาณที่ไม่มีใครเทียบ หันกลับมาดูบ้านเราแล้วก็อดถอนหายใจดังๆ ไม่ได้ เพราะนักการเมืองของเราดีแต่ปาก และเก่งแต่การเล่นการเมือง นักพัฒนาซอฟต์แวร์และผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีที่ร่วมคณะไปเยือนบังกะลอร์กับผมเที่ยวนี้ มีความเห็นตรงกันว่า ถ้าผู้มีอำนาจบ้านเรายังไม่เอาใจใส่ต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมไอที เชื่อได้เลยว่าเราจะถูกเพื่อนบ้านทิ้งแบบไม่เห็นฝุ่น อินเดียนั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะเขานำหน้าเราไปโขแล้ว แต่เพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและเวียดนามก็มีแนวโน้มจะแซงหน้าไทยด้วยซ้ำถ้าเรายังย่ำอยู่กับที่ เพราะทั้งสองประเทศนี้รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนและมีความแน่วแน่ในการผลักดันอุตสหากรรมด้านนี้ เพราะรู้ดีว่านี้คืออนาคตของประเทศ คุณมนู อรดีดลเชษฐ์ ประธานกรรมการนโยบาย ICT ของมหาวิทยาลัยศรีปทุม ซึ่งร่วมคณะไปด้วยเปรียบเทียบระดับการพัฒนาทางด้านไอทีระหว่างไทยกับอินเดียได้อย่างเห็นภาพชัดเจน
ถ้าเทียบอุตสาหกรรมไอทีเหมือนกับการก่อสร้าง เมืองไทยกำลังอยู่ในระหว่างการสร้างตึกแถวซึ่งก็ไม่ต้องอาศัยเทคโนโลยีหรือความซับซ้อนทางวิศวกรรมอะไรมากมาย แค่มีช่างรับเหมา พร้อมช่างอิฐช่างปูนก็พอแล้ว แต่อินเดียกำลังสร้างตึกระฟ้า ที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีสมัยใหม่พร้อมบุคลากรที่เพียบพร้อมไปด้วยความรู้ความสามารถทางสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม
ถ้าจะให้แปลกันตรงๆ ก็คือ ประเทศไทยคงไม่ต้องคิดจะไปแข่งกับอินเดียเพราะเขานำหน้าเราไปแบบไม่เห็นฝุ่นแล้ว
แต่ประเทศไทยต้องหันมาดูตัวเองอย่างจริงจัง เพราะโลกแห่งเทคโนโลยีไม่รอเรา
และทุกอย่างต้องเริ่มต้นที่นักการเมืองและผู้บริหารบ้านเมือง คนเหล่านี้ต้องเห็นความสำคัญของอุตสาหกรรมไอทีก่อน
แต่จนถึงทุกวันนี้เรายังไม่ได้ยินนักการเมืองคนไหนหรือพรรคการเมืองพรรคไหนออกมาแสดงวิสัยทัศน์ในเรื่องนี้แม้แต่น้อย เห็นแต่ออกมาเย้วๆ ว่าจะไปผสมกับใครหรือจับมือกับกลุ่มไหน
วิสัยทัศน์ที่เลอเลิศที่สุดเท่าที่แสดงออกมาก็ได้แค่โครงการวัวล้านตัว
ถ้าเป็นเสียอย่างนี้ก็พอจะมองออกว่าอนาคตบ้านเมืองเราจะเป็นอย่างไร
(จากเนชั่นสุดสัปดาห์) |
| เมื่อพี่ทำตัวเป็นศิลปิน | ||
อย่าทิ้งพี่ที่อยากเป็นศิลปินให้อยู่กับน้องตามลำพังเป็นอันขาด |
||
|
View All |
||
| ในเมื่อนักการเมืองยังเปลี่ยนใจได้... | ||
ไม่ต้องสงสัยเลยครับว่าทำไม ประชัย ถึงได้ทิ้ง "ป๋าเหนาะ" ได้ลงคอ |
||
|
View All |
||
| << | กันยายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | ||||||