พิมพ์หน้านี้
|
มีคนเล่าให้ฟังในเชิงขบขันว่า ทักษิณ ชินวัตร ต้องแจ้นไปหาหมอฟันกลางกรุงลอนดอน เพราะอยู่ดีๆ ก็มีปัญหากับฟันตัวเองขึ้นมา สาเหตุไม่ใช่เพราะฟันผุหรือถูกใครชกปากมาหรอก แต่เป็นเพราะทักษิณเห็นความวุ่นวายทางการเมืองที่กำลังเกิดขึ้นในเมืองไทย ก็เลยหัวเราะจนฟันหัก จึงต้องวิ่งไปหาหมอให้ซ่อมฟันให้ ถึงมันจะเป็นโจ๊ก แต่มันก็เป็นโจ๊กที่ทำเอาเราหัวเราะไม่ออก มีอย่างที่ไหน ในเมื่อไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลสุรยุทธ์ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ สภานิติบัญญิติแห่งชาติ และบรรดาพรรคการเมืองทั้งหลาย ต่างก็ไม่ต้องการเห็นทักษิณกลับมาเป็นใหญ่ทางการเมือง แต่สิ่งที่คนในองค์กรเหล่านี้กำลังทำ กลับกลายเป็นการปูทางให้ทักษิณกลับมาทวงอำนาจการเมืองคืนเร็วยิ่งขึ้น แทนที่ทุกฝ่ายจะร่วมกันหาแนวทางฟันฝ่าวิกฤติเพื่อสะกัดไม่ให้กลุ่มอำนาจเก่ากลับมาเป็นใหญ่อีกรอบ และช่วยกันนำพาประเทศไทยกลับไปสู่ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง กลับต่างคนต่างเดินต่างคนต่างทำ โดยให้ผลประโยชน์เฉพาะตัวเฉพาะกลุ่มเป็นตัวกำหนด กองทัพก็ปล่อยให้การแต่งตั้งผู้บัญชาการทหารบกกลายเป็นประเด็นของความแตกแยก จนทำเอาชาวบ้านแทบหมดศรัทธาในตัวผู้สำกองทัพที่ไม่นานมานี้เองยังมีภาพของผู้ที่ช่วยไม่ให้ประเทศลงเหว ส่วนรัฐบาล ขิงแก่ ก็เอื่อยเฉื่อย ไม่มีความรู้สึกว่าต้องมีภารกิจในการป้องกันไม่ให้ประเทศต้องตกอยู่ในมือของนักการเมืองที่เอาผลประโยชน์ส่วนตัวและพรรคพวกมาก่อนอย่างอื่นอีกครั้ง นอกจากไม่มีผลงานอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันแล้ว ยังทำให้ความรู้สึกของชาวบ้านที่มีต่อ คนดี เสียไปด้วย จนเริ่มได้ยินคนพูดเชิงประชดประชันแล้วว่า คนโกงทำงานเก่ง ดีกว่าคนดีที่ทำงานไม่เป็น ส่วน สนช. ก็ไม่ได้ช่วยทำอะไรให้ดีขึ้น ในทางตรงกันข้ามกลับทำให้บรรยากาศการเมืองปั่นป่วนมากยิ่งขึ้นด้วยการหาเรื่องซักฟอกรัฐบาลในเรื่องของคุณธรรมและจริยธรรม ทั้งๆ ที่คนทั่วไปก็รู้ว่ามันมีเบื้องหน้าเบื้องหลังทางการเมือง ส่วนบรรดาพรรคการเมืองทั้งหลายไม่ต้องพูดถึง ทั้งแก่งแย่งชิงดี ทั้งหักหลัง จนไม่มีใครรู้ว่าพรรคการเมืองที่กำลังเกิดใหม่ทั้งหลายนั้นต้องการอะไรกันแน่ นอกจากผลประโยชน์ส่วนตัวและพรรคพวก แต่ที่แน่ๆ ได้ทำให้ชาวบ้านเอือมระอาจนแทบไม่มีความหวังที่จะเห็นทาง เลือกใหม่ในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น ยิ่งวุ่นวายและยิ่งฟัดกันนัวเท่าไร ก็ยิ่งทำให้อีกฟากหนึ่งรวมตัวกันได้เหนียวแน่นมากขึ้น บวกกับศรัทธาที่ชาวบ้านในอิสานและเหนือยังมีต่ออดีตนายกฯ ทักษิณ และ ท่อน้ำลี้ยง ที่ยังส่งปัจจัยทั้งหลายมาให้แบบไม่หยุดหย่อน ก็ยิ่งทำนายได้ไม่ยากเลยว่า เลือกตั้งในวันที่ 23 ธันวาคมนี้ พรรคการเมืองไหนจะมาแรงที่สุด ถ้าทักษิณรู้ว่ามันจะลงเอยแบบนี้ ก็คงไม่ต้องลงทุนทำอะไรมากมายเหมือนที่พยายามทำมาตลอดหนึ่งปี ไม่ต้องเสียเวลาให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ ไม่ต้องจ้างบริษัทล็อบบี้ยิสต์ฝรั่งให้เสียเงินเสียทองเปล่า ๆ ไม่ต้องเดินทางไปโน้นมานี้เพื่อสร้างแรงกระเพื่อมให้เหนื่อยเปล่าๆ และคงไม่ต้องวุ่นวายกับการซื้อสโมสรฟุตบอลจนตกเป็นเป้าของการวิพากษ์วิจารณ์และการตรวจสอบ เพียงแค่อยู่เฉยๆ เสวยสุขกับกองสมบัติมหาศาลรอวันเวลาที่ศัตรูจะเข่นฆ่ากันเอง ก็คงจะสบายกว่าเยอะ เพราะฉะนั้นระยะนี้จึงไม่น่าแปลกใจถ้าไม่ค่อยมีข่าวคราวจากทักษิณมากนัก เพราะจริงๆ แล้วก็แทบไม่ต้องอะไรด้วยซ้ำ ทุกอย่างมันจะวิ่งมาเข้าทางเอง แค่นั่งหัวเราะและให้หมอซ่อมฟันเป็นครั้งคราวก็พอแล้ว เพราะทักษิณย่อมรู้ดีว่า คำพูดที่ว่า คนในสังคมเป็นอย่างก็ย่อมได้รัฐบาลอย่างนั้น ยังเป็นจริงเสมอไม่ว่ายุคไหนสมัยไหน
|
| เมื่อพี่ทำตัวเป็นศิลปิน | ||
อย่าทิ้งพี่ที่อยากเป็นศิลปินให้อยู่กับน้องตามลำพังเป็นอันขาด |
||
|
View All |
||
| ในเมื่อนักการเมืองยังเปลี่ยนใจได้... | ||
ไม่ต้องสงสัยเลยครับว่าทำไม ประชัย ถึงได้ทิ้ง "ป๋าเหนาะ" ได้ลงคอ |
||
|
View All |
||
| << | ตุลาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||