พิมพ์หน้านี้
|
นานๆ จะเห็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมติดเบรคการจัดซื้ออาวุธของกองทัพ ที่ผ่านมารัฐมนตรีกับผู้นำเหล่าทัพหรือทหารชั้นผู้ใหญ่ทั้งหลายส่วนใหญ่มักพูดภาษาเดียวกันหรือไม่ก็เป็นเพื่อนฝูงพี่น้องกันมาก่อน ซึ่งก็ย่อมมีความเป็นเข้าอกเข้าใจคนสีเดียวกันเป็นอย่างดี หายากที่จะทำตัวเป็นก้างขวางคอหรือแม้แต่จะตั้งคำถามว่าการจัดซื้ออาวุธแต่ละครั้งมีความเหมาะสมหรือมีความไม่ชอบมาพากลแค่ไหน ทั้งๆ ที่หลายครั้งมีคำครหาหรือข้อกล่าวหาว่ามีการจ่ายเงินใต้โต๊ะและมีนายทหารบางคนเตรียมอิ่มหมีพีมันจากค่าคอม เพราะฉะนั้น ถ้าการที่ พล.อ. บุญรอด สมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกมาสั่งระงับการจัดซื้อรถเกราะกันกระสุน 96 คัน มูลค่าเกือบ 4,000 ล้านบาทของกองทัพบก จึงปรากฏการณ์ที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก
การจัดซื้ออาวุธของเหล่าทัพทั้งหลายตั้งแต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยมีความโปร่งใส ไม่มีระบบการตรวจสอบ คณะกรรมการจัดซื้ออาวุธที่จัดตั้งขึ้นมาในแต่ละครั้งก็เป็นเพียงพิธีกรรมเพื่อทำให้ดูดีเท่านั้น แต่ในทางปฏิบัติ การจัดซื้ออาวุธเกือบทุกครั้งได้มีการตัดสินในระดับ ผู้ใหญ่ ล่วงหน้ามาแล้วทั้งนั้น เพราะฉะนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทุกครั้งที่มีการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ก็มักจะมีข่าวเล็ดลอดออกมาเสมอว่ามีการวิ่งเต้นและผู้ใหญ่คนโน้นคนนี้ได้ค่าคอมมิชชั่น ยิ่งในช่วงก่อนเกษียณของนายทหารในกองทัพ ก็แทบกลายเป็นประเพณีที่ต้องมีการจัดซื้ออาวุธแบบ ทิ้งทวน
คนในวงการรู้ดีว่า ระบบอาวุธหลายอย่างที่เคยซื้อในอดีตปรากฏในภายหลังว่าไม่ได้มาตรฐาน ไม่สามารถใช้ในสภาพการสู้รบจริง เพราะแม้แต่ในระหว่างการทดลองใช้ก็มีอาการไม่ดีแล้ว ถึงขั้นมีการคุยกันเป็นเรื่องตลกว่า ผู้นำเหล่าทัพไทยไม่ต้องห่วงอะไรมากเกี่ยวกับเรื่องคุณภาพของอาวุธที่ซื้อมา เพราะโอกาสที่จะเอาใช้สู้รบจริงๆ นั้นน้อยมาก เพราะฉะนั้นไม่ว่าอาวุธที่ซื้อมาจะห่วยหรือมีปัญหาแค่ไหน ก็รับรองได้ว่าไม่มีใครจับได้ มีเฉพาะคนที่ได้สัมผัสหรือได้ลงมือทดลองใช้จริงๆ เท่านั้นที่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร รถหุ้มเกราะของยูเครนก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง มีคำถามและข้อสงสัยมาตั้งแต่ต้นว่าเป็นยานพาหนะที่เหมาะสมและมีความแข็งแกร่งพอสำหรับภารกิจแค่ไหน และพร้อมๆ กับข้อสังสัย ก็มีคำครหาหนาหูว่ามีนายทหารระดับสูงหลายคนได้รับผลประโยชน์ไปเต็มๆ จากค่าคอมหรือค่าตอบแทนใต้โต๊ะ ก็หวังว่า พล.อ. บุญรอดจะจริงจังกับการตรวจสอบการจัดซื้อรถหุ้มเกราะยูเครนเที่ยวนี้ จนสามารถตอบข้อสงสัยต่างๆ ได้ และถ้าสืบสาวราวเรื่องจนรู้ว่าใครได้ประโยชน์จากดีลนี้ ก็ควรที่จะเปิดโปงให้สาธารณชนรับรู้ ไม่ใช่ทำกันอย่างเงียบๆ แบบพอเป็นพิธีเท่านั้น หลังการปฏิวัติ 19 กันยายนปีที่แล้ว เราได้ยินผู้นำเหล่าทัพเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการเมืองมาตลอด แต่เราไม่เคยได้ยินใครพูดถึงการปฏิรูปกองทัพ ทั้งๆ ที่เหล่าทัพทั้งหลายก็เป็นหน่วยราชการที่เต็มไปด้วยปัญหา การเล่นพรรคเล่นพวก และการทุจริต และเรื่องอื้อฉาวจากการจัดซื้อรถหุ้มเกราะยูเครนก็ยิ่งเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์เชิงลบของกองทัพ บวกกับความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาหลักๆ ของบ้านเมืองหลังการยึดอำนาจเมื่อปีที่แล้ว และความวุ่นวายจากการแต่งตั้งผู้บัญชาการทหารบกจนกลายเป็นความขัดแย้ง กองทัพก็ยิ่งถูกชาวบ้านมองด้วยความแคลงใจมากขึ้น สังคมยิ่งต้องการคำตอบมากขึ้นหลังจาก สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้เข้ามาตรวจสอบการจัดซื้อรถหุ้มเกราะจากยูเครน และพบว่ามีความผิดปกติทั้งในขบวนการจัดซื้อและคุณสมบัติและสมรรถนะของรถถัง อย่าลืมว่าข้ออ้างหนึ่งของในการปฏิวัติ 19 ก.ย. คือการจัดการกับการทุจริตของกลุ่มอำนาจเก่า เพราะฉะนั้น คำถามใหญ่ที่ผู้นำเหล่าทั้งหลายต้องถามตัวเองก็คือ กองทัพได้ปัดกวาดบ้านของตัวเองแค่ไหน
|
| เมื่อพี่ทำตัวเป็นศิลปิน | ||
อย่าทิ้งพี่ที่อยากเป็นศิลปินให้อยู่กับน้องตามลำพังเป็นอันขาด |
||
|
View All |
||
| ในเมื่อนักการเมืองยังเปลี่ยนใจได้... | ||
ไม่ต้องสงสัยเลยครับว่าทำไม ประชัย ถึงได้ทิ้ง "ป๋าเหนาะ" ได้ลงคอ |
||
|
View All |
||
| << | ตุลาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||