พิมพ์หน้านี้
|
แรก ๆ ผมก็พลอยตื่นตูมไปกับคำทำนายของบรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองทั้งหลาย ประหวั่นพรั่นพรึงไปกับเขาด้วยว่า การเมืองไทยหลังเลือกตั้งเดือนธันวาคมนี้คงสับสนวุ่นวาย เต็มไปด้วยการแก่งแย่งชิงตำแหน่งของนักการเมือง พูดง่ายๆ ก็คือ การเมืองน้ำเน่าจะกลับมาแวะเยือนบ้านเราอีกรอบ ต้องสารภาพตรงๆ ว่ารู้สึกสิ้นหวังกับอนาคตการเมืองไทยอยู่หลายวัน เพราะเหมือนท่านผู้อ่านละครับ ผมเผลอตัวตั้งความหวังไว้กับการเมืองไว้สูงทีเดียว แต่ก็โชคดีที่รู้สึกเซ็งได้เพียงไม่กี่วันเท่านั้น เพราะพอได้เห็นข่าวคราวเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของบรรดาพรรคการเมืองเล็กใหญ่ทั้งหลายและเห็นหน้าคุ้นๆ ของนักการเมืองที่กลับมากระโดดโลดเต้นบนเวทีอีกครั้ง ผมก็ชักเริ่มใจชื้นขึ้นมา บอกกับตัวเองว่า จริงๆ แล้วมันไม่มีอะไรเลวร้ายเหมือนกับที่นักวิเคราะห์ทั้งหลายได้วาดภาพไว้เลย ในทางตรงกันข้าม ถ้าดูจากปรากฏารณ์ทางการเมืองต่างๆ แล้ว ค่อนข้างชัดเจนว่าการเมืองกำลังกลับเขาสู่ภาวะ ปกติ ต่างหาก คนหนึ่งที่ช่วยยืนยันว่าไม่มีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นกับการเมืองไทยแม้แต่น้อยก็คือ คุณเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ป๋าเหนาะ ทำให้เราสบายใจว่านักการเมืองไทยยังเหมือนเดิมทุกอย่างเพราะนิสัยขายตัวที่เคยมีมายังไงก็ยังเป็นอย่างนั้น เพียงแต่ค่าตัวอาจจะแพงขึ้นนิดหน่อย จากที่เคยซื้อขายกันในราคาคนละ 10-20 ล้านบาท ตอนนี้ขึ้นมาเป็น 40 ล้านบาท ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาเพราะช่วงนี้ตลาดมันกำลังคึกคัก บวกกับอัตราเงินเฟ้อและดัชนีผู้บริโภคที่สูงขึ้น ราคาก็เลยต้องปรับตัวตามตามกลไกตลาด เพราะฉะนั้นอุ่นใจได้ครับ เพราะที่เห็นนักการเมืองย้ายจากพรรคนี้ไปพรรคโน้น คุณเสนาะยืนยันแทนได้ว่าไม่ใช่เพราะอุดมการณ์การเมืองแน่นอน ทำเพื่อเงินล้วนๆ ถ้านักการเมืองไทยย้ายพรรคเพราะอุดมการณ์การเมืองเมื่อไรต่างหากที่น่าเป็นห่วง เพราะมันจะเป็นสัญญาณว่าการเมืองไทยเริ่มเพี้ยนแล้ว ยิ่งเห็นหน้าเห็นตานักการเมืองรุ่นลายครามอย่าง ป๋าเหนาะ สมัคร สุนทรเวช สุวิทย์ คุณกิตติ เฉลิม อยู่บำรุง บรรหาร ศิลปอาชา และกร ทัพพะรังษี และคนอื่นๆ อีกมากมาย ก็ยิ่งโล่งใจว่าการเมืองจะไม่มีอะไรหวือหวาเกินคาด เพราะนักการเมืองเหล่านี้แหละที่เป็นหลักประกันว่า การเมืองบ้านเรายังจะเหมือนเดิมทุกประการ และยิ่งมั่นใจมากขึ้นว่านักการเมืองไทยไม่บ้าพอที่จะทำอะไรบนพื้นฐานของหลักการแน่นอน เมื่อเห็นแกนนำของ 3 พรรคการเมืองอย่าง ประชาราช มัชฌิมาธิปไตยและรวมใจไทยชาติพัฒนา ทะเลาะกันวันหนึ่งจนถึงขั้นแยกตัวกันไปคนละทิศละทาง และก็พยายามกลับมาจับมือกันอีกในวันรุ่งขึ้น โดยไม่ต้องแคร์ว่าสังคมจะคิดอย่างไร แต่ที่ทำให้นอนตาหลับจริงๆ ก็คือผลการสำรวจของ เอแบคโพลล์ ที่พบว่าคนไทยเกือบร้อยละ 65 พร้อมจะขายเสียงในการเลือกตั้งเพื่อแลกกับเงินและสิ่งของตอบแทน ตรงนี้แหละที่ทำให้ผมกล้าพนันแบบหนึ่งต่อร้อยว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม การเมืองไทยก็ยังจะเป็นการเมืองไทยแบบที่เราเคยเห็นๆ มา เห็นมั๊ยละครับว่า ทุกอย่างที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ตอกย้ำให้เห็นแบบหมดข้อสงสัยว่าการเมืองไทยจะไม่ออกนอกลู่นอกทางเป็นอันขาด ไม่ว่าใครจะชนะหรือแพ้การเลือกตั้งเที่ยวนี้ เพราะฉะนั้นอย่าไปตื่นตระหนกกับคำทำนายของนักวิชาการหรือนักวิเคราะห์ทั้งหลายเลยครับ เพียงแต่ขอให้หัดทำอกทำใจไว้ เพราะมันคงไม่มีอะไรแย่กว่าที่ผ่านมา หรืออย่างมากที่สุดก็แย่เหมือนเดิม
|
| เมื่อพี่ทำตัวเป็นศิลปิน | ||
อย่าทิ้งพี่ที่อยากเป็นศิลปินให้อยู่กับน้องตามลำพังเป็นอันขาด |
||
|
View All |
||
| ในเมื่อนักการเมืองยังเปลี่ยนใจได้... | ||
ไม่ต้องสงสัยเลยครับว่าทำไม ประชัย ถึงได้ทิ้ง "ป๋าเหนาะ" ได้ลงคอ |
||
|
View All |
||
| << | ตุลาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||