พิมพ์หน้านี้
|
เคยสังสัยมั๊ยครับว่าทำไม การจัดซื้ออาวุธโดยเหล่าทัพจะต้องเกิดอื้อฉาวเกือบทุกครั้ง ไม่มีข้อกล่าวหาเรื่องรับค่าคอมมิชชั่นเข้ากระเป๋าตัวเอง ก็มีข้อกล่าวหาว่าเป็นการเซ็นทิ้งทวนก่อนเกษียณราชการหรือก่อนย้ายตำแหน่ง นายพลหรือผู้นำเหล่าทัพคนไหนจะอิ่มหมีพีมันไม่มีใครรู้ แต่ที่แน่ๆ ภาพลัษณ์ของกองทัพต้องตกต่ำลงไปทุกครั้งทีมีเรื่องฉาวโฉ่ การจัดซื้อรถเกราะล้อยางจากประเทศยูเครนที่กำลังเป็นเรื่องอื้อฉาวอยู่ในขณะนี้ก็เช่นกัน และยิ่งบังเอิญเกิดขึ้นในขณะที่ผู้นำกองทัพกำลังตกเป็นเป้าของการวิพากษ์วิจารณ์เพราะบทบาททางการเมือง ก็ยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของกองทัพแย่ลงไปอีก ไม่มีใครเถียงถึงความจำเป็นของการจัดซื้ออาวุธของเหล่าทัพ แน่นอนครับว่ากองทัพไทยจำเป็นต้องมีระบบอาวุธทันสมัยไว้เพื่อป้องกันประเทศ ถึงจะต้องเจียดเงินจากงบประมาณที่ควรจะเอาไปทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นก็ต้องยอมตัดใจ แต่ที่ทำให้การจัดซื้อาวุธเกือบทุกครั้งเป็นปัญหา ก็เพราะการขาดความโปร่งใส และกระบวนการตรวจสอบ ที่เป็นเรื่องเป็นราวทุกครั้งก็เพราะมีการขุดคุ้ยโดยสื่อมวลชนหรือมีการร้องเรียนหลังจากที่ได้มีการตัดสินใจซื้อหรือเซ็นสัญญาซื้อเรียบร้อยไปแล้ว กองทัพมักจะอ้างเสมอว่าการจัดซื้ออาวุธแต่ละครั้งจะต้องถือเป็นความลับสุดยอด จะแพร่งพรายให้ประเทศเพื่อนบ้านรู้ไม่ได้เป็นอันขาดไม่งั้นจะรู้หมดว่าบ้านเรามีอาวุธอะไรบ้างและอาวุธแต่ละชนิดมีสมรรถนะและประสิทธิภาพอย่างไร พูดง่ายๆ ก็คือคนในกองทัพต้องปกปิดทุกอย่างเป็นความลับ ถ้าไม่เป็นเรื่องฉาวขึ้นมาชาวบ้านก็หมดสิทธิรู้ว่าภาษีที่เสียอยู่ทุกเดือนนั้นถูกกองทัพเอาซื้ออะไรบ้าง ซึ่งต้องบอกว่าในยุคประธิปไตยนั้น ความคิดแบบนี้มันเชยสิ้นดี ถ้าผู้นำเหล่าทัพที่มีส่วนร่วมในการปฏิวัติ 19 กันยา ต้องการเห็นการปฏิรูปการเมืองเกิดขึ้น กองทัพก็ต้องเรียนรู้ที่จะต้องปรับตัวเองด้วย เพราะไม่มีการเมืองที่ไหนจะพัฒนาและก้าวหน้าได้ ถ้ากองทัพซึ่งเป็นสถาบันหลักของประเทศยังหล้าหลังและยังมองทุกอย่างจากแง่มุมของความมั่นคง โดยไม่สนใจว่าโลกเปลี่ยนไปแค่ไหน การทำให้กระบวนการจัดซื้ออาวุธโปร่งใสและตรวจสอบได้เป็นเครื่องบ่งบอกได้ว่ากองทัพของประเทศนั้น ๆ มีระดับของความเป็นทหารอาชีพและผู้นำเหล่าทัพมีความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่มากน้อยแค่ไหน และถ้าจะทำกันจริงๆ ก็ไม่เรื่องยากเย็นอะไร เพราะการซื้ออาวุธ ตั้งแต่เรื่องบินและเรือรบไปจนถึงอาวุธประจำกายทหาร เป็นเรื่องที่สามารถอธิบายได้ทั้งสิ้น ชาวบ้านควรมีสิทธิรับรู้ถึงความจำเป็นและความต้องในการจัดซื้ออาวุธ เพราะมันหมายถึงเงินภาษีเป็นพันๆ หมื่นๆ ล้านบาทในแต่ละครั้ง และการทำให้เกิดความโปร่งใสไม่มีอะไรดีไปกว่าการให้สื่อมวลชนและองค์กรที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบเข้าถึงข้อมูลและที่มาที่ไปของการจัดซื้ออาวุธแต่ละครั้ง และทำให้ขั้นต้อนของการคัดเลือกชนิดและแบบของอาวุธ ตลอดจนการกระบวนการเลือกบริษัทและประเทศผู้ขาย เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะได้ ไม่ต้องอ้างเรื่องของความมั่นคง ไม่ต้องอ้างว่าถ้าสื่อมวลชนรู้ ประเทศเพื่อนบ้านหรือประเทศคู่แข่งจะรู้ตับไตไส้พุงของกองทัพไทยหมด เพราะทุกวันนี้มันไม่มีอะไรเป็นความลับอีกแล้ว ใครๆ ก็สามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับระบบอาวุธทั้งหลายที่มีอยู่ในโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นระบบอาวุธของสหรัฐ รัสเซีย ยุโรป จีนหรืออิสราเอล ใครอยากรู้ก็แค่เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตได้ในพริบตา หรือถ้าจะลงทุนหน่อย ก็หาข้อมูลได้ในนิตยสารที่เชี่ยวชาญทางด้านระบบอาวุธและการป้องกันประเทศ หรือแม้แต่ขอข้อมูลจากบริษัทผู้ผลิตได้โดยตรงด้วยซ้ำ แม้แต่รถหุ้มเกราะยูเครน หรือเครื่องบินจากสวีเด็นที่เรากำลังจะซื้อ รับรองได้ว่าประเทศต่างๆ ที่จับจ้องมองเราอย่ารู้หมดแล้วทั้งรถถังและเครื่องที่ว่านี้มีสมรรถนะอย่างไร เพราะฉะนั้น ไม่มีความจำเป็นที่กองทัพจะต้องปิดบังการจัดซื้ออาวุธอีกต่อไป ถ้าทำให้มันโปร่งใสและอธิบายได้ กองทัพก็จะไม่ต้องถูกมองในแง่ลบอีก ข้อกล่าวหาเรื่องกินสินบน กินใต้โต๊ะจะได้หมดไป นายพลที่ร่ำรวยผิดปกติก็จะค่อยๆ หายไปด้วย ที่สำคัญภาพลักษณ์ของกองทัพในสายตาประชาชนก็จะพลอยดีขึ้นไปด้วย
|
| เมื่อพี่ทำตัวเป็นศิลปิน | ||
อย่าทิ้งพี่ที่อยากเป็นศิลปินให้อยู่กับน้องตามลำพังเป็นอันขาด |
||
|
View All |
||
| ในเมื่อนักการเมืองยังเปลี่ยนใจได้... | ||
ไม่ต้องสงสัยเลยครับว่าทำไม ประชัย ถึงได้ทิ้ง "ป๋าเหนาะ" ได้ลงคอ |
||
|
View All |
||
| << | ตุลาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||