พิมพ์หน้านี้
|
ผมเชื่อว่าท่านผู้อ่านหลายท่านคงรู้สึกเหมือนกับชาวบ้านไม่น้อยที่ไม่ค่อยจะมีความหวังมากนักกับการเลือกตั้งในวันที่ 23 ธันวาคมนี้ ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งก็เท่านั้น ปิดหีบเลือกตั้งเมื่อไร เสียงของประชาชนก็หมดความหมายทันที คำมั่นสัญญาที่บรรดาพรรคการเมืองทั้งหมายให้ไว้ก็จะถูกโยนทิ้ง พร้อมๆ กับการเริ่มต้นของเกมต่อรองผลประโยชน์ ทำไปทำมาจะมีคนไม่น้อยที่พาลหาเรื่องไม่ออกไปลงคะแนน เพราะมองไปข้างหน้าแล้วแทบไม่เห็นอนาคต เลือกไปแล้วก็มีแต่ความอึมครึม ความวุ่นวาย ชาวบ้านไม่ผิดที่มีความรู้สึกแบบนี้ แต่มันจะผิดแน่ถ้ารู้สึกแบบนี้ แต่ก็ยังไม่พยายามมีส่วนในการช่วยทำอะไรให้มันดีขึ้น เพราะความเซ็งการเมืองของชาวบ้าน ถือว่าเป็นชัยชนะของนักการเมืองที่ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าการเข้ามากอบโกยผลประโยชน์ ยิ่งชาวบ้านยิ่งเบื่อยิ่งเซ็ง นักการเมืองประเภภนี้ก็จะยิ่งมีจำนวนมากขึ้น การเลือกตั้งก็จะเป็นเพียงช่องทางการลงทุนของนักการเมืองและพรรคการเมืองที่ต้องการเพียงเข้ามาแสวงหาอำนาจ เหตุผลเดียวที่นักการเมืองน้ำเน่าหน้าเก่าๆ ยังวนเวียนกลับมาเป็นใหญ่ ก็ความเบื่อหน่ายของประชาชน การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นถือว่าเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อของการเมืองไทย หลังจากที่ประเทศต้องบอบช้ำกับความปั่นป่วนทางการเมืองที่จบลงด้วยการปฏิวัติ ถึงเราจะรู้สึกเหนื่อยหน่ายใจกับนักการเมืองที่มีอยู่แค่ไหน เราก็ไม่ควรยอมให้คนเหล่านี้เป็นคนกำหนดชะตากรรมของประเทศ เสียงประชาชนมีความหมายแน่นอน ถ้ามันถูกแสดงออกอย่างหมดข้อสงสัย ซึ่งไม่ได้หมายความถึงการออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งแต่เพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงการเฝ้าติดตามการทำงานและการปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาของนักการเมืองหลังการเลือกตั้ง ที่นักการเมืองไม่เคยคิดจะทำตามนโยบายหรือแนวทางที่คุยโม้ไว้ตอนหาเสียง ก็เพราะรู้ดีว่าทันทีที่การเลือกตั้งจบชาวบ้านก็ลืมสิ่งที่พรรคการเมืองทั้งหลายรับปากไว้จนหมดสิ้น เพราะฉะนั้นเราต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าคนไทยฉลาดมากขึ้น และไม่ยอมตกเป็นเครื่องมือสู่อำนาจของนักการเมืองเหมือนที่ผ่านมา การที่ประชาชนนับแสนๆ คนทั่วประเทศลุกขึ้นมาขับไล่รัฐบาลที่มุ่งกอบโกยผลประโยชน์ให้กับตัวเองและพรรคพวก เป็นการแสดงให้เห็นว่าการเมืองไทยไม่ได้แย่เหมือนกับที่หลายคนคิด อย่างน้อยที่สุด เหตุการณ์ในรอบสองปีที่ผ่านมาเป็นเครื่องยืนยันว่าคนไทยไม่ได้โง่งมงาย ยอมให้นักการเมืองจูงจมูกเหมือนในอดีต พูดง่ายๆ ก็คือ ถึงแม้คุณภาพนักการเมืองโดยทั่วไปยังไม่พ้นจากวังวนน้ำเน่า แต่ชาวบ้านล้ำหน้าไปแล้วในเรื่องของความตื่นตัวทางการเมือง แต่ความตื่นตัวของประชาชนจะมีความหมายก็ต่อเมื่อมันถูกแสดงออกในภาวะปกติได้ด้วย ไม่ใช่ต้องรอให้มีการเผชิญหน้าหรือมีวิกฤติเสียก่อนถึงจะปรากฏ
คนทั่วโลกกำลังจับตาดูว่าคนไทยได้เรียนรู้บทเรียนอะไรบ้างจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาคาดหวังที่จะเห็นประเทศไทยเป็นแบบอย่างของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ความตื่นตัวทางการเมืองและพลังของประชาชนทำให้เราผ่านอำนาจเผด็จการรัฐสภามาได้ถึงแม้จะด้วยความบอบช้ำไม่น้อย และกำลังจะรอดพ้นจากอำนาจเผด็จการทหารเพื่อสู่ความเป็นประชาธิปไตยอีกครั้ง แต่ถ้าเราปล่อยให้การเมืองไทยกลับไปสู่ความเป็นน้ำเน่าเหมือนเดิม เราคงโทษใครไม่ได้ นอกจากตัวเอง
|
| เมื่อพี่ทำตัวเป็นศิลปิน | ||
อย่าทิ้งพี่ที่อยากเป็นศิลปินให้อยู่กับน้องตามลำพังเป็นอันขาด |
||
|
View All |
||
| ในเมื่อนักการเมืองยังเปลี่ยนใจได้... | ||
ไม่ต้องสงสัยเลยครับว่าทำไม ประชัย ถึงได้ทิ้ง "ป๋าเหนาะ" ได้ลงคอ |
||
|
View All |
||
| << | พฤศจิกายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | |