พิมพ์หน้านี้
|
ถ้าผลการสำรวจความเห็นของบรรดาสำนักโพลล์ต่างๆ สะท้อนความรู้สึกที่แท้จริงของคนไทย ก็คงต้องบอกว่าคนไทยยุคนี้สมัยนี้สับสนในตัวเองเอามากๆ ถ้าจำกันได้ ผลการสำรวจของ เอแบคโพลล์ เมื่อปลายเดือนที่แล้วพบว่าคนไทยกว่าร้อยละ 60 แสดงความพร้อมจะรับเงินจากนักการเมืองเพื่อแลกกับคะแนนเสียงในการเลือกตั้ง พูดง่ายๆ ก็คือ ใครจะพูดเรื่องประชาธิปไตยก็พูดไปเถอะ ใครจะสั่งสอนเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนในการทำให้การเมืองในสะอาดก็สั่งสอนไปเถอะ มันเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาหมด
ถึงเวลาเลือกตั้งผู้สมัครคนไหนเอาเงินมาให้ถึงประตูบ้าน คนไทยส่วนใหญ่ขี้คร้านจะรีบคว้า หลังจากนั้น นักการเมืองจะไปปู้ยี้ปู้ยำบ้านเมืองก็ช่างมัน เพราะถือว่าได้ทำหน้าที่ในการใช้สิทธิเลือกตั้งไปแล้ว และผลการสำรวจความเห็นอีกรอบของสำนักโพลล์เดียวกันที่เปิดเผยกับสื่อมวลชนเมื่อสัปดาห์ก่อน ก็ระบุชัดเจนว่า คนไทยร้อยละ 53 ไม่รังเกียจรัฐบาลที่โกงกิน ตราบใดที่ทำให้ชาวบ้านอยู่ดีมีสุข เท่านั้นยังไม่พอ ยังพบว่า คนไทยกว่าร้อยละ 50 จะไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจแม้แต่น้อย ถ้าหากต้องทำตัวไม่ซื่อสัตย์ต่ออาชีพตัวเองถ้าจำเป็น แต่พอมาดูผลการสำรวจของ เอแบคโพลล์ ล่าสุดเมื่อต้นสัปดาห์นี้ ปรากฏกว่า ประชาชนร้อยละ 85 ต้องการให้นายกรัฐมนตรีคนใหม่มีความซื่อสัตย์สุจริต งงมั๊ยครับ!!!..... ทำไมคนไทยทุกวันนี้ถึงได้มี ดับเบิ้ลแสตนดาร์ด และความขัดแย้งในตัวเองได้มากขนาดนี้ คือตัวเองพร้อมจะรับเงินรับทองนักการเมือง โดยไม่สนใจว่าจะได้คนแบบไหนมาบริหารประเทศ และพร้อมจะทนกับรัฐบาลที่เข้ามากอบโดยมากกว่าทำประโยชน์ให้บ้านเมือง และก็ไม่ลังเลที่จะทุจริตในหน้าที่การงานของตัวเองถ้าจำเป็น แต่ในเวลาเดียวกันก็อยากได้คนดีมีความซื่อสัตย์มาเป็นผู้นำประเทศ มันจะเป็นไปได้มั๊ยนี่??? ถ้าผมตีความไม่ผิด ตามผลการสำรวจที่ว่า คนไทยส่วนใหญ่กำลังพยายามผลักภาระของบ้านเมืองไปให้คนอื่น อะไรก็ตามที่ตัวเองได้ประโยชน์ ก็รีบฉกฉวยเอาแบบไม่ต้องคิดหน้าคิดหลัง แต่อะไรตามที่ต้องลงทุนลงแรง ที่ต้องอาศัยการเสียสละ ถือว่าเป็นหน้าที่ของคนอื่น ชาวบ้านไม่จำเป็นต้องมีส่วนร่วมด้วย เพราะฉะนั้นถ้าประเทศไทยจะมีผู้นำที่เป็นคนดีมีความซื่อสัตย์ ก็ให้มันเกิดขึ้นมาเอง ไม่ใช่หน้าที่ของชาวบ้าน เพราะคนดีคนที่มีความซื่อสัตย์จะฝ่าความชั่วร้ายของการเมืองขึ้นมาเป็นผู้นำได้อย่างไร ถ้าชาวบ้านส่วนใหญ่ยังเห็นเงินสำคัญกว่าการเลือกเอาคนดีไปเป็นตัวแทน และถ้าชาวบ้านทนได้กับรัฐบาลที่โกงกิน ก็ไม่เห็นมีเหตุผลที่ต้องดิ้นรนหาผู้นำที่ที่ซื่อสัตย์มาบริหารประเทศ เพราะเผลอๆ ผู้นำที่เป็นคนดีอาจจะทำให้ชาวบ้านผิดหวัง ไม่เอาเงินเอาทองมาไล่แจก ไม่เหมือนนักการเมืองที่ปล้นบ้านปล้นเมือง แต่เอาใจประชาชนด้วยโครงการประชานิยมทั้งหลาย และถ้าชาวบ้านเห็นว่าการไม่ซื่อสัตย์ต่ออาชีพตัวเองเป็นเรื่องธรรมดา จะมีเหตุผลอะไรที่จะถามหาผู้นำที่ซื่อสัตย์ อย่าลืมนะครับว่า ประชาชนเป็นอย่างไร ก็จะได้ผู้นำอย่างนั้นแหละ เพราะฉะนั้นก็รับเงินนักการเมืองและทนกับรัฐบาลที่ขี้โกงต่อไปเถอะ แต่เลิกฝันถึงนายกรัฐมนตรีที่ซื่อสัตย์ได้แล้ว
แต่ก็หวังลึกๆ ว่าผลการสำรวจความเห็นที่ออกมาไม่ได้สะท้อนความรู้สึกที่แท้จริงของไทยส่วนใหญ่
|
| เมื่อพี่ทำตัวเป็นศิลปิน | ||
อย่าทิ้งพี่ที่อยากเป็นศิลปินให้อยู่กับน้องตามลำพังเป็นอันขาด |
||
|
View All |
||
| ในเมื่อนักการเมืองยังเปลี่ยนใจได้... | ||
ไม่ต้องสงสัยเลยครับว่าทำไม ประชัย ถึงได้ทิ้ง "ป๋าเหนาะ" ได้ลงคอ |
||
|
View All |
||
| << | พฤศจิกายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | |