พิมพ์หน้านี้
|
ดูนโยบายที่พรรคการเมืองทั้งหลายใช้ในการหาเสียงแล้วชัดเจนว่าเป็นนโยบายเฉพาะหน้าเพื่อเอาชนะการเลือกตั้งเป็นหลัก เพราะฉะนั้นจึงไม่น่าประหลาดใจที่ทุกพรรคต่างก็เน้นแนวทางประชานิยม เพราะเชื่อว่านั้นเป็นทางเดียวที่จะเอาชนะใจชาวบ้านได้ดีที่สุด ซึ่งก็ไม่ใช่สิ่งที่อยู่เหนือความคาดหมาย ไม่ว่าจะเป็นพรรคเก่าแก่หรือพรรคที่เพิ่งจะเกิดใหม่ต่างก็มุ่งที่จะทำอะไรก็ได้ที่จะได้คะแนนเสียงในการเลือกตั้งให้มากที่สุด การเลือกตั้งที่ผ่านๆมาจึงไม่มีอะไรมากกว่าแค่เป็นทางผ่านให้นักการเมืองไปสู่อำนาจ และการเลือกตั้งในวันที่ 23 ธันวาคมนี้ก็คงจะไม่มีอะไรแตกต่าง เรายังไม่เห็นพรรคการเมืองไหนพูดถึงอนาคตของบ้านเมืองอย่างจริงจัง ไม่มีพรรคการเมืองไหนที่มีนโยบายพัฒนาประเทศและยกระดับสังคมไทยในระยาว เกือบทุกพรรคมองไม่พ้นเรื่องของรถไฟฟ้า กองทุนหมู่บ้าน และนโยบายเอาอกเอาใจคนยากคนจน ซึ่งก็ไม่มีอะไรผิด เพราะความยากจนและความยากแค้นของคนส่วนใหญ่ของประเทศยังเป็นปัญหาพื้นฐานที่ต้องแก้ไขอย่างจริงจัง
แต่เทศไทยจะเดินหน้าต่อไปอย่างมีความหมายและมีศักดิ์ศรีในประชาคมโลกได้ก็ต่อเมื่อเรามีผู้นำประเทศที่มีความรู้ความสามารถและวิสัยทัศน์ที่ดีพอที่จะมองไปข้างหน้ามากกว่าการแค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า อย่าลืมว่าในขณะที่บ้านเมืองเรายังเต็มไปด้วยความขัดแย้งทางการเมือง ยังทะเลาะกันเรื่องแบ่งขั้วไม่แบ่งขั้ว และยังพะวักพะวนอยู่กับอดีตผู้นำที่ต้องหนีไปลี้ภัยอยู่เมืองนอกเป็นการชั่วคราวแต่ก็ยังสร้างความสับสนวุ่นวายทางการเมืองอย่างไม่จบไม่สิ้น ประเทศอื่นๆ เขาไม่หยุดรอเรา และแม้แต่เพื่อนบ้านของเราในภูมิภาคนี้ที่ครั้งหนึ่งอาจจะวิ่งตามหลังเรา มาวันนี้เขาตามมาติดๆ แบบหายใจรดต้นคอ หรือบางประเทศแทบจะแซงหน้าเราไปด้วยซ้ำ ในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างมากมายในโลกรอบบ้านเรา เราเห็นเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียก้าวกระโดดจากประเทศที่แทบไม่มีอะไรเลยเป็นคู่แข่งทางเศรษฐกิจที่นำหน้าไทยไปแล้ว ส่วนสิงคโปร์นั่นไม่ต้องพูดถึง เขาทิ้งเราไปแบบไม่เห็นฝุ่นมานานแล้ว ไกลออกไปอีกหน่อย จีนกับอินเดียเขาก็เดินหน้าเต็มที่ยกระดับเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนแบบหน้ามือเป็นหลังทีเดียว แม้แต่เวียดนามที่เมื่อไม่กี่ปีมานี้เองยังบอบช้ำจากสงคราม ตอนนี้กำลังกลายเป็นดาวรุ่งเศรษฐกิจดวงใหม่ จนหลายคนชักหวั่นๆ ว่าไม่ช้าก็เร็วคงจะเบียดประเทศไทยขึ้นมาได้ เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในบ้านเราครั้งนี้ควรจะมีความหมายมากเป็นพิเศษ เพราะมันเกิดขึ้นท่ามกลางบรรยาศของการแข่งขันในระดับภูมิภาคที่จะตัดสินว่าอนาคตของประเทศไทยจะอยู่ที่ไหน การเลือกตั้งจึงต้องเป็นมากกว่าแค่เวทีให้นักการเมืองแสดงโวหารหรือความสามารถในการแบ่งเค๊กทางการเมืองเท่านั้น หรือเป็นกระบวนการฟอกภาพหรือล้างแค้นทางการเมือง แต่จะต้องเป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะได้ผู้นำการเมืองที่มีความรู้และความกล้าที่จะนำพาบ้านเมืองผ่านมรสุมทุกด้านไปสู่ความเป็นประเทศที่สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและการแข่งขันในเวทีโลกได้ เพราะฉะนั้นเราอยากเห็นผู้นำที่ไม่มองทุกอย่างเป็นเรื่องการเมืองหรือเรื่องผลประโยชน์ เราอยากเห็นเมืองไทยมีผู้นำที่สนใจเรื่องการพัฒนาศักยภาพและยกระดับความรู้ความสามารถของคนไทย เราอยากมีผู้นำที่มองไปข้างหน้าด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำให้เด็กไทยมีความสามารถและความเฉลี่ยวฉลาดพอที่จะแข่งขันกับเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและสิงคโปร์ได้ เราอยากเห็นผู้นำที่พร้อมจะทุ่มเทเพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศก่อนที่จะสายเกินไป เราไม่ต้องการอีกแล้วผู้นำประเภทที่ไม่เคยรับรู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นในโลก เพราะมัวแต่ยุ่งกับการต่อรองผลประโยชน์ทางการเมือง หรือห่วงแต่การแก้ไขปัญหาแบบวันต่อวัน ประเทศไทยจำเป็นต้องมีผู้นำที่สามารถมองไปอีก 10-20 ปีข้างหน้า และนึกภาพออกว่าประเทศไทยควรจะอยู่ที่ไหนในโลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน คนไทยมีสิทธิถามครับว่า บรรดานักการเมืองที่เสนอตัวเข้ามาเป็นตัวแทนชาวบ้านในการเลือกตั้งครั้งนี้ มีใครบ้างที่พร้อมจะเป็น ผู้นำ จริงๆ ไม่ใช่แค่เป็นหัวหน้ารัฐบาลที่เอาตัวรอดไปวันๆ |
| เมื่อพี่ทำตัวเป็นศิลปิน | ||
อย่าทิ้งพี่ที่อยากเป็นศิลปินให้อยู่กับน้องตามลำพังเป็นอันขาด |
||
|
View All |
||
| ในเมื่อนักการเมืองยังเปลี่ยนใจได้... | ||
ไม่ต้องสงสัยเลยครับว่าทำไม ประชัย ถึงได้ทิ้ง "ป๋าเหนาะ" ได้ลงคอ |
||
|
View All |
||
| << | ธันวาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||