พิมพ์หน้านี้
|
มัวแต่ดูบรรดานักการเมืองบ้านเราวาดฝันให้ชาวบ้านดูจนเพลิน บังเอิญเห็นข่าวเล็กๆ ชิ้นหนึ่งเมื่อไม่กี่วันก่อนเลย อดสะดุ้งไม่ได้
เพราะเนื้อหาของข่าวทำให้ชาวบ้านอย่างเราอดที่จะตั้งคำถามกับพรรคการเมืองที่กำลังแย่งชิงกันเข้ามาบริหารประเทศไม่ได้
การประชุมทางด้านเศรษฐกิจระดับโลกที่เรียกกันว่า World Economic Forum เพิ่งจะขยับอันดับของสิงคโปร์ในฐานะเป็นประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันจนสามารถแซงประเทศที่พัฒนาแล้วเกือบทั่วโลก สิงคโปร์ติดอันหนึ่งในสิบของโลกมาหลายปี ปีที่แล้วอยู่อันดับแปด แต่ล่าสุดถูกเลื่อนขึ้นมาอยู่อันดับเจ็ด ถีบเอายักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจอย่างประเทศญี่ปุ่นและอังกฤษหล่นไปอยู่อันดับที่แปดและเก้าตามลำดับ ที่ต้องพูดถึงสิงคโปร์บ่อยๆ เพราะอยากให้คนไทยรู้ว่าเพื่อนบ้านเราไปถึงไหนแล้ว ในขณะที่การเมืองเรายังย่ำอยู่กับที่ เวลาพูดถึงขีดความสามารถในการแข่งขัน เขาจะดูกันที่โครงสร้างของเศรษฐกิจและสังคมของแต่ประเทศ ตลอดจน คุณภาพและสมรรถนะของสถาบันหลักๆ ของประเทศ การให้คะแนนก็ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพทางด้านการศึกษาและสาธารณะสุข การพัฒนาทางด้านเทคโนโลยี และความสามารถในการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ไม่ต้องอิจฉาถ้าจะบอกว่าถ้าพูดถึงถึงปัจจัยเหล่านี้ สิงคโปร์เป็นหนึ่งในเอเซียมานานแล้ว อย่าว่าแต่ประเทศไทยเลยครับที่สู้ไม่ได้ แม้แต่ประเทศที่ถือว่าอยู่แนวหน้าของการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างญี่ปุ่น เกาหลี และไต้หวัน ยังต้องไล่ตามหลังสิงคโปร์ หรือแม้แต่ยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจอย่างจีนและอินเดียก็ยังห่างไกลจากสิงคโปร์มากในเรื่องของความสามารถในการแข่งขัน แล้วประเทศไทยของเรา อยู่ที่ไหน? ก็ต้องบอกตรงqว่าถูกทิ้งไม่เห็นฝุ่น ถ้าเอาบรรดาปัจจัยทั้งหลายที่ใช้ในการวัดขีดความสามารถในการแข่งขันมาเทียบกันเราไม่มีอะไรไปสู้สิงคโปร์ได้เลย ถือว่าเป็นบุญแล้วที่ยังสามารถเกาะอยู่ที่อันดับที่ 28 แม้แต่มาเลเซียเพื่อนบ้านทางใต้ของเราก็ยังเหนือไทยอยู่ถึงสี่ตำแหน่ง นักธุรกิจกว่า 10,000 คนที่ร่วมให้คะแนนในการสำรวจความเห็นครั้งนี้บอกว่าสิ่งที่เป็นจุดเด่นที่สุดของสิงคโปร์คือความโปร่งใสในกระบวนการตัดสินใจและการวางนโยบายของรัฐบาล ถ้าจะแปลเป็นภาษาชาวบ้านก็คือ การกำหนดนโยบายหรือการบริหารบ้านเมืองของรัฐบาลสิงคโปร์ไม่มีการงุบงิบ หรือมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือเล่นพรรคเล่นพวกเหมือนบ้านเรา ในบ้านเรา ถ้าพูดถึงนักการเมืองเมื่อไร ชาวบ้านก็ได้แต่ส่ายหน้า แต่ในสิงคโปร์ประชาชนกลับมีความไว้วางใจต่อการทำงานของนักการเมืองในระดับที่สูงมาก และนี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูง เราอาจจะวิจารณ์ผู้นำการเมืองสิงคโปร์ว่าบริหารประเทศแบบรวบอำนาจเบ็ดเสร็จ แต่น้อยนักที่จะมีใครกล่าวหานักการเมืองสิงคโปร์ว่าขี้โกง เพราะฉะนั้นนักการเมืองบ้านเราที่ชอบคุยโม้อยากจะทำเมืองไทยให้เหมือนสิงคโปร์ ต้องหันมาดูตัวเองหน่อยว่าได้ทำตัวให้ชาวบ้านศรัทธาเหมือนในสิงคโปร์หรือเปล่า หากผู้นำการเมืองไทยวาดฝันว่าอยากเป็นแบบอดีตนายก ลี กวน ยู ของสิงคโปร์หรือมหาธีร์ โมฮัมหมัด ของมาเลเซีย ก็ควรถามตัวเองเหมือนกันว่าความซื่อสัตย์และการอุทิศตนให้กับสังคมแบบไม่มีผลประโยชน์แอบแฝงสู้เขาได้หรือเปล่า หากบรรดานักการเมืองบ้านเราตระหนักถึงการแข่งขันและความท้าทายในเวทีภูมิภาคและในเวทีโลกที่รอเราอยู่ข้างหน้าบ้าง ขณะที่เรามัววุ่นอยู่กับปัญหาความแตกแยกและการแย่งชิงความเป็นใหญ่ทางการเมือง เพื่อนบ้านของเราไม่ยอมเสียเวลารอเรา อยากเห็นใครก็ตามที่จะเข้ามาบริหารบ้านเมืองหลังการเลือกตั้งในวันที่ 23 ธันวาคมนี้ มองให้ไกลไปกว่าการแบ่งผลประโยชน์ทางการเมือง จะสร้างรถไฟฟ้า จะขยายกองทุนหมู่บ้าน หรือจะทำอะไรเพื่อเอาใจคนยากคนจนด้วยนโยบายประชานิยมทั้งหลายก็ทำไปเถอะ ไม่มีใครว่าอะไร แต่อย่าลืมก็แล้วกันว่า ประเทศไทยต้องหาที่ยืนให้ตัวเองด้วยในเวทีโลก แต่ความหวังที่ว่านี้ แค่เห็นนักการเมืองส่วนใหญ่ที่กำลังง่วนอยู่กับหาเสียงกันอยู่ ก็คงต้องทำใจกันหน่อยครับ |
| เมื่อพี่ทำตัวเป็นศิลปิน | ||
อย่าทิ้งพี่ที่อยากเป็นศิลปินให้อยู่กับน้องตามลำพังเป็นอันขาด |
||
|
View All |
||
| ในเมื่อนักการเมืองยังเปลี่ยนใจได้... | ||
ไม่ต้องสงสัยเลยครับว่าทำไม ประชัย ถึงได้ทิ้ง "ป๋าเหนาะ" ได้ลงคอ |
||
|
View All |
||
| << | ธันวาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||