พิมพ์หน้านี้
|
วันก่อนได้มีอากาสอ่านหนังสือ My Life as a Coach ของ ซิคเว่ เบรคเก้ ซีอีโอชื่อดังของดีแทค ที่ท่านผู้อ่านคงคุ้นหน้าคุ้นตาตามหน้าจอทีวี เพราะพี่แกลงทุนสวมบทเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับบริการโทรศัพท์มือถือเองจนเป็นที่รู้จักกันทั้งบ้านทั้งเมืองทั้งแบรนด์และตัวแกเอง ผมติดใจอยู่บทหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ที่พูดถึงความจำเป็นของผู้นำองค์กรในการเปิดกว้างรับฟังความเห็นที่แตกต่าง ซิคเว่อ้างถึงวลีอำมตะของ วินส์ตัน เชอร์ชิลล์ อดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐบุรุษของอังกฤษ ที่ว่าผู้นำ ต้องมีความกล้าที่จะลุกขึ้นพูด และในเวลาเดียวกันต้องมีความกล้าที่จะนั่งลงฟังคนอื่นพูดด้วย ถ้าจะให้ขยายความหมายก็คือ คนที่จะเป็นผู้นำที่ดีได้ ไม่ใช่แค่กล้าพูด กล้าทำแต่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องกล้าฟัง และกล้าแก้ไขด้วย อ่านแล้วอดนึกถึงนักการเมืองบ้านเราไม่ได้ ยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงที่ต่างคนต่างพากันอวดความรู้ความสามารถและวิสัยทัศน์ให้ชาวบ้านฟัง ก็ยิ่งทำให้อดตั้งคำถามไม่ได้ว่า ถ้าเกิดได้เป็นใหญ่เป็นโตในบ้านเมืองขึ้นมาจริง ๆ นักการเมืองเหล่านี้จะฟังเสียงชาวบ้านหรือเสียงที่ตัวเองไม่อยากได้ยินและพร้อมจะแก้ในข้อผิดพลาดหรือเปล่า ตัวอย่างก็มีให้เห็นแล้ว ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตรนั่นเองแหละ คุณทักษิณเป็นคนเก่ง มีความคิดกว้างไกล แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าไม่มีความอดทนที่จะฟังเสียงชี้แนะที่อาจไม่รื่นหู คือเป็นคนที่กล้าคิด กล้าทำ แต่ไม่กล้าฟัง คุณทักษิณอาจจะแสดงทีท่าฟังคำแนะนำจากคนอื่นในช่วงก่อนที่จะเป็นใหญ่ เพราะจำเป็นต้องมีภาพว่าพร้อมจะเป็นผู้นำที่เปิดกว้างรับข้อเสนอแนะ แม้แต่จากคนที่อาจจะมีจุดยืนที่แตกต่างกัน แต่พลันที่เริ่มมั่นใจว่าตัวเองได้อำนาจมาเต็มมือ แถมชาวบ้านชื่นชอบกันทั้งบ้านทั้งเมือง ความเห็นหรือข้อเสนอแนะที่ไม่ตรงกับที่ตัวเองคิด ก็เริ่มกลายเป็นเสียงน่ารำคาญ ผู้นำคนอื่นๆ ในภูมิภาคนี้หลายคนก็ดูเหมือนจะมีปัญหาเหมือนกัน อย่างเช่นนางกลอเรีย โอโรโย่ ประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์ ซึ่งหลังจากที่ขึ้นมาสู่ตำแหน่งใหม่ก็แสดงความใจกว้างเชิญนักธุรกิจ นักวิชาการและสื่อมวลชน มาระดมความคิดหาทางแก้ปัญหาของประเทศชาติด้วยกัน แต่พอชักจะรู้สึกว่าสามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องฟังเสียงใคร เธอก็หันหลังให้กับคนเหล่านี้ทันที ใครออกมาวิพากษ์วิจารณ์ก็ถูกสวนกลับทันที หาว่าไม่เป็นพวกขี้อิจฉาก็เป็นพวกหาเรื่องจ้องล้มเธอ แม้แต่คนใกล้ชิดหรือรัฐมนตรีที่ช่วยเกื้อหนุนนางโอโรโย่มาตลอด ก็ค่อยถูกถีบส่งทีละคนสองคนเพราะบังอาจพูดในเรื่องที่ประธานาธิบดีไม่อยากได้ยิน นั่นคือสาเหตุที่ทำให้โอโรโย่ต้องเผชิญกับวิบากกรรมอย่างต่อเนื่องจนทำท่าจะไปแหล่มิไปแหล่เหมือนคุณทักษิณ การไม่กล้าฟังความเห็นของคนอื่นดูเหมือนจะเป็นคุณสมบัติของนักการเมืองที่เป็นใหญ่เกือบทุกคน การที่คุณสมัคร สุนทรเวช หัวหน้า นอมินี ของพรรคพลังประชาชน ปฏิเสธจะออกทีวีดีเบทกับคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะโดยอ้างว่าไม่อยากให้กลายเป็นเวทีทะเลาะกันนั้นก็เป็นตัวอย่างของ ความขี้ขลาด ในการรับฟังความเห็นที่แตกต่าง (อย่าลืมว่าคุณทักษิณเองก็เคยปฏิเสธเวทีแบบนี้ด้วยเหตุเดียวกัน) เพราะเป้าหมายของการดีเบทหรือการร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นกับคนที่มีจุดยืนต่างกันไม่ใช่อยู่ที่ให้ต่างคนต่างมาพูดอย่างเดียว แต่เป็นเวทีสำหรับการรับฟังความเห็นของคนอื่นด้วย ความกล้าและความอดทนในการฟังคนอื่นจะทำให้เราเห็นจุดบกพร่องของตัวเราเอง ลองคิดดูสิครับว่า ถ้าคุณทักษิณมีความอดทนบ้างในการฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์และคำชี้แนะที่อาจฟังแล้วไม่เข้าหู แต่สะท้อนปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นจริง และหาทางแก้ไข ทุกวันนี้คุณทักษิณอาจไม่ต้องระหกระเหเร่ร่อนไปถึงลอนดอนก็เป็นได้ ก็ได้แต่หวังว่าผู้นำในอนาคตของบ้านเราจะเรียนรู้จากบทเรียนในอดีตบ้าง
|
| เมื่อพี่ทำตัวเป็นศิลปิน | ||
อย่าทิ้งพี่ที่อยากเป็นศิลปินให้อยู่กับน้องตามลำพังเป็นอันขาด |
||
|
View All |
||
| ในเมื่อนักการเมืองยังเปลี่ยนใจได้... | ||
ไม่ต้องสงสัยเลยครับว่าทำไม ประชัย ถึงได้ทิ้ง "ป๋าเหนาะ" ได้ลงคอ |
||
|
View All |
||
| << | ธันวาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||